
ตลาดบ้านหรู 10-30 ล้านบาท: 4 บิ๊กแบรนด์แย่งส่วนแบ่งกำลังซื้อ “เศรษฐีรุ่นใหม่” ในปี 2569
ปี 2569 นี้ แม้บรรยากาศตลาดอสังหาริมทรัพย์จะยังมีความผันผวนจากภาวะเศรษฐกิจโลกและแรงกดดันด้านอัตราเงินเฟ้อ แต่ตลาดบ้านระดับหรูช่วงราคา 10-30 ล้านบาท กลับมีสัญญาณเติบโตสวนทางอย่างน่าสนใจ ด้วยการเข้ามาแข่งขันอย่างเข้มข้นจาก 4 ผู้ประกอบการรายใหญ่ของประเทศ ที่ต่างมุ่งเจาะกลุ่ม “เศรษฐีรุ่นใหม่” ที่มีความต้องการซื้อจริง (Real Demand)
ในภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนเช่นนี้ แม้ว่าภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยโดยรวมอาจจะยังซบเซา โดยเฉพาะในกลุ่มคอนโดมิเนียมที่หลายค่ายต้องปรับกลยุทธ์ ลดการเปิดตัวโครงการใหม่ หันไปเน้นตลาดบ้านแนวราบในทุกระดับราคา เพื่อบริหารความเสี่ยง แต่ตลาดบ้านหรูระดับราคากลางนี้ยังคงเป็น “จุดแข็ง” ที่ผู้ประกอบการไว้วางใจ เพราะกลุ่มลูกค้าในเซ็กเมนต์นี้มีความสามารถในการซื้อสูงกว่า และได้รับผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจน้อยกว่าตลาดทั่วไป แม้ว่าระยะเวลาในการตัดสินใจของลูกค้าอาจจะยาวนานขึ้นกว่าเดิม เนื่องจากความกัง۔วนทางเศรษฐกิจก็ตาม
บ้านหรูคือแรงขับเคลื่อนตลาดอสังหาฯ ปี 2569
สุรเชษฐ กองชีพ หัวหน้าฝ่ายวิจัยและที่ปรึกษา คุชแมน แอนด์ เวคฟีลด์ ประเทศไทย ฉายภาพสถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในไตรมาส 1 ปี 2569 ว่า มีสัญญาณชะลอตัวที่เห็นได้ชัด โดยเฉพาะตลาดคอนโดมิเนียมที่หลายผู้ประกอบการต้องเร่งปรับตัว อย่างไรก็ตาม ตลาดบ้านระดับบน (Luxury Segment) โดยเฉพาะกลุ่มราคา 10-30 ล้านบาท ยังคงเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนตลาดอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากกลุ่มลูกค้าในเซ็กเมนต์นี้มีศักยภาพทางการเงินที่แข็งแกร่ง และมีความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยจริงอย่างต่อเนื่อง
“ที่น่าสนใจคือ บ้านระดับ 10 ล้านบาทขึ้นไปมีการโอนกรรมสิทธิ์ลดลงน้อยกว่าตลาดโดยรวม สะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มลูกค้าตลาดบนมีความพร้อมทางการเงิน และสามารถยืนหยัดได้แม้ในสภาวะที่เศรษฐกิจมีความผันผวน แม้ลูกค้าจะใช้เวลาในการตัดสินใจนานขึ้น แต่กำลังซื้อยังคงมีอยู่ ทำให้ตลาดบ้านระดับนี้เป็นกลุ่มที่น่าจับตาและเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในปีนี้”
ข้อมูลเชิงลึกจาก คุชแมน แอนด์ เวคฟีลด์ ประเทศไทย ระบุว่า โครงการบ้านแนวราบยังคงครองสัดส่วนตลาดบ้านหรูมากกว่า 75-80% ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่หันมาทุ่มเททรัพยากรเพื่อพัฒนาโครงการประเภทนี้อย่างต่อเนื่อง เพราะถือเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพและฐานลูกค้าในวงกว้างกว่ากลุ่มอัลตราลักเซอรี่
4 บิ๊กแบรนด์ เจ้าตลาดบ้านหรู 10-30 ล้านบาท
การแข่งขันในตลาดบ้านหรูช่วงราคา 10-30 ล้านบาทยังคงทวีความเข้มข้น โดยผู้ประกอบการแต่ละรายต่างสร้างจุดเด่นและกลยุทธ์ที่แตกต่างกันเพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า ซึ่งการจับตามองแบรนด์เหล่านี้ถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ที่กำลังมองหาบ้านในระดับราคาดังกล่าว
บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)
หนึ่งในผู้นำตลาดที่ต้องกล่าวถึงคือ แสนสิริ ซึ่งมีแบรนด์หลักอย่าง เศรษฐสิริ เป็นหัวหอกในการเจาะกลุ่มลูกค้าระดับบน แสนสิริมีการพัฒนาและปรับเปลี่ยนดีไซน์ ฟังก์ชันของโครงการเศรษฐสิริอยู่เสมอ เพื่อให้ทันสมัยและตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างแม่นยำ ที่สำคัญคือ แสนสิริสร้างภาพจำให้เศรษฐสิริเป็นแบรนด์ที่ช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์และความสำเร็จให้กับผู้อยู่อาศัย
นอกจากนี้ แสนสิริยังมีอีกหนึ่งแบรนด์คุณภาพในระดับราคาใกล้เคียงกันคือ บุราสิริ ที่เน้นการออกแบบให้บรรยากาศเหมือนการพักผ่อนในรีสอร์ต พร้อมจุดเด่นด้านบริการหลังการขายและระบบรักษาความปลอดภัย LIV-24 ซึ่งเป็นปัจจัยที่สร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าได้เป็นอย่างดี
บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน)
พี่ใหญ่แห่งวงการอสังหาริมทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ยังคงรักษาภาพลักษณ์ของความแข็งแกร่งในตลาดบ้านระดับกลางถึงบน โดยมีแบรนด์หลักที่ได้รับความนิยมอย่างสูงคือ ชัยพฤกษ์-มัณฑนา-สีวลี แบรนด์เหล่านี้ถูกออกแบบและพัฒนาให้มีรูปแบบที่ปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัยอย่างต่อเนื่อง แม้ราคาขายอาจเริ่มต้นมากกว่า 10 ล้านบาท แต่ด้วยภาพลักษณ์ คุณภาพ และความน่าเชื่อถือ ทำให้แบรนด์เหล่านี้ยังคงเป็นที่ต้องการของกลุ่มลูกค้าที่มองหาบ้านในระดับราคานี้
บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SC)
สำหรับ เอสซี แอสเสท หรือ SC ก็มุ่งเน้นการพัฒนาโครงการบ้านจัดสรรในตลาดนี้เช่นกัน โดยมีแบรนด์เรือธงคือ บางกอก บูเลอวาร์ด ที่ราคาเริ่มต้นประมาณ 10 ล้านบาท และ บางกอก บูเลอวาร์ด ซิกเนเจอร์ ซึ่งเน้นความพิเศษและมีราคาสูงขึ้นไปถึงระดับ 20-35 ล้านบาท โครงการของ SC ในกลุ่มราคานี้ได้รับความนิยมจากลูกค้าที่ต้องการความหรูหราผสมผสานกับทำเลศักยภาพ
บริษัท เอพี ไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน) (AP)
เอพี ไทยแลนด์ หรือ AP ก็เป็นผู้เล่นสำคัญในตลาดนี้เช่นกัน โดยมีแบรนด์หลักในระดับราคาเดียวกันอย่าง เดอะซิตี้-เซนโทร ซึ่งกระจายตัวอยู่ในหลากหลายทำเลสำคัญทั้งในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เอพีเน้นการออกแบบที่ทันสมัย และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ได้อย่างลงตัว
นอกจากนี้ ยังมีผู้ประกอบการรายอื่น ๆ ที่มีโครงการบ้านจัดสรรในระดับนี้ เช่น ศุภาลัย และ พฤกษา แต่จำนวนโครงการอาจจะไม่ครอบคลุมเท่ากลุ่มผู้เล่นรายใหญ่ดังกล่าว
เจาะลึกกลุ่มเป้าหมาย: เศรษฐีรุ่นใหม่ปี 2569
สำหรับกลุ่มผู้ซื้อเป้าหมายในเซ็กเมนต์บ้านหรู 10-30 ล้านบาท สุรเชษฐ กองชีพ วิเคราะห์ว่า ส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม “เศรษฐีรุ่นใหม่” ชาวไทย ที่มีอายุไม่เกิน 45 ปี ซึ่งมีความต้องการอยู่อาศัยจริง (Real Demand) และให้ความสำคัญกับปัจจัยต่อไปนี้เป็นหลัก:
ความคุ้มค่าของพื้นที่ใช้สอย: ในช่วงที่เศรษฐกิจชะลอตัว กลุ่มลูกค้านี้ต้องการความคุ้มค่าสูงสุดจากการลงทุนซื้อบ้าน
ทำเลศักยภาพ: การเดินทางที่เชื่อมต่อกับโครงข่ายถนนหลักและระบบขนส่งสาธารณะถือเป็นสิ่งสำคัญ รวมถึงความใกล้กับสถานศึกษาชั้นนำของบุตรหลาน
สภาพแวดล้อมและสังคม: ลูกค้ามองหาสภาพแวดล้อมทางสังคมและภายในโครงการที่สะท้อนถึง “คุณภาพชีวิต” ที่ดี
ทำเลยอดนิยม: พื้นที่อย่าง รามอินทรา, บางนา, ดอนเมือง, ราชพฤกษ์ และปริมณฑลที่มีเขตติดกับกรุงเทพฯ ถือเป็นทำเลทองที่ได้รับความนิยมอย่างสูง เพราะมีการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐานรองรับ
ภาพลักษณ์และความสำเร็จ: กลุ่มผู้ซื้อที่มีศักยภาพเหล่านี้ ส่วนใหญ่เป็นเจ้าของกิจการ หรือผู้บริหารระดับสูงที่มีฐานรายได้มั่นคง เป็นกลุ่มที่ประสบความสำเร็จจากการทำงาน หรือเป็นทายาทธุรกิจ (Young Successor) ดังนั้น การตัดสินใจซื้อไม่ได้ขึ้นอยู่กับ “ราคา” หรือ “ของแถม” เพียงอย่างเดียว แต่เน้น “ความคุ้มค่า” และ “ภาพลักษณ์” ที่สะท้อนถึงความสำเร็จของตนเอง
ในสภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัวเช่นนี้ กลุ่มผู้ซื้อที่มีศักยภาพเหล่านี้มักจะใช้เวลาในการเปรียบเทียบข้อมูลและตัดสินใจนานขึ้น เพื่อให้ได้เงื่อนไขที่ดีที่สุด ซึ่งส่งผลให้พวกเขามีอำนาจต่อรองกับผู้ขายสูงขึ้นเช่นกัน
การวิเคราะห์ต้นทุนและปัจจัยขับเคลื่อนราคาขาย
ด้าน “ต้นทุนการผลิต” แม้ราคาวัสดุก่อสร้างจะปรับตัวสูงขึ้นในช่วงเดือนที่ผ่านมา (5-10%) รวมถึงแรงกดดันจากอัตราเงินเฟ้อและราคาน้ำมันจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แต่ราคาขายบ้านในระดับ 10-30 ล้านบาท ณ ปัจจุบัน ส่วนใหญ่ยังคงใช้