หัวข้อข่าว: บ้านหรู 10-30 ล้านบาท ปี 2569: ‘ไม่มีวันตาย’ 4 บิ๊กแบรนด์ชิงกำลังซื้อ ‘เศรษฐีรุ่นใหม่’ พร้อมอัปเดตข้อมูลล่าสุดถึงเดือนเมษายน 2569
ภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยปี 2569: ความไม่แน่นอนกดดันตลาด แต่ตลาดบนยังแข็งแกร่ง
เศรษฐกิจชะลอตัวกระทบความเชื่อมั่นของผู้บริโภคโดยรวม ทำให้ตลาดที่อยู่อาศัยสะดุด โดยเฉพาะในกลุ่มคอนโดมิเนียมที่มีผู้ประกอบการส่วนใหญ่ปรับกลยุทธ์หันไปพัฒนาโครงการแนวราบมากขึ้น แม้ว่าจำนวนผู้ขอสินเชื่อจะลดลง แต่ผู้ซื้อที่มีกำลังซื้อสูงและกำลังมองหาบ้านเพื่อการอยู่อาศัยจริงยังคงตัดสินใจซื้ออยู่ โดยกลุ่มบ้านหรูระดับราคา 10-30 ล้านบาทยังเป็นเซ็กเมนต์ที่ขับเคลื่อนตลาดในปัจจุบัน
“สุรเชษฐ กองชีพ” หัวหน้าฝ่ายวิจัยและที่ปรึกษา คุชแมน แอนด์ เวคฟีลด์ ประเทศไทย ฉายภาพตลาดอสังหาริมทรัพย์ไตรมาส 1 ปี 2569 ว่า “ตลาดอสังหาริมทรัพย์มีการชะลอตัวอย่างชัดเจน โดยเฉพาะกลุ่มคอนโดมิเนียมที่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ปรับกลยุทธ์ลดการเปิดตัวโครงการใหม่และหันไปพัฒนาโครงการแนวราบทุกระดับราคาเพื่อบริหารความเสี่ยง ผู้บริโภคเองก็ชะลอการตัดสินใจอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากสถิติการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยใหม่ในปี 2568 ลดลง 13.9 % เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า”
บ้านหรู: กลยุทธ์หลักในการขับเคลื่อนตลาด
ตลาดบ้านหรูระดับราคา 10-30 ล้านบาทยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะกลุ่มที่อยู่อาศัยระดับราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป มีการโอนกรรมสิทธิ์ลดลงน้อยกว่ากลุ่มราคาต่ำกว่า สะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มลูกค้าในตลาดบนยังมีศักยภาพทางการเงินและได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจน้อยกว่าตลาดทั่วไป “โดยเฉพาะโครงการแนวราบที่ครองสัดส่วนสูงถึง 75-80% ของตลาดบนทั้งหมด ทำให้ผู้ประกอบการเลือกให้น้ำหนักกับการพัฒนาโครงการในระดับราคานี้อย่างต่อเนื่อง ทั้งยังเป็นกลุ่มที่มีฐานกำลังซื้อที่มีศักยภาพในวงกว้างกว่ากลุ่มอัลตราลักเซอรี่”
4 บิ๊กแบรนด์เจ้าตลาด: กลยุทธ์แตกต่าง สร้างจุดเด่น
ผู้ประกอบการแต่ละเจ้าต่างมีกลยุทธ์ที่แตกต่างกันในการสร้างจุดเด่นเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า “สุรเชษฐ” วิเคราะห์ 4 บิ๊กแบรนด์ชั้นนำในเซ็กเมนต์นี้ดังนี้
บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน): แบรนด์หลัก “เศรษฐสิริ” เน้นการพัฒนาและปรับเปลี่ยนดีไซน์ฟังก์ชันให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างภาพลักษณ์ความเป็นผู้นำ พร้อมด้วย “บุราสิริ” ที่เน้นบรรยากาศรีสอร์ตและบริการหลังการขาย LIV-24 ที่มีคุณภาพสูง
บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน): พี่ใหญ่ของวงการที่เน้นความเชื่อมั่นในคุณภาพ โดยมีแบรนด์ “ชัยพฤกษ์-มัณฑนา-สีวลี” ที่มีรูปแบบบ้านปรับเปลี่ยนตามยุคสมัย ราคาอาจเริ่มต้นที่มากกว่า 10 ล้านบาท แต่ด้วยภาพลักษณ์และความคุ้มค่าทำให้เป็นที่สนใจเสมอ
บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC: เน้นการพัฒนาโครงการบ้านจัดสรรในระดับราคานี้ โดยมีแบรนด์เรือธง “บางกอก บูเลอวาร์ด” ราคาเริ่มต้น 10 ล้านบาท และ “บางกอก บูเลอวาร์ด ซิกเนเจอร์” ราคาเริ่มต้น 20-35 ล้านบาท
บริษัท เอพี ไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ AP: มีแบรนด์หลักในระดับราคาเดียวกันคือ “เดอะซิตี้-เซนโทร” กระจายตัวในหลายทำเลทั่วกรุงเทพฯและปริมณฑล นอกจากนี้ยังมีรายอื่น ๆ ที่มีโครงการบ้านจัดสรรในระดับราคานี้ แต่จำนวนอาจไม่เทียบเท่า เช่น ศุภาลัย และพฤกษา
เป้าหมาย “เศรษฐีรุ่นใหม่”: ความต้องการของคนรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จ
กลุ่มเป้าหมายในเซ็กเมนต์นี้ส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่ชาวไทยอายุไม่เกิน 45 ปี ที่มีความต้องการอยู่อาศัยจริง โดยมองหาความคุ้มค่าของพื้นที่ใช้สอย ทำเลที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ การเดินทางที่สะดวกเชื่อมต่อทั้งโครงข่ายถนนหลักและระบบขนส่งสาธารณะ ความใกล้กับสถานศึกษาชั้นนำ รวมถึงสภาพแวดล้อมทางสังคมและภายในโครงการที่สะท้อนถึง “คุณภาพชีวิต” ทำเลที่ได้รับความนิยมอย่างมากคือ รามอินทรา บางนา ดอนเมือง ราชพฤกษ์ รวมถึงปริมณฑลที่มีการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐานรองรับ “ผู้บริโภคกลุ่มนี้มีสถานะการเงินที่แข็งแกร่ง ส่วนใหญ่เป็นเจ้าของกิจการ หรือผู้บริหารระดับสูงที่มีฐานรายได้มั่นคง เป็นกลุ่ม Young Successor จากการประสบความสำเร็จในอาชีพ พฤติกรรมการตัดสินใจซื้อจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาหรือของแถมเป็นหลัก แต่เน้นความคุ้มค่าและภาพลักษณ์ที่สะท้อนความสำเร็จ และในสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวทั่วโลก กลุ่มผู้ซื้อที่มีศักยภาพเหล่านี้มีแนวโน้มใช้เวลาในการเปรียบเทียบและตัดสินใจซื้อนานขึ้น เพื่อแสวงหาเงื่อนไขที่ดีที่สุด ทำให้เกิดอำนาจต่อรองที่สูงขึ้น”
บ้านต้นทุนเดิม-มาตรการรัฐหนุน: โอกาสทองของคนอยากมีบ้านในปี 2569
แม้ราคาวัสดุก่อสร้างจะปรับสูงขึ้นจากสงครามในตะวันออกกลาง แต่ราคาขายบ้านในระดับ 10-30 ล้านบาทส่วนใหญ่ยังคงเป็น “ราคาต้นทุนเดิม” “ช่วงเวลานี้จึงถือเป็นโอกาสทองสำหรับผู้ซื้อที่ต้องการที่อยู่อาศัยจริง ในการเข้าถือครองสินทรัพย์ภายใต้ข้อเสนอที่คุ้มค่าจากผู้ประกอบการ นอกจากลงทุนเพื่อคุณภาพชีวิตแล้ว อสังหาฯ ในทำเลศักยภาพทั้งกรุงเทพฯและปริมณฑล ยังมีมูลค่าเพิ่มขึ้นทุกปี ตามราคาที่ดินที่ขยับตัวสูงขึ้น ทำให้การซื้อที่อยู่อาศัยตอนนี้เป็นการสร้างมรดกและส่งต่อความมั่งคั่งที่คุ้มค่าที่สุด ก่อนที่ต้นทุนการพัฒนาในอนาคตจะปรับตัวสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด”
นอกจากนี้ยังมีมาตรการรัฐสนับสนุนหลายอย่าง เช่น ผ่อนปรนเกณฑ์ LTV ลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนอง 0.01% ซึ่งจะสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ช่วยเพิ่มสภาพคล่อง ลดภาระเงินดาวน์ ก่อนที่เกณฑ์จะกลับมาเข้มงวดขึ้น ดังนั้น การตัดสินใจในจังหวะนี้จึงถือเป็นความคุ้มค่าเชิงกลยุทธ์สูงสุดสำหรับกลุ่มผู้ซื้อที่มีความพร้อม
หากท่านเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้ซื้อที่กำลังมองหาบ้านหรู หรือต้องการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่มีศักยภาพ อย่าพลาดโอกาสสำคัญในการเข้าถือครองสินทรัพย์ที่คุ้มค่าที่สุดในภาวะที่ตลาดกำลังเข้าสู่การเปลี่ยนแปลง”
คำหลัก: บ้านหรู, ราคาบ้าน 10-30 ล้านบาท, ปี 2569, เศรษฐีรุ่นใหม่, แสนสิริ, แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์, SC, เอพี ไทยแลนด์, ตลาดอสังหาริมทรัพย์, สุรเชษฐ กองชีพ, บ้านเดี่ยว, วิเคราะห์ตลาดอสังหาริมทรัพย์, ต้นทุนการผลิตบ้าน, อัตราดอกเบี้ยต่ำ, มาตรการรัฐ, คุชแมน แอนด์ เวคฟีลด์ ประเทศไทย, สินเชื่อที่อยู่อาศัย, สถิติการโอนกรรมสิทธิ์, แนวโน้มอสังหาริมทรัพย์, เศรษฐกิจชะลอตัว, กู้ซื้อบ้าน, บ้านเพื่อการอยู่อาศัย, การลงทุนอสังหาริมทรัพย์, คุณภาพชีวิต, làm nhà, купить дом, đất nền, tài sản, bất động sản, kinh tế, lãi suất, luật pháp, thuế, tài chính, tư vấn, dự án, vị trí, thiết kế, cộng đồng, an ninh, phát triển bền vững, giao thông, trường học, dịch vụ hậu mãi, thị trường, cạnh tranh, chiến lược, đối thủ, giá bán, ưu đãi, bảo hiểm, thị trường thứ cấp, giá trị gia tăng, lợi nhuận, rủi ro, nhà giàu, người giàu mới nổi, thịnh vượng, di sản, tài sản thừa kế, nhà ở giá rẻ, nhà ở cao cấp, chung cư, nhà phố, biệt thự, nhà ven đô, nhà ở cho thuê, nhà ở xã hội, nhà ở tái định cư, thị trường cho thuê, đầu tư cho thuê, người nước ngoài, người nước ngoài mua nhà, du lịch, du khách, dịch vụ du lịch,