
LEPAS เปิดศักราชใหม่: ผู้ผลิตรถยนต์ระดับโลกบุกตลาดไทย เปิดตัว “LEPAS L6” เอสยูวีไฟฟ้าระดับพรีเมียม
กรุงเทพฯ, 25 มีนาคม 2569 – Chery Group ผู้ผลิตยานยนต์ชั้นนำจากประเทศจีน ได้ประกาศการขยายอาณาจักรแบรนด์ระดับโลกอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ด้วยการเปิดตัว “LEPAS” (เลพาส) แบรนด์พรีเมียมไลฟ์สไตล์เอสยูวี ซึ่งได้สร้างความฮือฮาในวงการยานยนต์ไทยเป็นครั้งแรกภายในงาน บางกอก อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 การมาถึงของ LEPAS ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มทางเลือกในตลาด แต่เป็นการแสดงจุดยืนเชิงกลยุทธ์ของ Chery Group ที่เล็งเห็นศักยภาพของประเทศไทยในฐานะฐานการผลิตและศูนย์กลางการกระจายรถยนต์ไฟฟ้าแห่งอนาคต
ภายใต้กลยุทธ์ “การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด” (Energy Transition) Chery Group ได้พัฒนา LEPAS ขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ตลาดโลกที่ต้องการยานยนต์ที่ผสมผสานดีไซน์สุดหรู เทคโนโลยีล้ำสมัย และความยั่งยืนเข้าไว้ด้วยกัน โดยประเทศไทยถูกวางตำแหน่งให้เป็นตลาดสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตในภูมิภาคเอเชีย
คุณ Charles Wang, LEPAS Country Director กล่าวในงานแถลงข่าวว่า “การเปิดตัว LEPAS ในประเทศไทยสะท้อนถึงกลยุทธ์ของ Chery Group ในการขยายแบรนด์สู่ตลาดโลก ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีพลังงานสะอาด เรามองเห็นศักยภาพที่แข็งแกร่งของไทย ทั้งในด้านการเติบโตของผู้บริโภคและบทบาทการเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับภูมิภาค ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างความสำเร็จร่วมกับพาร์ทเนอร์ในระยะยาว”
LEPAS: วิสัยทัศน์ใหม่สำหรับตลาดรถเอสยูวีระดับพรีเมียม
แบรนด์ LEPAS ก่อกำเนิดจากแรงบันดาลใจอันล้ำสมัย โดยนำแนวคิดของ “Leopard” (เสือดาว) มาเป็นหัวใจหลักในการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ สะท้อนถึงความสง่างามที่แฝงด้วยพลังแฝง ความปราดเปรียว คล่องแคล่วว่องไว และความสง่างามในการเคลื่อนไหว สอดรับกับสโลแกนประจำแบรนด์อย่าง “Drive Your Elegance” ที่มุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ เพื่อขับเคลื่อนทุกเส้นทางชีวิตของคุณอย่างมีสไตล์
ในฐานะแบรนด์น้องใหม่ล่าสุดในเครือ Chery Automobile ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 1997 LEPAS ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่มองหา “ความโดดเด่น” และ “เอกลักษณ์” โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มผู้บริโภคในประเทศไทยที่ให้ความสำคัญกับดีไซน์ที่แตกต่าง เทคโนโลยีที่ครบครัน และความสามารถในการสะท้อนตัวตนของผู้ขับขี่ได้อย่างชัดเจน
การเปิดตัว LEPAS L6: พรีเมียมเอสยูวีไฟฟ้าแห่งยุค 2026
ภายในการเปิดตัวครั้งแรก LEPAS ได้เผยโฉมรถยนต์รุ่นแรกที่เปิดจำหน่ายอย่างเป็นทางการ นั่นคือ “LEPAS L6” ซึ่งเป็นรถยนต์พรีเมียมเอสยูวีไฟฟ้า 100% ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย
ดีไซน์ภายนอก: ความสง่างามที่เหนือระดับ
LEPAS L6 โดดเด่นด้วยการออกแบบที่ผสานเส้นสายแห่งความหรูหราและความโฉบเฉี่ยวเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ตั้งแต่ส่วนหน้าของรถที่มาพร้อมดีไซน์ที่หนักแน่น สง่างาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งชุดไฟหน้าแบบ LED ที่ได้รับการออกแบบให้ดูเพรียวบาง สวยงาม แต่ให้ความสว่างที่เหนือกว่าในทุกสภาพถนน เส้นสายโค้งมนตามตัวรถสะท้อนหลักการทางอากาศพลศาสตร์ (Aerodynamics) ทำให้ตัวรถมีความลู่ลม เพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่ และเสริมความต่อเนื่องของเส้นสายตลอดคัน ชุดไฟท้ายดีไซน์ล้ำสมัยได้ถูกรังสรรค์ขึ้นมาเพื่อให้รถโดดเด่นและสะดุดตาบนท้องถนน
ภายใน: มิติใหม่แห่งความหรูหรา
ภายในของ LEPAS L6 ได้รับการออกแบบตามแนวคิด “Less is More” ที่เน้นความเรียบหรู แต่ยังคงไว้ซึ่งฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน เบาะนั่งขนาดใหญ่ได้รับการออกแบบให้โอบกระชับสรีระได้อย่างยอดเยี่ยม ให้ความรู้สึกนุ่มสบายตลอดการเดินทาง แต่ยังคงความกระชับเมื่อต้องเข้าโค้ง การเลือกใช้วัสดุและรายละเอียดการเย็บที่ประณีตในทุกจุด ทำให้ผู้ใช้งานสัมผัสได้ถึงความพรีเมียมในทุกสัมผัส ห้องโดยสารที่กว้างขวางถูกออกแบบมาเพื่อมอบความรู้สึกโปร่งโล่งสบาย ด้วยการติดตั้งหลังคาพาโนรามิคขนาดใหญ่ (Panoramic Roof) ซึ่งไม่เพียงแต่เพิ่มแสงสว่างธรรมชาติ แต่ยังสร้างประสบการณ์การขับขี่และโดยสารที่เชื่อมต่อกับโลกภายนอกได้อย่างสมบูรณ์
ขุมพลังและความปลอดภัย: ประสิทธิภาพเหนือชั้น
สำหรับสมรรถนะ LEPAS L6 มาพร้อมกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุดถึง 178 กิโลวัตต์ และแรงบิดสูงสุดที่ 275 นิวตันเมตร ซึ่งให้การตอบสนองที่ฉับไวและเร้าใจ ตอบโจทย์การใช้งานทั้งในเมืองและนอกเมือง
นอกจากนี้ เทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่ (Advanced Driver Assistance Systems – ADAS) คืออีกหนึ่งจุดเด่นที่ทำให้ LEPAS L6 มีความโดดเด่นกว่าคู่แข่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งฟังก์ชัน VPD (Valet Parking Driver) ซึ่งเป็นครั้งแรกในประเทศไทย LEPAS L6 สามารถจอดรถได้ด้วยตัวเองอย่างชาญฉลาด ผู้ขับขี่สามารถเข้าสู่โหมดอัตโนมัติได้ตั้งแต่บริเวณทางเข้าอาคาร จากนั้นรถจะทำการขับเคลื่อนไปยังช่องจอดและเข้าสู่กระบวนการจอดได้อย่างแม่นยำ โดยไม่จำเป็นต้องมีผู้ขับขี่อยู่ในห้องโดยสาร ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่สะท้อนทิศทางการพัฒนารถยนต์ของแบรนด์ในยุคสมัยใหม่ที่เน้นความอัจฉริยะและความสะดวกสบายสูงสุด
กลยุทธ์ระยะยาว: การขยายเครือข่ายเพื่อตอบรับความต้องการ
การเปิดตัวแบรนด์ใหม่ในตลาดที่เต็มไปด้วยผู้เล่นรายใหญ่เช่นประเทศไทย ไม่ใช่เพียงแค่การปล่อยผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาด แต่เป็นการลงทุนในระยะยาว คุณ จิตติศักดิ์ วงษ์ศิริ ผู้อำนวยการฝ่ายงานขาย และพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่าย ได้กล่าวเน้นย้ำถึงกลยุทธ์ของ LEPAS ในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค
“LEPAS ไม่ได้เป็นเพียงแค่รถยนต์รุ่นใหม่ แต่คือแบรนด์ที่สะท้อนวิถีการเดินทางแห่งอนาคต เราให้ความสำคัญกับการสร้างประสบการณ์ใช้งานที่สมบูรณ์แบบ ทั้งในแง่ของผลิตภัณฑ์และการบริการ โดยบริษัทฯ มีแผนเดินหน้าพัฒนาเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายและบริการหลังการขายให้ครบ 50 แห่ง ภายในปี 2569 เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค และรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืน” คุณจิตติศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย
การขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายและบริการหลังการขายอย่างรวดเร็วเช่นนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความจริงจังและความมุ่งมั่นของ Chery Group ที่จะแข่งขันอย่างจริงจังในตลาดประเทศไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดที่มีศักยภาพการเติบโตสูงสุดสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ความเคลื่อนไหวที่น่าจับตามองแห่งปี 2569
การมาถึงของ LEPAS ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่น่าจับตามองอย่างยิ่งของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในปี 2569 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่ม รถเอสยูวีไฟฟ้า (Electric SUV) ซึ่งเป็นเซกเมนต์ที่มีความต้องการสูงและมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง การแข่งขันที่ทวีความรุนแรงขึ้นจากแบรนด์จากประเทศจีน จะเป็นผลดีต่อผู้บริโภคชาวไทยที่กำลังมองหารถยนต์ไฟฟ้าที่มีคุณภาพสูง ดีไซน์โดดเด่น และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย
ผู้บริโภคที่สนใจสามารถเยี่ยมชมรถยนต์ LEPAS L6 พร้อมรับข้อเสนอพิเศษเฉพาะในงานได้ที่บูธ LEPAS ภายในงาน บางกอก อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 มีนาคม – 5 เมษายน 2569 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1 อิมแพ็ค เมืองทองธานี การเปิดตัวครั้งนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางบทใหม่ของ Chery Group ในการพิชิตใจผู้บริโภคชาวไทยในยุคแห่งการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์แห่งอนาคต
ข้อควรพิจารณาเพิ่มเติมสำหรับ Chery Group ในตลาดประเทศไทย
ในฐานะผู้เล่นรายใหม่ที่เข้าสู่ตลาดประเทศไทย Chery Group จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับกลยุทธ์