• Sample Page
filmth.moicaucachep.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
filmth.moicaucachep.com
No Result
View All Result

D1904151_คนท งเก ยจพ อแม ไม นเจร ญ!_part2

admin79 by admin79
April 17, 2026
in Uncategorized
0
D1904151_คนท งเก ยจพ อแม ไม นเจร ญ!_part2 การลงทุนครั้งสำคัญ! บีโอไอไฟเขียว ขยายฐานผลิตยางล้อรองรับรถยนต์ไฟฟ้า นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ได้แถลงยืนยันเมื่อเร็วๆ นี้ว่า คณะอนุกรรมการพิจารณาโครงการที่ได้รับอำนาจอนุมัติจากบอร์ดบีโอไอ ได้อนุมัติคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนเพิ่มเติมสำหรับโครงการผลิตยางล้อสำหรับยานพาหนะต่างๆ ของบริษัท คอนติเนนทอล ไทร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งการขยายฐานการลงทุนในครั้งนี้มีมูลค่าสูงถึง 13,411 ล้านบาท โครงการนี้เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างอาคารโรงงานแห่งใหม่ และส่วนขยายจากโรงงานเดิมที่ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด 4 จังหวัดระยอง โดยวัตถุประสงค์หลักของการขยายการลงทุนในประเทศไทยครั้งนี้ คือ เพื่อยกระดับกำลังการผลิตยางล้อสำหรับยานพาหนะ จากเดิมที่ผลิตได้ปีละ 4.8 ล้านเส้น ให้เพิ่มขึ้นอีก 3 ล้านเส้น ส่งผลให้กำลังการผลิตโดยรวมในปี 2569 นี้ จะอยู่ที่ 7.8 ล้านเส้นต่อปี นอกจากนี้ การลงทุนครั้งใหม่นี้จะช่วยสร้างงานเพิ่มขึ้นในพื้นที่กว่า 600 อัตรา เมื่อรวมกับการจ้างงานเดิมที่มีอยู่แล้วประมาณ 900 คน จะทำให้มีพนักงานในโรงงานรวมทั้งสิ้นกว่า 1,500 คน บริษัทฯ วางแผนที่จะใช้วัตถุดิบหลักในการผลิตจากภายในประเทศทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นยางธรรมชาติ และยางสังเคราะห์ ซึ่งจะมีปริมาณการใช้สูงถึงกว่า 1,700 ตันต่อปี ทำความรู้จักกับ คอนติเนนทอล กรุ๊ป: ผู้ผลิตยางรถยนต์ยักษ์ใหญ่ระดับโลก สำหรับ คอนติเนนทอล กรุ๊ป (Continental Group) เป็นบริษัทสัญชาติเยอรมัน ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตยางรถยนต์รายใหญ่ติดอันดับ 4 ของโลก มีประวัติศาสตร์การดำเนินธุรกิจมายาวนานกว่า 150 ปี โดยกลุ่มธุรกิจยางรถยนต์ (Tire Division) ในปี 2566 ที่ผ่านมา สามารถสร้างรายได้รวมกว่า 14,000 ล้านยูโร หรือคิดเป็นประมาณ 5 แสนล้านบาท ปัจจุบันบริษัทฯ มีโรงงานผลิตยางรถยนต์อยู่ทั่วโลกถึง 20 แห่ง ใน 16 ประเทศ และได้เข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทยเป็นระยะเวลา 15 ปีแล้ว โดยได้เริ่มก่อตั้งโรงงานผลิตแห่งแรกในจังหวัดระยองเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา โรงงานในประเทศไทยแห่งนี้ ถือเป็นหนึ่งในโรงงานที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเครือคอนติเนนทอล และได้รับการยอมรับในระดับสากลว่าเป็นโรงงานที่มีมาตรฐานการใช้พลังงานสูงที่สุด โดยใช้เครื่องจักรที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพในการประหยัดพลังงาน มีการนำระบบอัตโนมัติเข้ามาใช้ในการจัดการทั้งวัตถุดิบและสินค้าสำเร็จรูป เพื่อเพิ่มความแม่นยำและความรวดเร็วในการทำงาน นอกจากนี้ โรงงานยังได้ติดตั้งระบบแผงโซลาร์เซลล์ขนาด 6.7 เมกะวัตต์ ซึ่งมีสัดส่วนการผลิตพลังงานหมุนเวียนถึงร้อยละ 13 ของปริมาณการใช้ไฟฟ้าทั้งหมดของโรงงานในปัจจุบัน เดินหน้าสู่ยุคใหม่: รองรับเทรนด์รถยนต์ไฟฟ้า และความยั่งยืน
การตัดสินใจขยายการลงทุนครั้งใหญ่ของบริษัท คอนติเนนทอล ไทร์ส ในปี 2569 นี้ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการผลิตยางรถยนต์ที่มีคุณภาพสูง และสามารถแข่งขันได้ในตลาดระดับโลก ทั้งในมิติของประสิทธิภาพผลิตภัณฑ์และการให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อม ปัจจัยสำคัญที่ทำให้การลงทุนครั้งนี้มีความน่าสนใจ คือ แนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมาถึงของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศไทย และภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โรงงานในจังหวัดระยองแห่งนี้ จะทำหน้าที่เป็นฐานการผลิตหลัก เพื่อป้อนยางรถยนต์คุณภาพสูงให้กับทั้งผู้ผลิตรถยนต์ (OEMs) และผู้ใช้งานทั่วไป ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ตั้งแต่กลุ่มรถยนต์นั่งส่วนบุคคล รถบรรทุกขนาดเล็ก ไปจนถึงรถจักรยานยนต์ นอกจากนี้ ยังครอบคลุมผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์ระดับพรีเมียม เช่น รุ่น MaxContact MC7 และยางสมรรถนะสูงสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ ซึ่งรถยนต์ไฟฟ้ามีลักษณะเฉพาะตัวคือต้องการยางล้อที่มีสมรรถนะสูงเป็นพิเศษ และมีความทนทานที่แตกต่างจากรถยนต์สันดาปภายใน เนื่องจากระบบส่งกำลัง (Drivetrain) และอัตราเร่งของรถยนต์ไฟฟ้ามีความรุนแรงกว่า ส่งผลให้ความต้องการยางรถยนต์ไฟฟ้ามีราคาสูงกว่ายางรถยนต์ทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ อาจสูงถึง 2-3 เท่าตัว นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ ได้เน้นย้ำเพิ่มเติมถึงความสำคัญของการลงทุนครั้งนี้ว่า “การขยายการลงทุนครั้งใหญ่ของคอนติเนนทอล ตอกย้ำถึงความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นฐานการผลิตยางรถยนต์ที่มีคุณภาพ และมาตรฐานสูงระดับโลก ทั้งในเรื่องความปลอดภัย และการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ซึ่งตามกติกาใหม่ของโลก เช่น EUDR จะต้องตรวจสอบย้อนกลับไปถึงการทำสวนยางที่ไม่ทำลายป่า เพื่อก้าวสู่วิถีเกษตรยั่งยืน โดยไทยมีความพร้อมในเรื่องนี้ การขยายฐานผลิตยางรถยนต์ในครั้งนี้ นอกจากจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับวัตถุดิบยางธรรมชาติ และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยแล้ว ยังจะช่วยเสริมซัพพลายเชนอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยให้มั่นคง และแข็งแกร่งมากขึ้นด้วย” สำหรับภาพรวมของอุตสาหกรรมยางรถยนต์ในปัจจุบัน ประเทศไทยถือเป็นผู้เล่นสำคัญในห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับโลก โดยครองตำแหน่งผู้ผลิตและส่งออกยางรถยนต์อันดับ 2 ของโลก รองจากประเทศจีน ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2563 – 2567 มีผู้ประกอบการที่ยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมนี้ จำนวนทั้งสิ้น 41 โครงการ ด้วยมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 112,000 ล้านบาท ปัจจุบันมีผู้ผลิตชั้นนำระดับโลกที่เข้ามาตั้งฐานการผลิตในประเทศไทยแล้ว อาทิ มิชลิน (ฝรั่งเศส), บริดจสโตน (ญี่ปุ่น), กู๊ดเยียร์ (สหรัฐอเมริกา), คอนติเนนทอล (เยอรมนี), ซูมิโตโม รับเบอร์ (ญี่ปุ่น), โยโกฮามา ไทร์ (ญี่ปุ่น), จงเช่อ รับเบอร์ (จีน), ปริงซ์ เฉิงซาน ไทร์ (จีน), หลิงหลง (จีน), เซนจูรี่ ไทร์ (จีน) และแม็กซิส (ไต้หวัน) การเข้ามาลงทุนอย่างต่อเนื่องเช่นนี้แสดงให้เห็นว่า ประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่สำคัญสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับโลกในอนาคต บริษัท คอนติเนนทอล ไทร์ส (ประเทศไทย) จำกัด: ขับเคลื่อนสู่อนาคตอย่างยั่งยืน ในวงการยานยนต์ปัจจุบัน การเติบโตของอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ถือเป็นหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะในภาคตะวันออกของประเทศไทย ซึ่งเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ชั้นนำของโลก และเป็นที่ตั้งของโรงงานผลิตยางรถยนต์ชั้นนำจากต่างชาติหลายแห่ง ความสามารถในการแข่งขันในตลาดระดับโลกไม่ได้วัดกันที่แค่จำนวนการผลิตอีกต่อไป แต่รวมถึงการตอบสนองต่อมาตรฐานด้านความยั่งยืน ความรับผิดชอบต่อสังคม และการจัดการห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Management) อย่างครบวงจร บีโอไอ ไฟเขียวการลงทุน 1.3 หมื่นล้านบาท ตอกย้ำความเชื่อมั่น คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ (BOI) ได้อนุมัติการลงทุนเพิ่มเติมสำหรับโครงการผลิตยางล้อสำหรับยานพาหนะของบริษัท คอนติเนนทอล ไทร์ส (ประเทศไทย) จำกัด โดยมีมูลค่าการลงทุนสูงถึง 13,411 ล้านบาท การอนุมัติครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการเพิ่มกำลังการผลิต แต่ยังเป็นการตอกย้ำถึงความเชื่อมั่นของบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกต่อศักยภาพทางอุตสาหกรรมและซัพพลายเชนในประเทศไทย
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการบีโอไอ ได้กล่าวถึงความสำคัญของการลงทุนครั้งนี้ว่า การลงทุนเพิ่มเติมในครั้งนี้ จะส่งผลให้กำลังการผลิตยางล้อสำหรับยานพาหนะรวมในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอีกอย่างมีนัยสำคัญ โดยสามารถผลิตได้เพิ่มขึ้นปีละ 3 ล้านเส้น จากฐานการผลิตเดิม 4.8 ล้านเส้นต่อปี กลายเป็น 7.8 ล้านเส้นต่อปี นอกจากนี้ ยังมีการจ้างงานเพิ่มเติมในพื้นที่กว่า 600 อัตรา และการใช้แรงงานรวมกว่า 1,
Previous Post

D1904153_งานแต ไม เก ยรต จะเล อกอะไร_part2

Next Post

D1904152_คนต องด ตอน…เราลำบาก_part2

Next Post
D1904152_คนต องด ตอน…เราลำบาก_part2

D1904152_คนต องด ตอน…เราลำบาก_part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • D1904152_คนต องด ตอน…เราลำบาก_part2
  • D1904151_คนท งเก ยจพ อแม ไม นเจร ญ!_part2
  • D1904153_งานแต ไม เก ยรต จะเล อกอะไร_part2
  • D1904154_กไม นด กว าท_part2
  • D1904155_คำส งเส ยของสาม_part2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • April 2026
  • March 2026
  • February 2026
  • January 2026

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.