
ตลาดบ้านหรูปี 2569: มหาเศรษฐีรุ่นใหม่ จุดพลุความต้องการบ้าน 10-30 ล้านบาท
วันที่ 14 เมษายน 2569 – 10:09 น.
ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจไทยที่ชะลอตัวและภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ซบเซา โดยเฉพาะตลาดคอนโดมิเนียมที่มีผู้ประกอบการหลายรายปรับกลยุทธ์ลดการเปิดตัวโครงการใหม่ และหันไปให้ความสำคัญกับโครงการแนวราบในทุกระดับราคา เพื่อบริหารความเสี่ยง ผู้บริโภคเองก็ยังคงชะลอการตัดสินใจอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากสถิติการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยใหม่ในปี 2568 ที่ลดลง 13.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม ตลาดกลับมีสัญญาณบวกที่น่าจับตาในกลุ่ม บ้านหรู 10-30 ล้านบาท ซึ่งยังคงได้รับการตอบรับอย่างดีจากตลาด แม้ผู้บริโภคจะใช้เวลาในการพิจารณาและตัดสินใจนานขึ้น
บ้านหรู: ขุมกำลังขับเคลื่อนตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย
ตลาดบ้านหรูระดับราคา 10-30 ล้านบาทในปี 2569 กลับมาเป็นที่สนใจอย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มที่อยู่อาศัยที่มีมูลค่าตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งมีการโอนกรรมสิทธิ์ลดลงน้อยกว่ากลุ่มราคาต่ำกว่า สะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มลูกค้าในตลาดบนยังมีศักยภาพทางการเงินสูง มีความพร้อมในการซื้อ และได้รับผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจน้อยกว่าตลาดแมส ส่งผลให้ตลาดบ้านหรูระดับบนกลายเป็นกลุ่มที่ช่วยขับเคลื่อนตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในสถานการณ์ปัจจุบัน
“สุรเชษฐ กองชีพ” หัวหน้าฝ่ายวิจัยและที่ปรึกษา คุชแมน แอนด์ เวคฟีลด์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์หลายรายต่างให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงการแนวราบในกลุ่มบ้านหรูอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการที่มีมูลค่าตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป เนื่องจากกลุ่มนี้มีสัดส่วนครองตลาดสูงถึง 75-80% ของตลาดบ้านหรูทั้งหมด อีกทั้งยังมีฐานกำลังซื้อที่มีศักยภาพกว้างขวางกว่ากลุ่มอัลตราลักเซอรี่ (Ultra-luxury) ที่มีมูลค่าสูงกว่า 50 ล้านบาทขึ้นไป
ผู้เล่นรายใหญ่ชิงกำลังซื้อ: 4 บิ๊กแบรนด์ผนึกกำลังพัฒนา
ในตลาดบ้านหรู 10-30 ล้านบาท มีผู้ประกอบการรายใหญ่หลายรายที่กำลังแข่งขันกันเพื่อชิงกำลังซื้อจากกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย โดยแต่ละรายต่างสร้างเอกลักษณ์และจุดขายที่แตกต่างกัน เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ได้มากที่สุด
บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)
แสนสิริยังคงมุ่งเน้นพัฒนาแบรนด์บ้านหรูระดับเรือธงอย่าง เศรษฐสิริ ซึ่งโดดเด่นในด้านการออกแบบที่สวยงาม ทันสมัย และการปรับปรุงดีไซน์ให้เข้ากับความต้องการของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง พร้อมสร้างภาพจำว่าเศรษฐสิริเป็นแบรนด์ที่สะท้อนถึงฐานะและความสำเร็จของผู้อยู่อาศัย นอกจากนี้ ยังมีแบรนด์ บุราสิริ ซึ่งเน้นบรรยากาศการพักผ่อนสไตล์รีสอร์ต พร้อมจุดเด่นด้านบริการหลังการขาย และระบบรักษาความปลอดภัย LIV-24
บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน)
แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ซึ่งเป็นพี่ใหญ่ของวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย ยังคงยึดมั่นในภาพลักษณ์ของความเชื่อมั่น และคุณภาพของโครงการในระดับราคา 10-30 ล้านบาท โดยมีแบรนด์หลักอย่าง ชัยพฤกษ์ มัณฑนา และ สีวลี ซึ่งมีการปรับรูปแบบบ้านให้เข้ากับยุคสมัยอยู่เสมอ แม้ราคาขายอาจจะเริ่มต้นมากกว่า 10 ล้านบาท แต่ด้วยภาพลักษณ์และคุณภาพของแบรนด์ ทำให้ยังคงเป็นที่สนใจของผู้ที่ต้องการบ้านในราคานี้อย่างต่อเนื่อง
บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
SC เน้นการพัฒนาโครงการบ้านจัดสรรในระดับราคานี้ โดยมีแบรนด์เรือธงอย่าง บางกอก บูเลอวาร์ด ซึ่งเป็นแบรนด์ยอดนิยมในตลาดบ้านหรู ราคาเริ่มต้น 10 ล้านบาท และ บางกอก บูเลอวาร์ด ซิกเนเจอร์ ที่ขยับขึ้นไปในระดับราคา 20-35 ล้านบาท เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการที่พักอาศัยที่หรูหราและมีความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น
บริษัท เอพี ไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน)
AP มีแบรนด์หลักในระดับราคาเดียวกันคือ เดอะซิตี้ และ เซนโทร ซึ่งกระจายตัวอยู่ในหลากหลายทำเลทั่วกรุงเทพฯและปริมณฑล โดยเน้นกลุ่มลูกค้าที่ต้องการบ้านที่มีการออกแบบทันสมัยและอยู่ในทำเลที่สะดวกต่อการเดินทาง
นอกจากนี้ ยังมีผู้ประกอบการรายอื่นๆ ที่มีโครงการบ้านจัดสรรในระดับราคา 10-30 ล้านบาท แต่จำนวนอาจจะไม่มากเท่า 4 บิ๊กแบรนด์หลัก เช่น บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) และ บริษัท พฤกษา จำกัด (มหาชน) ซึ่งก็ยังคงมีการพัฒนาโครงการในกลุ่มนี้อย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดที่หลากหลาย
กลุ่มเป้าหมายมหาเศรษฐีรุ่นใหม่: ความต้องการ “บ้านหรู 10-30 ล้านบาท”
สำหรับกลุ่มผู้ซื้อเป้าหมายในเซ็กเมนต์นี้ สุรเชษฐ กองชีพ วิเคราะห์ว่า ส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่ชาวไทยอายุไม่เกิน 45 ปี ที่มีความต้องการอยู่อาศัยจริง โดยมองหาความคุ้มค่าของพื้นที่ใช้สอย ทำเลที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ โดยเฉพาะการเดินทางที่เชื่อมต่อทั้งโครงข่ายถนนหลักและระบบขนส่งสาธารณะ และความใกล้กับสถานศึกษาชั้นนำของบุตรหลาน รวมถึงสภาพแวดล้อมทางสังคมและภายในโครงการที่สะท้อนถึง “คุณภาพชีวิต” ทำเลที่ได้รับความนิยมอย่างมากคือ รามอินทรา บางนา ดอนเมือง ราชพฤกษ์ รวมถึงพื้นที่ปริมณฑลที่มีการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐานรองรับ
“ผู้บริโภคกลุ่มนี้มีสถานะการเงินที่แข็งแกร่ง ส่วนใหญ่เป็นเจ้าของกิจการ หรือผู้บริหารระดับสูงที่มีฐานรายได้มั่นคง เป็นกลุ่ม Young Successor จากการประสบความสำเร็จในอาชีพ พฤติกรรมการตัดสินใจซื้อจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาหรือของแถมเป็นหลัก แต่เน้นความคุ้มค่าและภาพลักษณ์ที่สะท้อนความสำเร็จ และในสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวทั่วโลก กลุ่มผู้ซื้อที่มีศักยภาพเหล่านี้มีแนวโน้มใช้เวลาในการเปรียบเทียบและตัดสินใจซื้อนานขึ้น เพื่อแสวงหาเงื่อนไขที่ดีที่สุด ทำให้เกิดอำนาจต่อรองที่สูงขึ้น”
ต้นทุนการผลิตและมาตรการรัฐหนุน: โอกาสของบ้านหรู 10-30 ล้านบาท
ด้าน “ต้นทุนการผลิต” แม้ราคาวัสดุก่อสร้างในช่วงเดือนที่ผ่านมาจะปรับตัวสูงขึ้น 5-10% รวมถึงแรงกดดันจากอัตราเงินเฟ้อและราคาน้ำมันจากสถานการณ์สงครามตะวันออกกลาง แต่ ราคาขายบ้านหรู 10-30 ล้านบาท ในปัจจุบันส่วนใหญ่ยังคงเป็น “ราคาต้นทุนเดิม” หากภาวะสงครามยืดเยื้อเป็นเวลานาน ราคาขายมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นตามต้นทุนใหม่ในทันที
“ช่วงเวลานี้จึงถือเป็นโอกาสทองสำหรับผู้ซื้อที่ต้องการที่อยู่อาศัยจริง ในการเข้าถือครองสินทรัพย์ภายใต้ข้อเสนอที่คุ้มค่าจากผู้ประกอบการ นอกจากลงทุนเพื่อคุณภาพชีวิตแล้ว อสังหาฯ ในทำเลศักยภาพทั้งกรุงเทพฯและปริมณฑล ยังมีมูลค่าเพิ่มขึ้นทุกปี ตามราคาที่ดินที่ขยับตัวสูงขึ้น ทำให้การซื้อที่อยู่อาศัยตอนนี้เป็นการสร้างมรดกและส่งต่อความมั่งคั่งที่คุ้มค่าที่สุด ก่อนที่ต้นทุนการพัฒนาในอนาคตจะปรับตัวสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด”
นอกจากนี้ ตลาดบ้านหรูยังเป็นช่วงจังหวะที่อัตราดอกเบี้ยต่ำ และยังมี 2 มาตรการรัฐสนับสนุน ได้แก่ การผ่อนปรนเกณฑ์ LTV และการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนอง 0.01% ซึ่งจะสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2569 สิ่งเหล่านี้ช่วยเพิ่มสภาพคล่องและลดภาระเงินดาวน์ ก่อนที่เกณฑ์จะกลับมาเข้มงวดขึ้น ดังนั้น การตัดสินใจในจังหวะนี้จึงถือเป็นความคุ้มค่าเชิงกลยุทธ์สูงสุดสำหรับกลุ่มผู้ซื้อที่มีความพร้อม
การลงทุนอสังหาริมทรัพย์: กลยุทธ์สร้างความมั่งคั่งในระยะยาว
การตัดสินใจซื้อ บ้านหรู 10-30 ล้านบาท ในช่วงนี้ไม่เพียงแต่เป็นการตอบสนองความต้องการที่อยู่อาศัย