
ตลาดรถยนต์ไทยปี 2026: พลิกเกมรับมือความท้าทายและความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
ในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ตลาดรถยนต์ประเทศไทยก็ไม่พ้นจากความผันผวนที่เกิดขึ้นทั่วโลก แม้ว่าประเทศไทยจะก้าวขึ้นเป็นฐานการผลิตและตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่สำคัญแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่การเติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เริ่มเข้าสู่ภาวะชะลอตัว ท่ามกลางปัจจัยแวดล้อมที่ซับซ้อน ทั้งมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ ความเชื่อมั่นของผู้บริโภค และแรงกดดันด้านโครงสร้างพื้นฐาน วันนี้ เราจะมาวิเคราะห์เจาะลึกสถานการณ์ตลาดรถยนต์ไทยในปี 2026 ผ่านมุมมองของผู้บริหารจากแบรนด์ชั้นนำ เพื่อให้เห็นภาพรวมและทิศทางในอนาคต
ภาพรวมตลาดรถยนต์ไทยปี 2026: ชะลอตัวแต่แฝงโอกาส
สถานการณ์ตลาดรถยนต์โดยรวมในปี 2026 ยังคงอยู่ในภาวะทรงตัว และยังคงต้องพึ่งพาแรงสนับสนุนจากภาครัฐอย่างใกล้ชิด คุณวัลลภ เฉลิมวงศาเวช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ให้ข้อมูลว่า ยอดขายรถใหม่ในช่วงต้นปี 2026 ยังคงลดลงเล็กน้อยจากปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากความเข้มงวดของสถาบันการเงินและการชะลอตัวของเศรษฐกิจโดยรวม
อย่างไรก็ตาม คุณวัลลภ มองว่าตลาดรถยนต์โดยรวมไม่ได้สิ้นหวัง เพราะยังคงมีปัจจัยบวกที่รอการปลดล็อกอยู่ โดยเฉพาะในตลาดรถยนต์นั่งและรถกระบะ คาดว่าในปี 2026 ยอดขายจะอยู่ที่ราว 5.3 แสนคัน ซึ่งลดลงจากปี 2025 เล็กน้อย แต่ยังคงเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่และมีการแข่งขันสูง
ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV): จากยุคบุกเบิกสู่ความท้าทายเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน
ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ จากที่เคยเติบโตแบบก้าวกระโดดในช่วงปี 2021-2023 วันนี้กระแสความนิยมอาจเริ่มชะลอตัวลง คุณวัลลภ ประเมินว่ายอดขายรถยนต์ไฟฟ้าจะทรงตัวอยู่ในช่วงประมาณ 7 หมื่นคันต่อปี ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 3-4% ของตลาดทั้งหมด
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้การเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้าชะลอตัวลง คือการหมดช่วงของกลุ่มผู้บริโภคกลุ่มแรกที่พร้อมรับนวัตกรรมใหม่ (Pioneer) ซึ่งได้จับจองรถยนต์ไฟฟ้าไปแล้วในช่วงที่ผ่านมา จากนี้ไป การขับเคลื่อนตลาดจะเป็นไปโดยกลุ่มผู้รับเทคโนโลยีกลุ่มแรก (Early Adopter) ซึ่งมีจำนวนราว 7 แสนคนในตลาด ขณะที่กลุ่มผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในช่วงสังเกตการณ์และรอให้ตลาดมีความพร้อมมากกว่านี้
ขณะเดียวกัน บริษัทคาดการณ์ว่าตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในระยะยาว จะมีสัดส่วนสูงสุดไม่เกิน 30% ของตลาด โดยมีข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐานและการขยายสถานีชาร์จในพื้นที่ห่างไกล ส่งผลให้ผู้บริโภคยังไม่มั่นใจในการตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้าขนาดใหญ่ หรือรถยนต์ที่ต้องการระยะทางการขับขี่ไกล
ทางออก: พลังงานทางเลือกและการสร้างสมดุล
เมื่อตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเริ่มเข้าสู่ภาวะชะลอตัว ผู้บริโภคเริ่มมองหาทางเลือกอื่นที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง คุณวัลลภ ระบุว่า กลุ่มรถยนต์พลังงานทางเลือกอย่าง ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) และ ไฮบริด (HEV) จะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะรถยนต์ไฮบริดที่มียอดขายเติบโตสูงถึง 70% ในปี 2024
สาเหตุหลักมาจากรถยนต์ไฮบริดตอบโจทย์การใช้งานในช่วงเปลี่ยนผ่านจากรถยนต์สันดาปสู่รถยนต์ไฟฟ้า โดยยังคงให้ความรู้สึกมั่นใจในเรื่องระยะทางการขับขี่และโครงสร้างพื้นฐาน ประกอบกับมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐที่ยังคงมีอยู่ นอกจากนี้ ผู้บริโภคยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้าในเรื่องการหาจุดชาร์จและการบำรุงรักษา ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อ
กลยุทธ์ของบริษัท: การปรับตัวเพื่อความอยู่รอด
สำหรับบริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) คุณวัลลภ เปิดเผยว่า บริษัทคงเป้าหมายยอดขายในปี 2026 ไว้ที่ 4,100 คัน และมีแผนเปิดตัวรถยนต์ใหม่ 6 รุ่น ซึ่งจะครอบคลุมทั้งรถยนต์ไฟฟ้า รถยนต์ไฮบริด และรถยนต์สันดาป เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของตลาด
บริษัทได้ปรับลดต้นทุนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ตลาด แต่ยังคงให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนา รวมถึงการผลิตและบริการลูกค้า
คู่แข่งรายใหม่จากจีน: Geely และการรุกตลาดที่ดุดัน
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ตลาดรถยนต์ไทยได้ต้อนรับผู้เล่นรายใหม่จากจีน ซึ่งเข้ามาพร้อมกับการแข่งขันที่รุนแรง คุณณรงค์ สีตลายน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนบุรีนอยสเติร์น จำกัด ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ Geely อย่างเป็นทางการในประเทศไทย กล่าวว่า สถานการณ์ตลาดรถยนต์ในปี 2026 ยังคงมีความท้าทาย และยังไม่สามารถกลับไปสู่จุดช่วงก่อนโควิด-19 ได้ หากไม่มีมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐ
คุณณรงค์ มองว่า ภาครัฐควรพิจารณานโยบายช่วยเหลือตลาดรถยนต์ในเรื่องของสินเชื่อ หรือแนวทางการนำค่าผ่อนต่าง ๆ มาลดหย่อนภาษี เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อของลูกค้า นอกจากนี้ ควรมีมาตรการช่วยเหลือสำหรับกลุ่มรถยนต์กระบะ ซึ่งเป็นเซกเมนต์ที่ใหญ่และสำคัญของตลาด
ในส่วนของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า คุณณรงค์ ประเมินยอดขายปี 2026 จะอยู่ในช่วงตัวเลข 5 หลักปลาย ๆ จากที่คาดว่าจะแตะ 6 หลักได้ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม การที่ปีนี้เป็นปีสุดท้ายของมาตรการ EV 3.5 อาจกระตุ้นยอดขายในช่วงปลายปีได้
สงครามราคา: ลดความรุนแรงแต่ยังไม่หายไป
สงครามราคาในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากเริ่มขึ้นไปแล้ว แต่คุณณรงค์ มองว่าปีนี้จะลดความรุนแรงลง เพราะหลาย ๆ แบรนด์ได้ใช้กลยุทธ์การจัดตำแหน่งราคากับการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ โดยโมเดลที่เคยเปิดตัวในราคาสูงก็จะมีการปรับราคาลงมาให้ถูกต้องมากขึ้น
ขณะเดียวกัน ลูกค้าในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าจะเริ่มไม่ค่อยเห็นความต่างของผลิตภัณฑ์ในตลาด ดังนั้น การที่แบรนด์จะสร้างความแตกต่างให้กับผลิตภัณฑ์ คือการสร้างแบรนด์ หรือนวัตกรรมและเทคโนโลยีต่าง ๆ ประกอบกับการสร้างความเชื่อมั่นในบริการหลังการขาย
ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย: ปัจจัยแห่งความสำเร็จ
ด้านทิศทางรถยนต์ไฟฟ้าในตลาดที่หลายแบรนด์มักเปิดตัวรถเรือธง หรือรถที่ใช้ทำการตลาดหลักเป็นเซกเมนต์เอสยูวี เนื่องจากรถแบรนด์จีนที่จำหน่ายในประเทศไทยมักเป็นการนำเข้าทั้งคัน และรถเอสยูวีก็เป็นรถที่ได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศจีน ทั้งรถยนต์อเนกประสงค์สามารถตอบสนองการใช้งานหลากหลายทำให้คนนิยมเลือกซื้อใช้งาน
สำหรับแบรนด์ Geely คุณณรงค์ กล่าวว่า แม้จะเพิ่งเข้ามาทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไทย แต่เชื่อว่า Geely เป็นที่รับรู้ของลูกค้าในระดับหนึ่ง ดังนั้น เป้าหมายคือการสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับแบรนด์ของธนบุรี ที่มีประวัติ 84 ปีในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย และบริษัทกำลังพิจารณาเรื่องแผนการผลิตรถยนต์แบรนด์ Geely ในประเทศ เนื่องจากธนบุรีประกอบรถยนต์ (TAAP) มีความเชี่ยวชาญในการประกอบรถยนต์อยู่แล้ว
Great Wall Motor: การเติบโตอย่างต่อเนื่องและการขยายไลน์ผลิตภัณฑ์
สำหรับผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าอย่าง Great Wall Motor คุณวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองประธาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า สัดส่วนตลาดรถยนต์ไฟฟ้าปี 2026 บริษัทประเมินว่าจะอยู่ที่ 15% หรือราว 7-8 หมื่นคัน ของตลาดรถยนต์นั่ง จากปี 2024 ที่ผ่านมาอยู่ที่ประมาณ 13% ส่วนสถานการณ์สงครามราคา บริษัทประเมินว่าจะทุเลาลงในปีนี้
ด้านแผนงานของเกรท วอลล์ มอเตอร์ ปี 2025 บริษัทวางการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่อย่างน้อย 5 รุ่น โฟกัสไปที่การขยายรุ่นย่อยในกลุ่มเรือธง และให้ความสำคัญกับการเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน
ตลาดรถกระบะ: ความท้า