• Sample Page
filmth.moicaucachep.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
filmth.moicaucachep.com
No Result
View All Result

D1910115_ยอดขายไม ได แต ทำไมได ใจท านประธาน_part2 | Ayesha Barone

admin79 by admin79
October 19, 2026
in Uncategorized
0
D1910115_ยอดขายไม ได แต ทำไมได ใจท านประธาน_part2 | Ayesha Barone วิกฤตความสามารถในการกู้ซื้อ: 6 โซนเด่นที่ต้องจับตามองในปี 2569 ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยกำลังเข้าสู่ภาวะ “คลื่นกระทบฝั่ง” อย่างแท้จริง สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นไม่ใช่แค่ความผันผวนตามรอบธุรกิจ แต่เป็นสัญญาณเตือนถึงปัญหาระดับโครงสร้างที่ฝังรากลึกมานานหลายปี หากพิจารณาจากข้อมูลล่าสุดของปี 2569 จะพบว่าวิกฤตความสามารถในการกู้ซื้อกำลังกัดกินตลาดอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในกลุ่มบ้านราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท ซึ่งมีอัตราการถูกปฏิเสธสินเชื่อพุ่งสูงถึงกว่า 70% ตัวเลขที่น่าตกใจนี้ทำให้ผู้ประกอบการรายใหญ่หลายรายต้อง “หนี” จากตลาดแมส หันไปพึ่งพิงตลาดไฮเอนด์ที่มีกำลังซื้อแข็งแกร่งและไม่พึ่งพาเงินกู้เป็นหลัก แต่ในขณะเดียวกัน ตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัยสำหรับผู้ที่ต้องการ “อยู่จริง” (Real Demand) ยังคงมีโอกาสใหม่ๆ รออยู่ โดยเฉพาะในกลุ่มบ้านแนวราบราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาท ในทำเลชานเมืองที่มีศักยภาพ ซึ่งยังคงเป็นโซนที่ความต้องการสูงอย่างต่อเนื่อง จากการสำรวจข้อมูลโครงการอสังหาริมทรัพย์กว่า 4,000 โครงการทั่วกรุงเทพฯ โดย บริษัท เทอร์ร่า มีเดีย จำกัด (Terra Media) ได้มีการวิเคราะห์และระบุ 6 โซนหลักที่น่าจับตามองในปี 2569 โซนเหล่านี้มีความแตกต่างกันในแง่ของโอกาสและความเสี่ยง และจำเป็นต้องใช้กลยุทธ์การตลาดที่แตกต่างกันเพื่อเข้าถึงความต้องการของกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย โซนศูนย์กลางธุรกิจ (CBD): สนามรบของตลาดลักชัวรีและ HNWI
โซนศูนย์กลางธุรกิจ (Central Business District) หรือ CBD ของกรุงเทพฯ ได้แก่ สีลม สาทร สุขุมวิท และพระราม 3 ได้กลายเป็น “สนามรบ” ของตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) ไปแล้ว แนวราบในย่านนี้มีราคาเฉลี่ยทะลุหลัก 65 ล้านบาทต่อยูนิต แต่ยังคงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องถึง 10% ต่อปี ในขณะที่คอนโดมิเนียมมีการเปิดตัวโครงการใหม่เพิ่มขึ้น 15% แต่ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรยังทรงตัว สะท้อนให้เห็นว่าตลาดนี้คือตลาดของผู้มีกำลังซื้อระดับสูงเท่านั้น สินค้าคงค้างส่วนใหญ่ในย่านนี้เป็นโครงการระดับลักชัวรีที่ต้องมุ่งเป้าไปที่กลุ่มลูกค้าต่างชาติ และกลุ่มบุคคลที่มีสินทรัพย์มูลค่าสูง (High Net Worth Individuals – HNWI) ซึ่งมีทุนทรัพย์ตั้งแต่ 30 ล้านบาทขึ้นไป ผู้ประกอบการที่เจาะตลาดนี้ต้องสร้างจุดขายที่เหนือกว่าแค่ขนาดพื้นที่ แต่ต้อง “ขายประสบการณ์” และ “คุณภาพชีวิต” ที่เหนือระดับ ความท้าทายหลักคือต้นทุนการพัฒนาโครงการที่สูง การแข่งขันที่ดุเดือด และทางเลือกที่หลากหลายของกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูงเหล่านี้ แนวโน้มสำคัญสำหรับโซน CBD: ตลาดลักชัวรีสำหรับต่างชาติ (Foreign Luxury Market): กรุงเทพฯ ยังคงเป็นศูนย์กลางการลงทุนสำหรับชาวต่างชาติ ทำให้ความต้องการคอนโดหรูระดับซูเปอร์ลักชัวรีที่ใกล้แหล่งงานและสิ่งอำนวยความสะดวกยังคงสูงอยู่ โดยเฉพาะโครงการที่ใกล้สถานีรถไฟฟ้า BTS/MRT และมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน (Full-Facility) การขยายตัวของเมืองเก่า (Urban Regeneration): โซนพระราม 3 กำลังกลายเป็นศูนย์กลางใหม่ของความหรูหรา การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เช่น สะพานใหม่ และการพัฒนาพื้นที่ริมแม่น้ำ ทำให้ทำเลนี้เป็นที่น่าสนใจสำหรับกลุ่ม HNWI ที่มองหาบ้านริมน้ำในเมือง การใช้ที่ดินอย่างคุ้มค่า (Land Optimization): เนื่องจากที่ดินใน CBD มีจำกัด ผู้ประกอบการจึงหันมาพัฒนารูปแบบโครงการที่เน้นการใช้ประโยชน์สูงสุด เช่น การรวมอาคารสำนักงานและพื้นที่ค้าปลีก (Mixed-Use) เพื่อตอบโจทย์วิถีชีวิตของคนทำงานในเมือง สำหรับผู้ประกอบการรายใหม่ การเจาะตลาดนี้ต้องการเงินทุนจำนวนมากและแนวคิดที่แตกต่าง การเน้นการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ (High-End Real Estate Agents) และการใช้แพลตฟอร์มการตลาดระดับโลก (Global Marketing Platforms) เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้โครงการได้รับการมองเห็นจากกลุ่มเป้าหมายที่มีกำลังซื้อสูง โซนในเมือง (Urban): ตลาดแมสต้องปรับตัวครั้งใหญ่ โซนในเมือง (Urban) ซึ่งครอบคลุมพื้นที่สำคัญอย่างจตุจักร รัชดา พญาไท ห้วยขวาง และบางซื่อ กำลังเผชิญกับช่วงที่ยากลำบากที่สุดของตลาดคอนโดมิเนียมในรอบ 10 ปี สังเกตได้จากการที่โครงการใหม่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คอนโดที่ยังขายได้ดีมักมีราคาไม่เกิน 150,000 บาทต่อตารางเมตร แนวราบราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาท โดยเฉพาะทาวน์โฮม 3 ชั้น ได้กลายเป็นพระเอกของโซนนี้ เนื่องจากเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง (Real Demand) ที่กำลังมองหาบ้านหลังแรกในเมือง แต่สำหรับผู้ประกอบการที่เน้นขายคอนโดในทำเลนี้ ความท้าทายคือการแข่งขันที่รุนแรงจากคอนโดมือสองที่มีจำนวนมากและราคาแข่งขันได้ แนวโน้มสำคัญสำหรับโซน Urban: การแข่งกับตลาดมือสอง (Used Condo Competition): เนื่องจากตลาดคอนโดมีจำนวนยูนิตสะสมมาก การแข่งขันกับราคาขายต่อ (Resale Price) ที่ต่ำกว่าโครงการใหม่ทำให้ผู้ประกอบการต้องเพิ่มความคุ้มค่า และคุณภาพของโครงการใหม่เพื่อดึงดูดผู้ซื้อ
ทาวน์โฮม 3 ชั้นบูม (Townhome 3-Story Boom): ความต้องการทาวน์โฮม 3 ชั้นในเมืองเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ครอบครัวที่มีลูกและต้องการพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น โดยไม่ต้องจ่ายแพงเท่าบ้านเดี่ยว การปรับปรุงพื้นที่เก่า (Retrofitting): ผู้ประกอบการบางรายหันมาปรับปรุงอาคารสำนักงานเก่าให้เป็นคอนโด หรือพื้นที่ค้าปลีก เพื่อเพิ่มมูลค่าและลดการแข่งขัน ผู้ประกอบการรายใหม่ในโซนนี้ควรพิจารณาการพัฒนาโครงการทาวน์โฮม 3 ชั้น หรือบ้านแฝดที่มีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง เพื่อตอบโจทย์ครอบครัวที่ต้องการพื้นที่มากขึ้นในเมือง การใช้กลยุทธ์การตลาดแบบดิจิทัล (Digital Marketing) เพื่อเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่กำลังมองหาบ้านเป็นครั้งแรกก็เป็นสิ่งจำเป็น โซนตะวันออก (Eastern Zone): ดาวรุ่งตลาดบ้านแนวราบ โซนตะวันออก ซึ่งประกอบด้วยพื้นที่อย่าง เกษตร-นวมินทร์ มีนบุรี อ่อนนุช ลาดกระบัง และโซนบางนา-ตราด กำลังกลายเป็น “ดาวรุ่ง” ของตลาดบ้านแนวราบที่มีอัตราการเติบโตสูงถึง 11% ต่อปี โดยเฉพาะในช่วงราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาท ขณะที่ตลาดคอนโดยังคงทรงตัวอยู่ที่ระดับราคา 70,000-80,000 บาทต่อตารางเมตร แต่ยูนิตที่ขายดีมักมีราคาต่ำกว่า 150,000 บาทต่อตารางเมตร ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการบ้านเพื่ออยู่อาศัยจริงของผู้ซื้อที่ยินดีจ่ายมากขึ้นเพื่อความสะดวกสบายและความเป็นส่วนตัว แนวโน้มสำคัญสำหรับโซน Eastern Zone: การขยายตัวของรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (MRT Yellow Line Impact): การขยายตัวของแนวรถไฟฟ้าสายสีเหลืองทำให้การเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองสะดวกขึ้น ส่งผลให้ความต้องการบ้านแนวราบในโซนนี้เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การขยายตัวของสนามบินอู่ตะเภา (U-Tapao Airport Expansion): โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และการขยายตัวของสนามบินอู่ตะเภา ทำให้เกิดความต้องการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้ที่ทำงานในพื้นที่ รวมถึงนักลงทุนที่มองหาโอกาสในอนาคต ความนิยมของบ้านแฝด (Semi-Detached Homes): บ้านแฝดกำลังเป็นที่นิยมในโซนนี้ เนื่องจากเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่าบ้านเดี่ยว แต่ยังให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวมากกว่าทาวน์โฮม ผู้ประกอบการรายใหม่ในโซนนี้ควรพิจารณาการพัฒนาโครงการบ้านแฝดหรือบ้านเดี่ยวในทำเลใกล้สถานีรถไฟฟ้า หรือใกล้แหล่งงาน การใช้กลยุทธ์การตลาดแบบดิจิทัล (Digital Marketing) และการร่วมมือกับนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ก็เป็นสิ่งจำเป็น โซนตะวันตก (Western Zone): ความเสี่ยงสูงในตลาดกลาง-บน
โซนตะวันตก ซึ่งครอบคลุมพื้นที่อย่างปิ่นเกล้า กาญจนาภิเษก สุข
Previous Post

D1910112_ย งไม ท นได ข บ เร องก เก ด ส ต อไป_part2 | Ayesha Barone

Next Post

D1910116_ยอมไปส มภาษณ สาย เพ อช วยคนแปลกหน า ส ต อไป_part2 | Ayesha Barone

Next Post

D1910116_ยอมไปส มภาษณ สาย เพ อช วยคนแปลกหน า ส ต อไป_part2 | Ayesha Barone

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • D0411195_เงนแมหายลานทกใบมชอลกสะใภแตผลตรวจปลายทางทำใหทกคนเงยบ_part2 | รักซ่อนแค้น
  • D0411192_เคยใหเพอนยมเงนสงลกเรยนครงแตวนทฉนกบลกไมมทนอ_part2 | รักซ่อนแค้น
  • D0411197_เล ยงจนเป นช าง ส ดท ายต องขายบ านจ ายเขา จร งจร งนะ_part2 | รักซ่อนแค้น
  • D0411193_เคยชวยเพอนคนตงตววนลกปวยหนกพวกเขากลบหวเราะจนตองขายร_part2 | รักซ่อนแค้น
  • D0411198_ช วคราว 3 เด อน จร งจร งนะ_part2 | รักซ่อนแค้น

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • November 2026
  • October 2026
  • September 2026
  • August 2026
  • July 2026
  • June 2026

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.