
ตลาดบ้านหรู 10-30 ล้านบาท: โอกาสทองของเศรษฐีรุ่นใหม่ท่ามกลางความไม่แน่นอน
ท่ามกลางบรรยากาศเศรษฐกิจไทยปี 2569 ที่ยังคงเผชิญความท้าทายจากความผันผวนระดับโลกและภาวะเงินเฟ้อ แม้ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์จะชะลอตัวอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มคอนโดมิเนียมที่ผู้ประกอบการต้องปรับกลยุทธ์อย่างหนักเพื่อบริหารความเสี่ยง แต่เซ็กเมนต์ที่ยังคงฉายแววเติบโตและเป็นที่ต้องการอย่างต่อเนื่องคือ ตลาดบ้านหรู 10-30 ล้านบาท ซึ่งกลุ่มผู้บริโภคในระดับนี้มีกำลังซื้อที่มั่นคง ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจน้อยกว่า และยังคงมองหา “บ้านหรู 10-30 ล้านบาท” เป็นบ้านพักอาศัยจริง ไม่ใช่เพียงเพื่อเก็งกำไร
สุรเชษฐ กองชีพ หัวหน้าฝ่ายวิจัยและที่ปรึกษา คุชแมน แอนด์ เวคฟีลด์ ประเทศไทย อธิบายว่า เศรษฐกิจที่ชะลอตัวส่งผลให้การตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคช้าลง โดยเฉพาะกลุ่มตลาดแมส แต่ตลาดบ้านหรูยังคงมีเรียลดีมานด์ โดยเฉพาะโครงการบ้านจัดสรรแนวราบ ซึ่งครองสัดส่วนสูงถึง 75-80% ของตลาดบนทั้งหมด ผู้ประกอบการรายใหญ่จึงหันมาให้ความสำคัญกับการพัฒนาบ้านหรูระดับราคานี้อย่างเต็มที่ เพื่อช่วงชิงกำลังซื้อจาก “เศรษฐีรุ่นใหม่” ที่มีความต้องการซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง
4 ผู้เล่นยักษ์ใหญ่ ชิงกำลังซื้อตลาดบ้านหรู
ในตลาดบ้านหรู 10-30 ล้านบาท มีผู้ประกอบการรายใหญ่หลายรายต่างชูจุดเด่นและกลยุทธ์ที่แตกต่างกัน เพื่อดึงดูดกำลังซื้อ กลุ่มที่มีอิทธิพลในตลาดนี้ประกอบด้วย:
บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน): แสนสิริเป็นหนึ่งในผู้พัฒนาโครงการบ้านหรูที่มีชื่อเสียงมายาวนาน แบรนด์เรือธงอย่าง “เศรษฐสิริ” ถูกวางตำแหน่งให้เป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จและภาพลักษณ์ที่ดีของผู้พักอาศัย บริษัทมีการปรับดีไซน์และฟังก์ชันของโครงการให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ และตอกย้ำจุดแข็งด้านบริการหลังการขายด้วยระบบรักษาความปลอดภัย LIV-24 นอกจากนี้ยังมีแบรนด์ “บุราสิริ” ที่เน้นบรรยากาศการพักผ่อนสไตล์รีสอร์ต และขยายการลงทุนสู่ตลาดบ้านหรูในเมืองผ่านโครงการ “เศรษฐสิริ สาทร-ปิ่นเกล้า” ที่สร้างความฮือฮาในช่วงต้นปี
บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน): พี่ใหญ่แห่งวงการอสังหาริมทรัพย์ไทยยังคงมีจุดยืนที่แข็งแกร่งในตลาดบ้านหรู แบรนด์หลักอย่าง “ชัยพฤกษ์-มัณฑนา-สีวลี” ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง แม้ราคาขายอาจเริ่มต้นที่มากกว่า 10 ล้านบาท แต่ด้วยภาพลักษณ์ที่เน้นความแข็งแรง ทนทาน และความน่าเชื่อถือ ทำให้เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับผู้ที่มองหาบ้านที่มีคุณภาพสูง
บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน): SC เน้นการพัฒนาโครงการบ้านจัดสรรในระดับราคาดังกล่าว โดยเฉพาะแบรนด์ “บางกอก บูเลอวาร์ด” ที่มีราคาเริ่มต้น 10 ล้านบาท และแบรนด์ “บางกอก บูเลอวาร์ด ซิกเนเจอร์” ที่ขยับราคาสูงขึ้นไปอยู่ในช่วง 20-35 ล้านบาท เน้นทำเลศักยภาพใจกลางเมืองและใกล้ระบบรถไฟฟ้า
บริษัท เอพี ไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน): AP มีแบรนด์หลักในระดับราคาใกล้เคียงกันคือ “เดอะซิตี้” และ “เซนโทร” ซึ่งมีการกระจายตัวในทำเลที่มีการขยายตัวของเมืองอย่างต่อเนื่อง ทั้งในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล นอกจากนี้ยังมีรายอื่นๆ เช่น ศุภาลัย และพฤกษา ที่เข้ามาแข่งขันในตลาดนี้เช่นกัน
‘เศรษฐีรุ่นใหม่’: กลุ่มลูกค้าเป้าหมายสำคัญ
สำหรับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายในตลาด บ้านหรู 10-30 ล้านบาท สุรเชษฐ กองชีพ วิเคราะห์ว่า ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ชาวไทย อายุไม่เกิน 45 ปี ที่มีความต้องการซื้อบ้านเพื่ออยู่อาศัยจริง (Real Demand) โดยเน้นความคุ้มค่าของพื้นที่ใช้สอย ทำเลที่เดินทางสะดวก เชื่อมต่อโครงข่ายถนนหลักและระบบขนส่งสาธารณะ รวมถึงทำเลใกล้สถานศึกษาชั้นนำของบุตรหลาน สภาพแวดล้อมทางสังคมและบรรยากาศภายในโครงการที่สะท้อน “คุณภาพชีวิต” ทำเลที่ได้รับความนิยมอย่างสูง ได้แก่ รามอินทรา บางนา ดอนเมือง ราชพฤกษ์ และพื้นที่ปริมณฑลที่มีการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐานรองรับ
กลุ่มผู้ซื้อเหล่านี้มีสถานะการเงินที่แข็งแกร่ง ส่วนใหญ่เป็นเจ้าของกิจการ ผู้บริหารระดับสูง หรือ Young Successor ที่ประสบความสำเร็จในอาชีพ พฤติกรรมการตัดสินใจซื้อจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาหรือของแถมเป็นหลัก แต่เน้นความคุ้มค่าและภาพลักษณ์ที่สะท้อนความสำเร็จ ในสภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ผู้ซื้อกลุ่มนี้มีแนวโน้มใช้เวลาในการเปรียบเทียบและตัดสินใจซื้อนานขึ้น เพื่อแสวงหาเงื่อนไขที่ดีที่สุด ทำให้เกิดอำนาจต่อรองที่สูงขึ้น
ต้นทุนเดิม-มาตรการรัฐหนุน: โอกาสทองของ “บ้านหรู 10-30 ล้านบาท”
ด้าน “ต้นทุนการผลิต” แม้ราคาวัสดุก่อสร้างในช่วงที่ผ่านมาจะปรับตัวสูงขึ้น 5-10% รวมถึงแรงกดดันจากอัตราเงินเฟ้อและราคาน้ำมันจากสงครามตะวันออกกลาง แต่ราคาขายบ้านในระดับ 10-30 ล้านบาท ในปัจจุบันส่วนใหญ่ยังคงเป็นราคาต้นทุนเดิม หากภาวะสงครามยืดเยื้อเป็นเวลานาน ราคาขายมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นตามต้นทุนใหม่ในทันที
“ช่วงเวลานี้จึงถือเป็นโอกาสทองสำหรับผู้ซื้อที่ต้องการที่อยู่อาศัยจริง ในการเข้าถือครองสินทรัพย์ภายใต้ข้อเสนอที่คุ้มค่าจากผู้ประกอบการ นอกจากลงทุนเพื่อคุณภาพชีวิตแล้ว อสังหาฯ ในทำเลศักยภาพทั้งกรุงเทพฯและปริมณฑล ยังมีมูลค่าเพิ่มขึ้นทุกปี ตามราคาที่ดินที่ขยับตัวสูงขึ้น ทำให้การซื้อที่อยู่อาศัยตอนนี้เป็นการสร้างมรดกและส่งต่อความมั่งคั่งที่คุ้มค่าที่สุด ก่อนที่ต้นทุนการพัฒนาในอนาคตจะปรับตัวสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด” สุรเชษฐ กล่าวย้ำ
นอกจากนี้ยังเป็นช่วงจังหวะที่อัตราดอกเบี้ยต่ำ ยังมี 2 มาตรการรัฐสนับสนุน ทั้งผ่อนปรนเกณฑ์ LTV ลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนอง 0.01% ซึ่งจะสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ช่วยเพิ่มสภาพคล่อง ลดภาระเงินดาวน์ ก่อนที่เกณฑ์จะกลับมาเข้มงวดขึ้น ดังนั้น การซื้อบ้านหรู 10-30 ล้านบาท ในจังหวะนี้จึงถือเป็นความคุ้มค่าเชิงกลยุทธ์สูงสุดสำหรับกลุ่มผู้ซื้อที่มีความพร้อม
เทรนด์ “บ้านหรู 10-30 ล้านบาท” ในยุคใหม่
ตลาดบ้านหรูระดับ 10-30 ล้านบาท ได้รับอิทธิพลจากความต้องการของคนรุ่นใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด ผู้บริโภคไม่ได้มองหาแค่ “บ้าน” เพื่อการพักอาศัย แต่ต้องการ “พื้นที่ชีวิต” ที่ตอบโจทย์ทั้งการทำงาน การใช้ชีวิต และการสร้างคุณค่าในระยะยาว
ความยั่งยืนและพลังงานทางเลือก: ด้วยกระแสความตื่นตัวด้านสิ่งแวดล้อม ผู้บริโภคยุคใหม่มองหา “บ้านประหยัดพลังงาน 2026” ที่มีการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) เพื่อลดค่าไฟฟ้าในระยะยาว การลงทุนในเทคโนโลยีพลังงานสะอาดถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
เทคโนโลยี Smart Home: การอยู่อาศัยในยุคดิจิทัลทำให้ “บ้านอัจฉริยะ” (Smart Home) เป็นที่ต้องการอย่างมาก ผู้ซื้อต้องการระบบควบคุมความปลอดภัย ระบบจัดการพลังงาน และระบบอำนวยความสะดวกภายในบ้านผ่านแอปพลิเคชัน ทำให้ชีวิตสะดวกสบาย ปลอดภัย และทันสมัยยิ่งขึ้น
พื้นที่ทำงานและไลฟ์สไตล์: ด้วยรูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่น (Hybrid Working) ผู้ซื้อต้องการบ้านที่มีพื้นที่ทำงานส่วนตัว (Home Office) ที่ออกแบบมาอย่างดี นอกจากนี้ยังมองหาพื้นที่ส่วนกลางที่ส่ง