
ตลาดบ้านหรู 10-30 ล้านบาท: ต้านทานลมแรง อนาคตสดใสของเศรษฐีรุ่นใหม่
กรุงเทพมหานคร, 14 เมษายน 2569 – ท่ามกลางกระแสความผันผวนทางเศรษฐกิจโลกและภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยรวมในประเทศไทยยังคงเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนัก สะท้อนได้จากตัวเลขสถิติการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยใหม่ในปี 2568 ที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด อย่างไรก็ตาม หากมองเจาะลึกในแต่ละ “เซ็กเมนต์” ของตลาด จะพบว่ามีบางกลุ่มที่ยังคงต้านทานกระแสชะลอตัวได้ และมีสัญญาณการเติบโตที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน ตลาดบ้านหรูระดับราคา 10-30 ล้านบาท
สุรเชษฐ กองชีพ หัวหน้าฝ่ายวิจัยและที่ปรึกษา คุชแมน แอนด์ เวคฟีลด์ ประเทศไทย ให้ข้อมูลเชิงลึกว่า ตลาดบ้านหรู กำลังกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ในปี 2569 กลุ่มลูกค้าในเซ็กเมนต์นี้ประกอบด้วย “เศรษฐีรุ่นใหม่” ที่มีศักยภาพทางการเงินสูง ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจน้อย และยังคงมองหาที่อยู่อาศัยคุณภาพสูง แม้ว่าจะใช้เวลาในการตัดสินใจนานขึ้นก็ตาม “ตลาดคอนโดมิเนียมโดยรวมมีการชะลอตัวอย่างชัดเจน ผู้ประกอบการส่วนใหญ่หันไปมุ่งเน้นการพัฒนาโครงการแนวราบในทุกระดับราคาเพื่อกระจายความเสี่ยง ผู้บริโภคเองก็เลือกที่จะรอและตัดสินใจอย่างรอบคอบมากขึ้น” สุรเชษฐกล่าว
บ้านหรู: ความต้องการที่แท้จริงของกลุ่ม “เศรษฐีรุ่นใหม่”
ความน่าสนใจของ ตลาดบ้านหรู คือการที่กลุ่มลูกค้าในระดับบนมีความต้องการอยู่อาศัยจริง (Real Demand) สูง เนื่องจากกลุ่มนี้ประกอบไปด้วยกลุ่ม “Young Successor” ที่เพิ่งประสบความสำเร็จในอาชีพ หรือเจ้าของกิจการรุ่นใหม่ที่มีรายได้มั่นคง การตัดสินใจซื้อไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาหรือโปรโมชั่นเป็นหลัก แต่เน้นที่ความคุ้มค่า (Value) ภาพลักษณ์ที่สะท้อนความสำเร็จ (Success Image) และ “คุณภาพชีวิต” (Quality of Life) ที่จะได้รับ
ในภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนเช่นนี้ ผู้ซื้อกลุ่มนี้มีแนวโน้มใช้เวลาในการเปรียบเทียบและตัดสินใจนานขึ้น พวกเขาจะศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด พิจารณาปัจจัยด้านทำเลที่ตอบโจทย์การเดินทางและโครงข่ายคมนาคมที่เชื่อมต่อสะดวก รวมถึงความใกล้กับสถานศึกษาชั้นนำของบุตรหลาน สภาพแวดล้อมสังคม และความมั่นคงภายในโครงการ นอกจากนี้ ตลาดบ้านหรูระดับราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป ยังเป็นกลุ่มที่มียอดโอนกรรมสิทธิ์ลดลงน้อยกว่ากลุ่มราคาต่ำกว่า สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการซื้อและความพร้อมทางการเงินของกลุ่มลูกค้าในตลาดบน
“ปัจจุบันโครงการแนวราบครองสัดส่วนถึง 75-80% ในตลาดบ้านหรู นั่นคือเหตุผลที่ผู้ประกอบการรายใหญ่ต่างให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงการแนวราบในระดับราคานี้อย่างต่อเนื่อง” สุรเชษฐเสริม “เพราะนี่คือเซ็กเมนต์ที่มีฐานกำลังซื้อกว้างและแข็งแกร่งที่สุดในตลาดบ้านหรู แม้ว่าเราจะเห็นตลาดอัลตราลักเซอรี่ก็กำลังเติบโต แต่ตลาดบ้านหรู 10-30 ล้านบาท ถือเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่และกำลังซื้อหลากหลายกลุ่มมากที่สุดในปัจจุบัน”
4 ผู้เล่นยักษ์ใหญ่: กลยุทธ์ชิงกำลังซื้อ “เศรษฐีรุ่นใหม่”
ตลาดบ้านหรูในประเทศไทยมีการแข่งขันที่ดุเดือด โดยผู้ประกอบการแต่ละรายต่างงัดกลยุทธ์ที่แตกต่างกันออกไป เพื่อสร้างจุดยืนและตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะตัวของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายรายนี้
แสนสิริ (Sansiri): ตำนานแบรนด์เหนือระดับ
บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ยังคงเป็นผู้นำตลาดบ้านหรูที่แข็งแกร่ง ด้วยแบรนด์เรือธงอย่าง เศรษฐสิริ (Setthasiri) ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นแบรนด์ที่ตอบโจทย์ภาพลักษณ์และรสนิยมของกลุ่มลูกค้าตลาดบนมาอย่างยาวนาน แสนสิริมีการพัฒนาและปรับเปลี่ยนดีไซน์ ฟังก์ชัน รวมถึงความล้ำสมัยของเทคโนโลยีภายในบ้านให้เข้ากับความต้องการของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการสร้าง “ภาพจำ” ที่ชัดเจนว่าการเป็นเจ้าของบ้านเศรษฐสิริ คือการยกระดับสถานะทางสังคมและความสำเร็จในชีวิต
นอกจากนี้ แสนสิริยังมีอีกหนึ่งแบรนด์ที่ได้รับความนิยมในตลาดบ้านหรูระดับกลางถึงบน นั่นคือ บุราสิริ (Burasiri) ที่เน้นการออกแบบบรรยากาศการพักผ่อนสไตล์รีสอร์ต พร้อมด้วยจุดแข็งด้าน บริการหลังการขาย (After-Sales Service) และระบบรักษาความปลอดภัย LIV-24 ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับลูกค้า “แสนสิริให้ความสำคัญกับการสร้างประสบการณ์การอยู่อาศัยแบบครบวงจร การผสมผสานดีไซน์ที่หรูหราเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ ทำให้บ้านของแสนสิริไม่ได้เป็นเพียงที่อยู่อาศัย แต่เป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จและความภาคภูมิใจ” สุรเชษฐวิเคราะห์
แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (Land and Houses): คุณภาพและความน่าเชื่อถือที่ไร้กาลเวลา
บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH พี่ใหญ่ในวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย ยังคงยืนหยัดด้วยภาพลักษณ์ของ คุณภาพ (Quality) และ ความน่าเชื่อถือ (Reliability) ที่เป็นที่ยอมรับอย่างสูงในตลาดบ้านหรู แบรนด์หลักอย่าง ชัยพฤกษ์ (Chaiyaphruek), มัณฑนา (Manthana) และ สีวลี (Sivalai) ยังคงเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับผู้ที่มองหาบ้านในระดับราคานี้ แม้ว่าราคาขายจะเริ่มต้นที่มากกว่า 10 ล้านบาท แต่ด้วยภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นในแบรนด์ ทำให้บ้านของ LH ยังคงเป็นที่ต้องการเสมอ
“แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ สร้างความเชื่อมั่นในตลาดบ้านหรูด้วยการรักษามาตรฐานการก่อสร้างและคุณภาพโครงการมาอย่างต่อเนื่อง พวกเขาเข้าใจว่าลูกค้ากลุ่มนี้ไม่ได้มองหาเพียงความสวยงาม แต่ต้องการความยั่งยืนและความมั่นคงระยะยาว” สุรเชษฐเสริม “พวกเขาปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยอยู่เสมอ แต่ยังคงหัวใจหลักของความเป็น ‘บ้าน’ ที่อบอุ่นและปลอดภัยไว้อย่างเต็มที่”
เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น (SC Asset): บ้านหรูในทำเลศักยภาพ
บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC โดดเด่นใน ตลาดบ้านหรู ด้วยการมุ่งเน้นการพัฒนาโครงการในทำเลศักยภาพสูง โดยเฉพาะแบรนด์หลักอย่าง บางกอก บูเลอวาร์ด (Bangkok Boulevard) ซึ่งมีราคาเริ่มต้นราว 10 ล้านบาท และแบรนด์ระดับบนอย่าง บางกอก บูเลอวาร์ด ซิกเนเจอร์ (Bangkok Boulevard Signature) ที่มีราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 20-35 ล้านบาท
SC เน้นการสร้าง “ภาพลักษณ์” ที่หรูหรา ทันสมัย และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของกลุ่มคนเมืองรุ่นใหม่ การเลือกทำเลที่ตั้งโครงการใกล้เคียงโครงข่ายคมนาคมและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทำให้โครงการของ SC ได้รับความนิยมจากผู้ที่ต้องการความสะดวกสบายในการเดินทางและการใช้ชีวิต “SC เข้าใจกลุ่มเป้าหมายที่มองหาบ้านในทำเลที่คุ้มค่า มีรถไฟฟ้าเข้าถึง และใกล้โซนธุรกิจสำคัญๆ” สุรเชษฐกล่าว “พวกเขาไม่ได้แค่ขายบ้าน แต่ขายไลฟ์สไตล์ที่สะดวกสบายใจกลางเมือง”
เอพี ไทยแลนด์ (AP Thailand): การขยายตัวอย่างรวดเร็วในตลาดบ้านเดี่ยว
บริษัท เอพี ไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ AP เป็นอีกหนึ่งผู้เล่นสำคัญในตลาดบ้านหรูระดับราคานี้ ด้วยแบรนด์หลักที่แข็งแกร่งและกระจายตัวอย่างทั่วถึงในทำเลกรุงเทพฯ และปริมณฑลอย่าง เดอะซิตี้ (The City) และ เซนโทร (Centro)
AP เน้นการสร้างความแตกต่างด้วย การออกแบบที่ทันสมัย และ การเข้าถึงง่าย ทั้งในแง่ราคาและทำเลที่ตั้ง บริษัทมีการขยายโครงการใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับความต้องการของตลาดที่หลากหลาย “เอพีมีการปรับตัวที่รวดเร็วในการพัฒนาโครงการบ้านหรู เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่มองหาบ้านเดี่ยวในทำเลที่เดินทางสะดวก” สุรเชษฐเสริม “ความได้เปรียบของเอพีคือการมีแบรนด์ที่แข็งแกร่งและมี