Continental Tireขยายฐานผลิตยางรถยนต์ไฟฟ้าในไทย เพิ่มกำลังผลิตรวม 7.8 ล้านเส้นต่อปี ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียว
วันที่ 30 มีนาคม 2569 – ประเทศไทยยังคงเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อ นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการลงทุนที่น่าสนใจว่า คณะอนุกรรมการพิจารณาโครงการ ซึ่งได้รับมอบหมายอำนาจจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ได้อนุมัติให้การส่งเสริมโครงการลงทุนเพิ่มเติมของ บริษัท คอนติเนนทอล ไทร์ส (ประเทศไทย) จำกัด มูลค่ารวมทั้งสิ้น 13,411 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมยางรถยนต์ไทยสู่มาตรฐานสากล
การลงทุนครั้งนี้เป็นการขยายศักยภาพการผลิตอย่างเต็มรูปแบบ โดยจะมีการก่อสร้างอาคารโรงงานแห่งใหม่ พร้อมทั้งต่อเติมโรงงานเดิม ซึ่งตั้งอยู่ใน นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด 4 จังหวัดระยอง โรงงานแห่งนี้จะเป็นฐานการผลิตหลักในการรองรับความต้องการยางล้อที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด
มุ่งเป้าเพิ่มกำลังการผลิต 3 ล้านเส้นต่อปี รับกระแสยานยนต์ไฟฟ้า
โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายที่จะเพิ่มกำลังการผลิตยางล้อสำหรับยานพาหนะประเภทต่างๆ จากเดิมที่ผลิตได้ประมาณ 4.8 ล้านเส้นต่อปี ให้เพิ่มขึ้นอีก 3 ล้านเส้นต่อปี ส่งผลให้กำลังการผลิตรวมในโรงงานแห่งนี้สูงถึง 7.8 ล้านเส้นต่อปี โดยคาดว่าจะสร้างอัตราการจ้างงานในพื้นที่เพิ่มขึ้นอีกกว่า 600 คน เมื่อรวมกับบุคลากรเดิมที่มีอยู่ประมาณ 900 คน จะทำให้มีอัตราการจ้างงานรวมถึงกว่า 1,500 ตำแหน่ง การลงทุนครั้งใหญ่นี้สะท้อนให้เห็นถึงความมั่นใจในศักยภาพการผลิตของประเทศไทยในการเป็นฐานการผลิตยางรถยนต์ระดับโลก
นายนฤตม์ เน้นย้ำถึงความสำคัญของการใช้วัตถุดิบหลักที่ผลิตภายในประเทศ โดยโครงการนี้จะมีการใช้วัตถุดิบจากประเทศไทยทั้งสิ้น ได้แก่ ยางธรรมชาติ และ ยางสังเคราะห์ โดยคาดว่าจะใช้ปริมาณวัตถุดิบรวมสูงถึงกว่า 1,700 ตันต่อปี ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐที่มุ่งเน้นการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์เกษตรกรรมและยางพาราภายในประเทศ พร้อมทั้งส่งเสริมการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
Continental Group ผู้นำระดับโลก ขับเคลื่อนนวัตกรรมยางรถยนต์
คอนติเนนทอล กรุ๊ป เป็นกลุ่มบริษัทชั้นนำระดับโลกจากประเทศเยอรมนี ก่อตั้งมานานกว่า 150 ปี โดยเป็นผู้ผลิตยางรถยนต์รายใหญ่อันดับ 4 ของโลก ในปี 2568 กลุ่มธุรกิจยางรถยนต์ของคอนติเนนทอลสามารถสร้างรายได้สูงถึง 14,000 ล้านยูโร หรือคิดเป็นเงินไทยกว่า 5 แสนล้านบาท โดยปัจจุบันมีโรงงานผลิตยางรถยนต์ตั้งอยู่กระจายอยู่ใน 16 ประเทศทั่วโลก
คอนติเนนทอลได้เข้ามาลงทุนในประเทศไทยเป็นระยะเวลานานถึง 15 ปี และได้ก่อตั้งโรงงานผลิตยางรถยนต์แห่งแรกที่จังหวัดระยองเมื่อประมาณ 5 ปีที่ผ่านมา โรงงานแห่งนี้ถือเป็นหนึ่งในโรงงานที่มีความสำคัญและมีขนาดใหญ่ที่สุดในเครือข่ายของคอนติเนนทอลทั่วโลก ไม่เพียงเท่านั้น โรงงานดังกล่าวยังเป็นโรงงานที่มีความโดดเด่นในด้าน ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน โดยได้นำเทคโนโลยีและเครื่องจักรที่ทันสมัยมาใช้งาน เพื่อช่วยลดการใช้พลังงานและลดการปล่อยมลพิษ
ยกระดับการจัดการพลังงานสู่มาตรฐานระดับสูง
นายนฤตม์ กล่าวเสริมว่า โรงงานแห่งนี้ได้นำระบบอัตโนมัติมาใช้ในกระบวนการผลิตอย่างครอบคลุม ตั้งแต่การขนถ่ายวัตถุดิบไปจนถึงการจัดเก็บสินค้า ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำในการผลิต นอกจากนี้ โรงงานยังได้ลงทุนติดตั้ง แผงโซลาร์เซลล์ขนาดใหญ่ถึง 6.7 เมกะวัตต์ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนถึงร้อยละ 13 ของปริมาณการใช้ไฟฟ้าทั้งหมดภายในโรงงาน นับเป็นตัวอย่างที่ดีของการลงทุนเพื่อความยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
การขยายการลงทุนในครั้งนี้ของบริษัท คอนติเนนทอล ไทร์ส เป็นการตอบสนองต่อความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในอุตสาหกรรมรถยนต์ และที่สำคัญคือ อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ทั้งในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โรงงานในจังหวัดระยองแห่งนี้จะทำหน้าที่เป็นฐานการผลิตหลักสำหรับจำหน่ายยางล้อให้กับผู้ผลิตรถยนต์ และผู้บริโภคทั่วไป ครอบคลุมผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภท ตั้งแต่ยางสำหรับรถยนต์นั่ง รถบรรทุกขนาดเล็ก ไปจนถึงยางสำหรับรถจักรยานยนต์ นอกจากนี้ ยังรวมถึงกลุ่ม ยางรถยนต์เกรดพรีเมียม เช่น รุ่น MaxContact MC7 และยางสมรรถนะสูงสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีความต้องการเติบโตสูงมาก
ยางรถยนต์ไฟฟ้า: ความแตกต่างและโอกาสใหม่ทางธุรกิจ
สำหรับยางรถยนต์ไฟฟ้า มีความต้องการที่แตกต่างจากยางรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในอย่างชัดเจน เนื่องจากระบบส่งกำลังและอัตราเร่งของรถยนต์ไฟฟ้ามีความพิเศษเฉพาะตัว ยางรถยนต์สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าจึงจำเป็นต้องมีคุณสมบัติที่โดดเด่นในด้าน สมรรถนะสูง และ ความทนทานเป็นพิเศษ เพื่อรองรับน้ำหนักของแบตเตอรี่ และอัตราเร่งที่สูง ซึ่งความต้องการคุณสมบัติดังกล่าวส่งผลให้ ราคายางรถยนต์ไฟฟ้าสูงกว่ายางรถยนต์ทั่วไปถึง 2 – 3 เท่า ทำให้การลงทุนในกลุ่มผลิตภัณฑ์นี้เป็นโอกาสทางธุรกิจที่น่าสนใจอย่างยิ่ง
นายนฤตม์ กล่าวสรุปถึงความสำคัญของการขยายการลงทุนครั้งนี้ว่า “การลงทุนครั้งใหญ่ของคอนติเนนทอล ตอกย้ำถึงความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นฐานการผลิตยางรถยนต์ที่มีคุณภาพ และมาตรฐานสูงระดับโลก ทั้งในเรื่องความปลอดภัย และการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ ตามกติกาใหม่ของโลก เช่น EUDR (ระเบียบข้อบังคับด้านผลิตภัณฑ์ปราศจากป่าของสหภาพยุโรป) จะต้องมีการตรวจสอบย้อนกลับไปถึงกระบวนการทำสวนยางที่ไม่ทำลายป่า เพื่อก้าวสู่วิถีเกษตรยั่งยืน ซึ่งไทยมีความพร้อมในเรื่องนี้ การขยายฐานผลิตยางรถยนต์ในครั้งนี้ นอกจากจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับวัตถุดิบยางธรรมชาติ และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยแล้ว ยังจะช่วยเสริมซัพพลายเชนอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยให้มั่นคง และแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นด้วย”
อุตสาหกรรมยางรถยนต์ไทย: ผู้นำระดับภูมิภาค
สำหรับอุตสาหกรรมยางรถยนต์ ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญในห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมยานยนต์ ปัจจุบันประเทศไทยเป็นฐานการผลิตและส่งออกยางรถยนต์อันดับ 2 ของโลก รองจากประเทศจีน สำหรับในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2563 – 2567) มีผู้ยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนในการผลิตยางรถยนต์รวมทั้งสิ้น 41 โครงการ โดยมีมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 112,000 ล้านบาท ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความต่อเนื่องและความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมนี้
นอกจากนี้ ประเทศไทยยังเป็นที่ตั้งของโรงงานผลิตยางรถยนต์จากผู้ผลิตชั้นนำระดับโลกหลายราย เช่น มิชลิน (ฝรั่งเศส), บริดจสโตน (ญี่ปุ่น), กู๊ดเยียร์ (สหรัฐอเมริกา), คอนติเนนทอล (เยอรมนี), ซูมิโตโม รับเบอร์ (ญี่ปุ่น), โยโกฮามา ไทร์ (ญี่ปุ่น), จงเช่อ รับเบอร์ (จีน), ปริงซ์ เฉิงซาน ไทร์ (จีน), หลิงหลง (จีน), เซนจูรี่ ไทร์ (จีน), แม็กซิส (ไต้หวัน) และอีกมากมาย การลงทุนของคอนติเนนทอลในครั้งนี้ยิ่งเป็นการยืนยันถึงความเชื่อมั่นของตลาดโลกที่มีต่อศักยภาพการผลิตและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์ในประเทศไทย
การขยายกำลังการผลิตยางล้อครั้งใหญ่นี้ จะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และตอกย้ำตำแหน่งของประเทศไทยในเวทีอุตสาหกรรมยานยนต์โลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่