
ทิศทางตลาดรถยนต์ในประเทศไทย: พลิกโฉมด้วยแรงขับเคลื่อนจากไฮบริดและนวัตกรรมสู่ปี 2026
ตลาดรถยนต์ไทยในปี 2025 และแนวโน้มสู่ปี 2026 กำลังอยู่ในช่วงการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐาน ผู้บริโภคเริ่มมองหาทางเลือกใหม่ ๆ ที่ผสมผสานความสะดวกสบายเข้ากับความยั่งยืน บทวิเคราะห์นี้จะเจาะลึกสถานการณ์ปัจจุบัน แนวโน้มการเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เทคโนโลยีทางเลือก และกลยุทธ์ของผู้ผลิตชั้นนำ เพื่อให้เห็นภาพรวมอย่างครอบคลุม
ภาพรวมตลาดรถยนต์: การหดตัวที่รอการฟื้นตัว
จากการประเมินภาพรวมตลาดรถยนต์นั่งและรถกระบะในประเทศไทยในช่วงต้นปี 2025 พบว่ามียอดขายลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในช่วงเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความกังวลด้านเศรษฐกิจของผู้บริโภค ทำให้หลายค่ายรถต้องปรับลดการคาดการณ์ยอดขายรวมทั้งปีลงอย่างมีนัยสำคัญ จากที่เคยประเมินไว้ที่กว่า 560,000–570,000 คัน ก็ถูกปรับลงมาเหลือประมาณ 530,000 คัน แนวโน้มนี้สอดคล้องกับสภาวะตลาดที่กำลังอยู่ในช่วงชะลอตัว และรอปัจจัยสนับสนุนใหม่ ๆ เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อ
ขณะที่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เริ่มหมดช่วงบูมแบบหวือหวาเช่นในช่วงปี 2021–2023 การเติบโตหลังจากนี้คาดว่าจะทรงตัวอยู่ในระดับประมาณ 70,000 คันต่อปี กลุ่มผู้บริโภคกลุ่มแรกที่ตอบสนองกับกระแสใหม่ (Pioneer) และกลุ่มผู้เริ่มต้น (Early Adopter) ที่มีศักยภาพในการซื้อ ได้ตอบรับกับตลาดไปส่วนใหญ่แล้ว ทำให้การขยายฐานลูกค้าในตลาดรถยนต์ EV ระยะยาวยังต้องพึ่งพาการเปลี่ยนแปลงด้านโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยี
เจาะลึกตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV): การขยายตัวที่จำกัดและเทคโนโลยีทางเลือกที่โดดเด่น
สำหรับสัดส่วนของรถยนต์ไฟฟ้าในตลาดโดยรวมนั้น คาดการณ์ว่าจะขยับขึ้นไปถึงจุดสูงสุดได้ไม่เกิน 30% ของตลาด เนื่องจากปัจจัยด้านพื้นที่ของประเทศไทยที่มีข้อจำกัดในการขยายโครงสร้างพื้นฐาน เช่น สถานีชาร์จ และความกังวลของผู้บริโภคเรื่องระยะทางและระยะเวลาในการชาร์จ
อย่างไรก็ตาม กลุ่มรถยนต์ทางเลือกอย่าง Plug-in Hybrid (PHEV) และ Hybrid (HEV) กลับมีแนวโน้มการเติบโตที่น่าสนใจต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะรถยนต์ไฮบริดที่ขยายตัวได้ถึง 70% ในปี 2024 ซึ่งมีปัจจัยหนุนหลักมาจากการตอบโจทย์ผู้บริโภคในช่วงเปลี่ยนผ่านจากรถยนต์สันดาปไปสู่พลังงานทางเลือก รวมถึงมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ และความกังวลเกี่ยวกับข้อจำกัดของรถยนต์ EV ทำให้ตลาดไฮบริดได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมาก
กลยุทธ์ผู้ผลิตรถยนต์: การปรับตัวเพื่อรักษาส่วนแบ่งการตลาด
ในสภาวะตลาดที่ต้องเผชิญความท้าทายนี้ ผู้ผลิตรถยนต์ต่าง ๆ ได้ปรับกลยุทธ์เพื่อรักษาตำแหน่งทางการตลาดและตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป
Hyundai Mobility (Thailand): การขยายไลน์สินค้าและการเตรียมโรงงานในประเทศ
บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด กำหนดเป้าหมายยอดขายไว้ที่ 4,100 คันสำหรับปี 2025 และมีแผนเปิดตัวรถยนต์ใหม่ตลอดทั้งปีรวม 6 รุ่น โดยครอบคลุมทั้งรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ไฮบริด (Hybrid) และเครื่องยนต์สันดาป (ICE) อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ปรับลดต้นทุนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ตลาด แต่ยังคงมุ่งมั่นที่จะไม่ส่งผลกระทบต่อการวิจัยและพัฒนา รวมถึงการผลิตและประสบการณ์ของผู้บริโภค
สำหรับโรงงานประกอบรถยนต์ในประเทศไทย บริษัทวางแผนจะเริ่มดำเนินการผลิตได้ในเดือนมกราคม ปี 2026 ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการปรับโครงสร้างการผลิตให้มีความยืดหยุ่นและตอบสนองต่อความต้องการของตลาดในระยะยาว
Geely: การสร้างแบรนด์และความร่วมมือเพื่อการเติบโต
คุณณรงค์ สีตลายน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนบุรีนอยสเติร์น จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์จีลี่ (Geely) ในประเทศไทย มองว่าตลาดรถยนต์ไทยยังคงเผชิญความท้าทายต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา และยังไม่สามารถกลับไปสู่จุดก่อนวิกฤตโควิด-19 ได้ หากไม่มีมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐ
บริษัทให้ข้อเสนอแนะต่อภาครัฐว่า ควรพิจารณานโยบายสนับสนุนตลาดรถยนต์ เช่น มาตรการช่วยเหลือด้านสินเชื่อ หรือการนำค่าผ่อนรถมาลดหย่อนภาษี โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อ ซึ่งจะเป็นมาตรการที่ช่วยกระตุ้นตลาดได้อย่างตรงจุด หรือพิจารณามาตรการช่วยเหลือสำหรับตลาดรถกระบะที่เป็นเซกเมนต์ใหญ่ที่สุดของประเทศ
สำหรับตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ประเมินยอดขายปีนี้ว่าจะอยู่ในช่วง 5 หลักปลาย ๆ โดยในปี 2025 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายของมาตรการ EV 3.5 คาดว่าจะเห็นการเติบโตในช่วงปลายปี โดยมีหลายปัจจัยช่วยกระตุ้นยอดขาย
ด้านสงครามราคา บริษัทมองว่าจะลดความรุนแรงลงในปีนี้ เนื่องจากหลายแบรนด์ได้ใช้กลยุทธ์การจัดตำแหน่งราคา (Price Positioning) กับการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ ทำให้โมเดลที่เคยมีราคาสูงได้รับการปรับลดราคาลงให้มีความเหมาะสมกับตลาดมากขึ้น
ขณะที่ลูกค้าในตลาด EV เริ่มเห็นความแตกต่างของผลิตภัณฑ์น้อยลง บริษัทจึงให้ความสำคัญกับการสร้างความแตกต่างด้วยการสร้างแบรนด์ นวัตกรรม และเทคโนโลยี รวมถึงการสร้างความเชื่อมั่นในบริการหลังการขาย
บริษัทกำลังพิจารณาแผนการผลิตรถยนต์แบรนด์จีลี่ในประเทศไทย เนื่องจากธนบุรีประกอบรถยนต์ (TAAP) มีความเชี่ยวชาญในการประกอบรถยนต์อยู่แล้ว ซึ่งจะเป็นการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ในระยะยาว
Great Wall Motor (GWM): การขยายไลน์สินค้าระดับพรีเมียม
คุณวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองประธาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) ประเมินว่าสัดส่วนตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในปี 2025 จะอยู่ที่ประมาณ 15% หรือราว 7–8 หมื่นคันของตลาดรถยนต์นั่ง ซึ่งเพิ่มขึ้นจากประมาณ 13% ในปี 2024 ส่วนสถานการณ์สงครามราคา บริษัทประเมินว่าจะทุเลาลงในปีนี้
สำหรับแผนงานของ GWM ในปี 2025 บริษัทวางแผนเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่อย่างน้อย 5 รุ่น โดยเน้นการขยายไลน์รุ่นย่อยในกลุ่มเรือธง (Flagship) และให้ความสำคัญกับการเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค
Isuzu: การปรับตัวรับมาตรการช่วยเหลือกระบะ
คุณทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ตลาดรถกระบะว่า ในปี 2024 มียอดขายอยู่ที่ 163,000 คัน ซึ่งคาดว่าปีนี้ยอดขายจะใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้ยังไม่ได้รวมการประเมินจากมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐในเรื่องการค้ำประกันสินเชื่อรถกระบะ ภายใต้โครงการ ‘กระบะพี่ มีคลังค้ำ’ ซึ่งปัจจุบันยังอยู่ระหว่างการรอสรุปรายละเอียดเงื่อนไข คาดว่าจะได้ข้อสรุปในเร็ววันนี้
แบรนด์ Isuzu ตั้งเป้ายอดขายรวมปีนี้อยู่ที่ 76,000 คัน โดยบริษัทได้ปรับตัวให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดเช่นเดียวกับผู้ผลิตรถยนต์รายอื่น ๆ โดยเฉพาะตลาดรถกระบะที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาด้านสินเชื่อ หากสถานการณ์ดังกล่าวเริ่มดีขึ้นก็จะส่งผลดีต่อตลาดโดยรวม
แนวโน้มตลาดรถยนต์ไทยปี 2026 และโอกาสในอนาคต
การคาดการณ์ทิศทางตลาดรถยนต์ไทยในปี 2026 ยังต้องพิจารณาถึงปัจจัยสนับสนุนต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น ทั้งนโยบายภาครัฐ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคที่เริ่มเปิดรับเทคโนโลยีใหม่มากขึ้น
ความสำคัญของรถไฮบริด (Hybrid) และ PHEV
เนื่องจากตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) อาจเผชิญข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐานในประเทศไทย ทำให้รถยนต์ไฮบริดและ PHEV กลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ