
มุมมองผู้บริหาร: แผนกลยุทธ์ปี 2026 ขับเคลื่อนการเติบโตในตลาดรถยนต์ไทยท่ามกลางความผันผวน
ปี 2026 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ภายหลังจากการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่และการเข้ามาของเทคโนโลยีใหม่ๆ ตลาดกำลังก้าวข้ามพ้นจากช่วงของการ “ทดลอง” ไปสู่ยุคของการ “บูรณาการ” และการ “เติบโตอย่างมีคุณภาพ” ผู้บริหารจากแบรนด์ชั้นนำได้ร่วมแบ่งปันวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ที่กำลังดำเนินอยู่ เพื่อนำพาองค์กรให้บรรลุเป้าหมายท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงและความคาดหวังของผู้บริโภคที่สูงขึ้นเรื่อยๆ
ภาพรวมตลาดรถยนต์ไทยปี 2026: ความท้าทายและการเปลี่ยนผ่าน
จากข้อมูลผู้บริหารระดับสูงในการประชุมล่าสุด ภาพรวมตลาดรถยนต์นั่งและรถกระบะในประเทศไทยปี 2026 ยังคงเผชิญกับความท้าทายจากปัจจัยมหภาคหลายด้าน โดยเฉพาะความเข้มงวดของสินเชื่อและการชะลอตัวของการเติบโตทางเศรษฐกิจ ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคโดยรวม แม้จะมีความพยายามในการปรับตัวของหลายแบรนด์ แต่ตลาดโดยรวมยังคงอยู่ในช่วงของการแข่งขันด้านราคารวมถึงการสร้างสมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทาน
ผู้บริหารจากหลายแบรนด์ได้ประเมินว่า ยอดขายรวมรถยนต์ใหม่ปี 2026 อาจจะยังไม่สามารถกลับไปสู่ระดับช่วงก่อนวิกฤตโควิด-19 ได้ หากไม่มีมาตรการสนับสนุนที่ตรงจุดจากภาครัฐ โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์เชิงพาณิชย์และรถยนต์นั่งขนาดกลางที่ยังเป็นกลไกหลักของตลาด การที่ทุกแบรนด์พยายามรักษาฐานตลาดของตนเองอาจส่งผลให้การเติบโตโดยรวมเป็นไปอย่างระมัดระวัง
กลยุทธ์เจาะลึกตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) 2026: ข้ามผ่านช่วง “หวือหวา” สู่ “เสถียรภาพ”
สำหรับตลาด รถยนต์ไฟฟ้า (EV) นั้น ปี 2026 ได้เข้าสู่ยุคของ “ผู้บริโภคยุคใหม่” ที่มีความคาดหวังสูงขึ้นและมองหาความคุ้มค่าในระยะยาว แม้ช่วงความตื่นเต้นจากการเปิดตัวครั้งแรกจะผ่านพ้นไป แต่การเติบโตยังคงดำเนินต่อไปตามกลุ่มผู้ซื้อที่มีความหลากหลาย
การวิเคราะห์จากผู้บริหารเผยว่า ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในปี 2026 คาดการณ์ว่าจะเริ่มทรงตัวอยู่ในช่วงราว 70,000 – 80,000 คันต่อปี ซึ่งสะท้อนว่าตลาดได้ครอบคลุมกลุ่มผู้บุกเบิก (Pioneer) ที่เป็นกลุ่มผู้ตอบรับกระแสใหม่ๆ ไปมากแล้ว และตอนนี้กำลังเข้าสู่ยุคของ “กลุ่มผู้ใช้ที่คำนึงถึงผลตอบแทนในระยะยาว” (Early Adopters)
อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารระบุว่า อัตราการขยายตัวของรถยนต์ไฟฟ้าในตลาดไทยในระยะยาวน่าจะจำกัดอยู่ที่ประมาณ 30% ของตลาดโดยรวม ปัจจัยสำคัญคือ ข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์และขนาดของประเทศที่ส่งผลต่อการขยายโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะเครือข่ายการชาร์จไฟ (Charging Infrastructure) ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคที่อยู่นอกกลุ่มเป้าหมายหลัก
บทบาทสำคัญของรถยนต์พลังงานทางเลือก (Alternative Energy Vehicles)
ท่ามกลางกระแสรถยนต์ไฟฟ้า ผู้บริหารชี้ให้เห็นว่า กลุ่มรถยนต์พลังงานทางเลือก โดยเฉพาะ ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) และ ไฮบริด (Hybrid) กำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เหตุผลหลักประการหนึ่งคือ “ช่วงเปลี่ยนผ่าน” (Transition Period) ผู้บริโภคที่ต้องการเปลี่ยนจากเครื่องยนต์สันดาปแบบดั้งเดิมยังไม่พร้อมที่จะก้าวไปสู่รถยนต์ไฟฟ้า 100% ในทันที เนื่องจากปัจจัยเรื่องสถานีชาร์จและความกังวลเรื่องการบำรุงรักษาระยะยาว มาตรการสนับสนุนจากภาครัฐที่เน้นไปยังกลุ่มรถยนต์ไฮบริดก็เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยกระตุ้นการเติบโต โดยมีการเติบโตสูงถึง 70% ในปี 2024 และต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน
กลยุทธ์การปรับตัวและแผนงานของแต่ละแบรนด์
Hyundai (ฮุนได): การวางรากฐานและขยายไลน์ผลิตภัณฑ์
สำหรับ บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด นั้น แผนการดำเนินงานปี 2026 มุ่งเน้นการรักษาฐานลูกค้าเดิม พร้อมกับการขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ให้ครอบคลุมความต้องการของตลาด โดยตั้งเป้ายอดขายรวมอยู่ที่ 4,100 คัน
บริษัทมีแผนการเปิดตัวรถยนต์ใหม่ถึง 6 รุ่น ตลอดทั้งปี 2026 โดยครอบคลุมทั้งรถยนต์ไฟฟ้า, ไฮบริด, และรถยนต์สันดาปแบบดั้งเดิม อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ระมัดระวังในการนำเข้ารถยนต์เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและกำลังซื้อในตลาด
ที่น่าสนใจที่สุดคือ แผนการเริ่มเดินสายการผลิตรถยนต์ในประเทศ บริษัทได้ตั้งเป้าหมายเริ่มการผลิต ณ โรงงานประกอบรถยนต์ในประเทศไทยตั้งแต่เดือนมกราคม ปี 2026 โดยได้ปรับลดต้นทุนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดโดยรวม แต่ยังคงให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนา รวมถึงความพึงพอใจของผู้บริโภค
Geely (จีลี่): การสร้างความเชื่อมั่นและการขยายฐานลูกค้าในระยะยาว
คุณณรงค์ สีตลายน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนบุรีนอยสเติร์น จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์จีลี่ (Geely) กล่าวถึง แผนงานปี 2026 ว่า แม้ว่าตลาดจะยังคงมีความท้าทาย แต่บริษัทเชื่อมั่นว่าจีลี่มีศักยภาพที่จะเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง เนื่องจากแบรนด์ได้รับการยอมรับในระดับหนึ่งจากลูกค้าชาวไทย
เป้าหมายหลักของบริษัทคือ การสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์จีลี่ควบคู่ไปกับการรักษาชื่อเสียงของบริษัท ธนบุรี ซึ่งมีประสบการณ์ยาวนานกว่า 84 ปีในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย นอกจากนี้ บริษัทยังอยู่ระหว่างพิจารณาแผนการผลิตรถยนต์แบรนด์จีลี่ในประเทศ เนื่องจากโรงงานประกอบรถยนต์ธนบุรี (TAAP) มีความเชี่ยวชาญและความพร้อมในการผลิต
คุณณรงค์เน้นย้ำว่า ภาครัฐควรพิจารณานโยบายช่วยเหลือตลาดรถยนต์ในมิติใหม่ๆ เช่น การพิจารณามาตรการสินเชื่อที่ผ่อนคลาย หรือมาตรการลดหย่อนภาษีจากการผ่อนชำระรถยนต์ ซึ่งเป็นการกระตุ้นผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อโดยตรง นอกจากนี้ การสนับสนุนกลุ่มรถกระบะ ซึ่งเป็นเซกเมนต์ที่ใหญ่ที่สุดในตลาด ก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยกระตุ้นการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ
Great Wall Motor (GWM): การสร้างความครอบคลุมทางพลังงานและรถยนต์รุ่นใหม่
คุณวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองประธาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) ให้มุมมองว่า สัดส่วนตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในปี 2026 บริษัทประเมินว่าจะอยู่ที่ประมาณ 15% ของตลาดรถยนต์นั่ง ซึ่งถือเป็นการเติบโตที่ต่อเนื่องจากปี 2024 ส่วน สงครามราคา นั้น คาดว่าจะเริ่มบรรเทาลงในปีนี้ เนื่องจากหลายแบรนด์ได้เริ่มปรับกลยุทธ์การจัดวางราคา (Pricing Strategy) และเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ที่เหมาะสมกับความต้องการของตลาดมากขึ้น
สำหรับ แผนงานปี 2026 GWM มีเป้าหมายเปิดตัวรถยนต์ใหม่อย่างน้อย 5 รุ่น โดยเน้นไปที่การขยายรุ่นย่อยในกลุ่มเรือธง (Flagship) และให้ความสำคัญกับการเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่มีความต้องการหลากหลายและเริ่มมองหาทางเลือกใหม่ๆ ที่นอกเหนือจากรถยนต์ไฟฟ้า 100%
Isuzu (อีซูซุ): การยืนหยัดในกลุ่มผู้นำตลาดรถกระบะ
ในตลาดรถยนต์นั่งขนาดใหญ่ คุณทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ได้ยืนยันว่า ยอดขายรถกระบะในปี 2024 อยู่ที่ประมาณ 1.63 แสนคัน และคาดการณ์ว่ายอดขายรวมในปี 2026 จะใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้ยังไม่ได้รวมผลจากการประเมินนโยบายค้ำประกันสินเชื่อรถกระบะของภาครัฐ