วงจรชีวิตของคนเราคือ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ส่วนวงจรชีวิตของรถคือ เปิดตัว ทำยอดขาย อยู่จนคนเลิกเห่อ แล้วหลังจากนั้นจะกลับมาใหม่หรือตายจากไปเลย ก็แล้วแต่วาสนาของรถแต่ละรุ่น แม้ว่าในที่สุดไม่มีรถรุ่นไหนในโลกที่อยู่ยงคงกระพัน แต่ถ้าถามหารถประเภทอยู่ง่ายตายยากรุ่นหนึ่งจากบรรดารถยุโรป ก็คงหนีไม่พ้น Mercedes-Benz 190E ตัวถัง W201 รถที่ดีไซน์ตัวถังเหลี่ยมจัดเสียจนถ้าเหลี่ยมกว่านี้ก็โจรแล้ว แต่ความเหลี่ยมในรูปลักษณ์ที่ยังลามไปถึง W124 E-Class รุ่นที่มีฉายาว่า “โลงจำปา” ด้วยนี่ล่ะ แฝงไปด้วยวิศวกรรมอากาศพลศาสตร์ที่ล้ำสมัยเกินยุค และยังทำให้หน้าตาของรถมีจุดเด่นที่คนเห็นแล้วจำง่ายมาจนทุกวันนี้ คุณอาจมองว่ามันแก่ แต่คุณต้องคิดด้วยนะว่า นี่คือรถที่เปิดตัวในตลาดโลกเมื่อ 40 ปีที่แล้ว ซึ่งตอนนั้นพ่อของพวกคุณบางคนยังอยู่อนุบาลด้วยซ้ำ ใครเกิดทันอ่านข่าว 190E เปิดตัวบนนิตยสารกรังด์ปรีซ์ตอนนั้น แปลว่าคุณแก่อย่างสมบูรณ์แบบแน่นอน


…
AdvertisementsX
190E นั้น เป็นชื่อเรียกแบบทั่วๆ ไปที่คนพูดปุ๊บก็ร้องอ๋อ แต่แท้จริงแล้ว มันยังมีรุ่น 190 ที่ใช้คาร์บิวเรเตอร์จ่ายน้ำมัน และ 190D ที่เป็นเครื่องดีเซลด้วย ฝรั่งจึงมักเรียกรุ่นนี้ตามรหัสตัวถังว่า W201 หรือไม่ก็ 190 Series สาเหตุที่มันเกิดมานั้น..เบนซ์ไม่พูด แต่เราก็รู้กันว่า ในช่วง 1960s นั้น BMW เริ่มทำตลาดรถรุ่น New Class ที่มีภาพลักษณ์ค่อนไปจับวัยรุ่นมากขึ้น และประสบความสำเร็จอย่างดี พวกเขาก็เลยนำ New Class มาวิจัยพัฒนาให้ตัวรถเล็ก สั้นลง คล่องตัวขึ้น ทำมาขายในราคาที่ชาวเยอรมันยุคนั้นสามารถซื้อหาได้สะดวกจิต นั่นคือจุดเริ่มต้นของ BMW 02 Series หรือที่บ้านเรามักเห็นกับรถรุ่น 1602 และ 2002 เกิดเป็นตลาดเซกเมนต์ “Executive Compact Car” ที่ขายดีมากจน BMW ตัดสินใจให้กำเนิดรถอย่าง 3 Series ต่อมา

ทีนี้นิสัยของเบนซ์คือ “กรูต้องทำเป็นคนแรก” แต่ถ้าไม่ใช่คนแรก ก็ต้อง “กรูมาทีหลังแต่จะดังกว่า” ในขณะที่ BMW คลาสเล็กนั้นมีแต่รถสองประตู เบนซ์ตัดสินใจจะสร้างรถ Executive Compact รุ่นแรกของตัวเองให้เป็นรถ 4 ประตูไปเลย หลังจากที่ลองดีไซน์ต้นแบบเป็นแบบสองประตูแล้วออกมาดูไม่น่ารักเท่าไร ในสายตาของเบนซ์ รถสี่ประตูสามารถจับตลาดได้กว้างกว่า เพราะสามารถเอาใจลูกค้าที่มีครอบครัวได้ด้วย ผลที่ได้หลังจากวิจัยพัฒนาอยู่ 8-9 ปี ก็คือเจ้า W201 ซึ่งเผยโฉมครั้งแรกในเดือนกันยายนปี 1982

คำจำกัดความของ W201 ในวันที่มันเปิดตัวนั้น ต้องเรียกว่าเป็นรถเล็กกะปิ๋ว ที่สร้างด้วยวิศวกรรมและความประณีตระดับเดียวกับรถใหญ่ เป็นรถรุ่นแรกที่ทิ้งดีไซน์แบบคลาสสิกสู่แนวคิดทางการออกแบบใหม่ (ใหม่ของสมัยนั้นนะ) ภายนอกรถ มีแค่ไฟหน้าที่มีกลิ่นอายของ W126 S-Class อยู่เบาๆ ไฟท้ายคล้าย W123 และ 126 แต่ลำตัวช่วงกลางล้ำสมัยขึ้นมาก สังเกตการพยายามเอาโครเมียมซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของรถยุค 70s ออกไปจนเหลือแค่กระจังหน้าเท่านั้นที่ยังเป็นโครเมียมอยู่ เครื่องยนต์และระบบส่งกำลังนั้น เป็นเครื่องที่เอามาจาก W123 รุ่นพี่ แต่มีการอัปเดตรายละเอียดปลีกย่อย ความจุตั้งแต่ 2.0-2.3 ลิตรเสียส่วนใหญ่ ส่วนช่วงล่างนั้น นับเป็นดีไซน์ที่บุกเบิกให้กับเบนซ์รุ่นปัจจุบัน ด้านหน้าเป็นแมคเฟอร์สันสตรัท ด้านหลัง เป็นมัลติลิงก์ที่พัฒนาขึ้นมาใหม่ ออกแบบให้มีระยะยุบยืดของช่วงล่างที่ยาว และมีการซับแรงกระแทกที่ดีเยี่ยม ถ้าคุณได้ลองนั่ง 190E ช่วงล่างเดิมสภาพดีๆ สักครั้ง ลองสาดโค้งเร็วๆ ดู หรือหวดจัมป์สะพานที่ 160 กม./ชม. แล้วคุณจะทึ่งว่านี่หรือคือรถเล็ก น้ำหนักตัว 1.2 ตัน ยาง 195 มม. ที่ออกแบบโดยวิทยาการยุค 70s ตอนปลาย
…

ผมเคยพารุ่นหลานๆ ที่ปกติจะขับพวกเบนซ์คันเล็กรุ่นใหม่ๆ หน่อย มาลองนั่ง 190E เดิมๆ มาดลุง..ซึ่งก็ใช่แหละเพราะผมซื้อต่อมาจากลุงผมเอง 50,000 บาท แล้วลองพาเขานั่งถนนทุกรูปแบบ ลูกรัง มอเตอร์เวย์ สาดโค้งทางด่วน แล้วเขาก็ขอลองขับดู สรุปว่า รถใหม่ เครื่อง เกียร์ พวงมาลัยดีกว่า 190E เยอะ แต่ช่วงล่างของรถลุง ทั้งนุ่มกว่า เกาะถนนกว่า ทั้งที่ใส่ยางราคาประหยัดไซส์เล็กด้วย ไม่เชื่อก็ต้องหาโอกาสลองครับ รถใหม่ๆ ภาพรวมดีกว่ารถเก่าเสมอ จริง..แต่ไม่ใช่ในทุกเรื่อง

…
190E ขายอยู่ 11 ปี กวาดยอดไป 1.87 ล้านคัน ถามว่าประสบความสำเร็จหรือไม่? ก็ถ้าตั้งเป้าว่าจะฆ่า BMW 3 Series ก็ขอแสดงความเสียใจกับน้องดาวด้วย เพราะน้องใบพัดเขาขายไป 2.4 ล้านคัน ชนะอย่างขาวสะอาด เบนซ์มีตัวถังขายแค่เพียงแบบเดียว ในขณะที่ 3 Series E30 ที่เปิดตัวห่างกันแค่ 2 เดือนนั้น มีครบทุกตัวถังทั้งคูเป้ ซาลูน เปิดประทุน และสเตชั่นแวกอน ส่วนเครื่องยนต์นั้น ทั้งดาวและใบพัด ต่างพยายามทำเครื่องมาแลกคนละหมัดกันชนิดถ้าเป็นมวยก็ลุ้นแบบเขวี้ยงป๊อปคอร์น BMW มีเครื่อง 1.8 เบนซ์ก็ทำ 1.8 มาสู้แต่ออกหมัดช้าไปนิด BMW มีเครื่องหกสูบเรียง 2.0-2.7 ลิตร เบนซ์ก็ไปเอาเครื่อง M103 2.6 ลิตร 158 แรงม้าจาก W124 รุ่น 260E มาทำเป็น 190E 2.6 ทั้งที่ห้องเครื่องของ W201 ไม่ได้ออกแบบมาเผื่อแต่แรก


…

แต่คู่ที่กัดกันมันที่สุดน่าจะเป็น 190E 2.3-16 ที่ใช้ฝาสูบทวินแคม 185 แรงม้า ซึ่ง BMW ก็ทำ M3 E30 ออกมาสู้ด้วย ตัวเครื่อง และแรงม้าใกล้เคียงกัน แถมมีเวอร์ชัน Evolution ที่ปรับกำลังสูงขึ้นตามออกมาทั้งคู่ อย่าง 190E 2.5-16 EVO II ที่มีกำลังแถวๆ 235 แรงม้า ถือว่าไม่ธรรมดาในยุคของมัน และในวันนี้กลายเป็นรถหายากราคาสูงปรี๊ด แม้กระทั่งชุดแต่งอย่างเดียว ถ้าเป็นของแท้ ก็แพงพอจะซื้อรถครอบครัวขนาดกลางจากญี่ปุ่นได้เลย

มาที่เมืองไทย ต้องเล่าก่อนว่าคนไทยยุค 1980s นั้น ใครแตะรถนำเข้าได้ต้องรวยมาก เพราะสมัยนั้นภาษีรถนำเข้าสูงปรี๊ดเพราะรัฐบาลอยากดันให้อุตสาหกรรมรถประกอบในประเทศเกิด 190E พวกรุ่นแรกๆ ที่ยังเป็นรุ่นกันชนดำ แถบกันกระแทกตัวถังด้านข้างสีดำ จึงมีเข้ามาในจำนวนน้อยมาก เป็นรถทูตเกือบทั้งหมด (190E 2.0 สีครีมของพ่อผมก็เป็นหนึ่งในนั้น) รถพวกนี้เวลาไปจอดที่ไหนคนจะรุมดูกันเพราะเป็นรถแปลก คนไม่คุ้นตาเบนซ์คันเล็กแบบนี้ ต้องรอจนปี 1992 เมื่อรัฐบาล ดร.อานันท์ ลดกำแพงภาษีนำเข้าลงประมาณสามเท่าตัว ทำให้รถนำเข้าทั้งคันหลั่งไหลเข้ามาในไทยจนกลายเป็นยุคเฟื่องฟูรถแปลกๆ ที่หลากหลายอีกครั้ง อุตสาหกรรมรถในประเทศก็ต้องปรับตัวพัลวันเพื่อให้มีเทคโนโลยีและอุปกรณ์ต่างๆ ทัดเทียมรถประกอบนอก

