
บทสรุปภาพรวมตลาดรถยนต์ไทยปี 2024-2025: ท่ามกลางความท้าทายและความเคลื่อนไหวของแบรนด์
ภาพรวมอุตสาหกรรมรถยนต์ไทยในปี 2024-2025 แสดงให้เห็นถึงภาพรวมที่หลากหลายและมีความซับซ้อนอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงรอยต่อระหว่างปี 2024 และ 2025 ข้อมูลล่าสุดจากการสัมภาษณ์ผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทรถยนต์ชั้นนำ พบว่าตลาดรถยนต์ไทยในภาพรวมยังคงเผชิญกับความท้าทาย โดยมีแนวโน้มการเติบโตที่ค่อนข้างคงที่ และมีการปรับตัวลดลงเล็กน้อยในช่วงต้นปี 2025 ขณะเดียวกัน แนวโน้มของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ก็ยังคงเป็นที่จับตาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคที่กำลังปรับตัวเข้ากับเทคโนโลยีใหม่ ๆ
สถานการณ์ตลาดรถยนต์ไทยปี 2024-2025: การหดตัวและการฟื้นตัวที่ช้า
จากการสัมภาษณ์ผู้บริหารระดับสูงของแบรนด์รถยนต์ชั้นนำ พบว่าสถานการณ์ตลาดรถยนต์นั่งและรถกระบะในประเทศไทยในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2025 มียอดขายลดลงประมาณ 10% ส่งผลให้ผู้บริหารคาดการณ์ยอดขายรวมทั้งปี 2025 ว่าอาจต้องมีการปรับลดลงจากเดิมที่คาดการณ์ไว้ที่ 5.6 – 5.7 แสนคัน ให้เหลือประมาณ 5.3 แสนคัน ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่าภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ยังคงต้องเผชิญกับแรงกดดันหลายประการ แม้ว่าตลาดจะกลับมาคึกคักขึ้นบ้างหลังจากช่วงวิกฤตโควิด-19 แต่ก็ยังไม่สามารถกลับไปสู่ระดับปกติได้ เนื่องจากปัจจัยความท้าทายทางเศรษฐกิจและปัญหาด้านหนี้สินของภาคครัวเรือน
สำหรับปี 2025 นี้ ผู้บริหารให้ความเห็นว่าตลาดรถยนต์ไทยยังคงอยู่ในช่วงของการปรับตัวและเผชิญความท้าทายต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา โดยหลายแบรนด์ยังคงต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการผลักดันยอดขาย แม้ว่าภาคอุตสาหกรรมจะมีความพร้อมด้านการผลิตและการตลาด แต่ปัจจัยภายนอก เช่น นโยบายภาครัฐและสภาวะเศรษฐกิจ ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญที่จะส่งผลต่อภาพรวมตลาด
ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV): การเปลี่ยนแปลงสู่ความยั่งยืน
ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในช่วงปี 2024-2025 แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน จากช่วงแรกที่มีกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม กลายเป็นตลาดที่เน้นความสมดุลและการเติบโตอย่างยั่งยืน ผู้บริหารประเมินว่ายอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในช่วงหลังจากนี้จะทรงตัวอยู่ในระดับที่เหมาะสม โดยมีแนวโน้มอยู่ที่ราว 7 หมื่นคันต่อปี ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดี แสดงว่าตลาดสามารถตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคที่เริ่มเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ หรือกลุ่ม “Pioneer” ได้แล้ว
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลล่าสุดชี้ว่ากลุ่มผู้บริโภคที่ตอบสนองต่อกระแส EV ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้บุกเบิกที่ตอบสนองกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 3% ของตลาด หรือราว 2 แสนคน สำหรับอนาคต ตลาด EV จะต้องอาศัยการขับเคลื่อนจากกลุ่ม “Early Adopters” ซึ่งเป็นผู้ที่รับเทคโนโลยีใหม่ได้เร็วและพร้อมที่จะเป็นผู้ซื้อรายแรก ๆ โดยกลุ่มนี้มีสัดส่วนประมาณ 10% หรือราว 700,000 คน ในตลาด ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงของการตัดสินใจและรอให้ตลาดมีเสถียรภาพมากขึ้นก่อน
นอกจากนี้ ผู้บริหารยังมองว่าตลาดรถยนต์ EV ในระยะยาวจะขยายสัดส่วนได้สูงสุดไม่เกิน 30% ของตลาด เนื่องจากข้อจำกัดด้านพื้นที่ประเทศไทยที่ค่อนข้างกว้าง ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมากต่อการขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านสถานีชาร์จ
พลังงานทางเลือก: ทางออกสำหรับยุคเปลี่ยนผ่าน
ขณะเดียวกัน กลุ่มพลังงานทางเลือกอย่าง ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) และ ไฮบริด (Hybrid) กำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดรถยนต์ไฮบริดมีการขยายตัวสูงถึง 70% ในปี 2024 สาเหตุหลักมาจากตอบโจทย์การใช้งานในช่วงเปลี่ยนผ่านจากรถยนต์สันดาปสู่รถพลังงานทางเลือก ทั้งมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐที่ออกมาสนับสนุนรถกลุ่มนี้ และความกังวลของผู้บริโภคต่อรถยนต์ EV ในด้านโครงสร้างพื้นฐานและการบำรุงรักษา
นอกจากนี้ แนวโน้มการตลาดของรถยนต์กลุ่มนี้สะท้อนให้เห็นว่า ผู้บริโภคยังคงต้องการความสะดวกสบายและความมั่นใจในเรื่องการใช้งานระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มลูกค้าที่ต้องการรถยนต์ที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้หลากหลายในชีวิตประจำวัน โดยยังคงได้ประโยชน์จากเทคโนโลยีประหยัดพลังงาน
กลยุทธ์การแข่งขันและการปรับตัวของแบรนด์
สำหรับสงครามราคาในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าถือเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากเริ่มขึ้นไปแล้ว แต่คาดว่าจะลดความรุนแรงลงในปีนี้ เนื่องจากหลายแบรนด์ได้ใช้กลยุทธ์การจัดตำแหน่งราคากับการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ โดยโมเดลที่เคยเปิดตัวในราคาสูงจะมีการปรับราคาลงมาให้สอดคล้องกับการตลาดมากขึ้น
ในส่วนของลูกค้าตลาด EV จะเริ่มไม่ค่อยเห็นความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ในตลาด ดังนั้น การที่แบรนด์จะสร้างความแตกต่างให้กับผลิตภัณฑ์ คือการสร้างแบรนด์หรือนวัตกรรมและเทคโนโลยีต่าง ๆ ประกอบกับการสร้างความเชื่อมั่นในบริการหลังการขาย
ขณะเดียวกัน ด้านทิศทางของตลาดรถยนต์ EV ในตลาดที่หลายแบรนด์มักเปิดตัวรถเรือธงหรือรถที่ใช้ทำการตลาดหลักเป็นเซกเมนต์ SUV เนื่องจากรถแบรนด์จีนที่จำหน่ายในประเทศไทยมักเป็นการนำเข้าทั้งคัน และรถ SUV ก็เป็นรถที่ได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศจีน ทั้งรถยนต์อเนกประสงค์สามารถตอบสนองการใช้งานหลากหลายทำให้คนนิยมเลือกซื้อใช้งาน
แผนงานและการปรับตัวของบริษัทฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด
คุณวัลลภ เฉลิมวงศาเวช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงแผนงานของบริษัทว่า ในปี 2025 นี้ บริษัทคงเป้ายอดขายไว้ที่ 4,100 คัน และมีแผนงานเปิดตัวรถยนต์ใหม่ตลอดทั้งปีรวม 6 รุ่น โดยจะครอบคลุมทั้งรถยนต์ไฟฟ้า (EV), ไฮบริด (Hybrid) และรถยนต์สันดาป (ICE) แต่บริษัทจะมีการระมัดระวังในการนำเข้ารถยนต์ ส่วนโรงงานประกอบรถยนต์ในไทย ยังคงกำหนดเริ่มการผลิตในเดือนมกราคม ปี 2026 โดยบริษัทได้ปรับลดต้นทุนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ตลาด แต่จะไม่ส่งผลกระทบต่อการวิจัยและพัฒนา รวมถึงการผลิตและผู้บริโภค
แผนงานและการปรับตัวของบริษัท ธนบุรีนอยสเติร์น จำกัด
คุณณรงค์ สีตลายน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนบุรีนอยสเติร์น จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์จีลี่ (Geely) อย่างเป็นทางการในประเทศไทย กล่าวว่า ทิศทางตลาดรถยนต์ในไทยปีนี้ยังอยู่ในความท้าทายต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา และยังไม่สามารถกลับไปสู่จุดก่อนโควิด-19 ได้ หากไม่มีมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐ เพราะตอนนี้ทุกแบรนด์อยู่ในจุดคุ้มทุนแล้ว
บริษัทเสนอว่าภาครัฐควรพิจารณานโยบายช่วยเหลือตลาดรถยนต์ในเรื่องของสินเชื่อ หรือแนวทางการนำค่าผ่อนต่าง ๆ มาลดหย่อนภาษี เช่น การนำเงินดาวน์รถไปลดหย่อนภาษี ซึ่งบ่งบอกว่ากลุ่มลูกค้านี้มีกำลังซื้อ โดยจะเป็นหนึ่งในมาตรการที่เป็นไปได้และช่วยเหลือตรงจุด หรือมาตรการช่วยเหลือเซกเมนต์รถกระบะซึ่งเป็นเซกเมนต์ใหญ่
สำหรับตลาดรถยนต์ไฟฟ้า คุณณรงค์ประเมินว่ายอดขายปีนี้จะอยู่ในช่วงตัวเลข 5 หลักปลาย ๆ จากที่เคยคาดการณ์ว่าจะแตะ 6 หลักได้มาตั้งแต่ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม การที่ปีนี้เป็นปีสุดท้ายสำหรับมาตรการ EV 3.5 จึงน่าจะได้เห็นการเติบโตในช่วงปลายปี ที่มีปัจจัยหนุนหลายอย่างช่วยกระตุ้นยอดขาย
ส่วนสงครามราคาเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่คาดว่าจะลดความรุนแรงลงในปีนี้ เนื่องจากแบรนด์ได้ใช้กลยุทธ์การจัดตำแหน่งราคากับการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ และกำลังปรับราคาโมเดลเก่าให้สอดคล้องกับตลาด
ลูกค้าตลาดรถยนต์ไฟฟ้าจะเริ่มไม่ค่อยเห็นความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ในตลาด ดังนั้น การที่แบรนด์จะสร้างความแตกต่างให้ผลิตภัณฑ์ คือการสร้างแบรนด์ นวัตกรรมและเทคโนโลยี รวมถึงการสร้างความเชื่อมั่นในบริการหลังการขาย
ด้านทิศทางของตลาดรถยนต์ EV ใน