LEPAS: เปิดตัวแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าสไตล์พรีเมียมจาก Chery สู่ตลาดประเทศไทย 2026
การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่แห่งอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในปี 2569 กำลังก่อตัวขึ้น เมื่อ Chery Group ผู้ผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่ระดับโลก ได้เปิดตัวแบรนด์ใหม่ล่าสุดภายใต้ชื่อ LEPAS (เลพาส) อย่างเป็นทางการ โดยถือฤกษ์งามยามดีเผยโฉมครั้งแรกในงาน บางกอก อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 เพื่อประกาศศักดาการรุกตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ระดับสากล และตอบรับกระแสการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคแห่งพลังงานสะอาด (Clean Energy) อย่างเต็มรูปแบบ การมาถึงของ LEPAS ไม่ได้เป็นเพียงแค่การนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่เป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของ Chery Group ในการขยายพอร์ตโฟลิโอแบรนด์ให้ครอบคลุมทุกตลาด และการวางตำแหน่งประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางเชิงกลยุทธ์เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตในภูมิภาคเอเชียอย่างยั่งยืน
คุณ Charles Wang, LEPAS Country Director ได้กล่าวถึงกลยุทธ์การเข้าสู่ตลาดไทยว่า “การเปิดตัว LEPAS ในประเทศไทยสะท้อนถึงวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ของ Chery Group ในการขยายขอบเขตอิทธิพลของแบรนด์สู่ตลาดโลก ท่ามกลางการพลิกผันครั้งใหญ่ของเทคโนโลยีพลังงานสะอาด เราเล็งเห็นศักยภาพที่แข็งแกร่งอย่างยิ่งของประเทศไทย ทั้งในด้านกำลังซื้อของผู้บริโภคที่กำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และบทบาทการเป็นศูนย์กลางการผลิตและนวัตกรรมยานยนต์แห่งเอเชีย ซึ่งจะเป็นรากฐานที่สำคัญในการสร้างความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์และเติบโตอย่างมั่นคงไปพร้อมกับพันธมิตรในระยะยาว”
ประวัติและวิวัฒนาการของ Chery Group: รากฐานแห่งความสำเร็จ
ก่อนที่จะเจาะลึกถึงแบรนด์ใหม่ LEPAS เราจำเป็นต้องทำความเข้าใจถึงเบื้องหลังและรากฐานอันแข็งแกร่งของ Chery Automobile ซึ่งเป็นบริษัทแม่ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1997 การเดินทางของ Chery ในอุตสาหกรรมยานยนต์ได้เริ่มต้นขึ้นท่ามกลางกระแสการปฏิรูปเศรษฐกิจของจีน และได้เติบโตอย่างก้าวกระโดดจนกลายเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของสาธารณรัฐประชาชนจีน ปัจจุบัน Chery มีเครือข่ายธุรกิจที่ครอบคลุมมากกว่า 80 ประเทศทั่วโลก ผ่านการพัฒนาแบรนด์ย่อยที่มุ่งตอบสนองความต้องการเฉพาะกลุ่มของผู้บริโภคอย่างแม่นยำ โดยแบรนด์หลักที่รู้จักกันดีในระดับสากลประกอบด้วย Chery, OMODA, JAECOO และล่าสุดกับ LEPAS ที่ถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองตลาดรถยนต์พรีเมียมและกลุ่มลูกค้าที่ให้ความสำคัญกับสไตล์และเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งการเข้ามาของ LEPAS ครั้งนี้ ถือเป็นการขยายฐานลูกค้าและเสริมความแข็งแกร่งของแบรนด์ในตลาดสากลให้ครบวงจรมากยิ่งขึ้น
LEPAS: นิยามใหม่ของรถยนต์พรีเมียมไลฟ์สไตล์เอสยูวี
แนวคิดเบื้องหลังการสร้างแบรนด์ LEPAS นั้นมีรากฐานมาจากแรงบันดาลใจที่ทรงพลัง คือ เสือดาว (Leopard) ซึ่งสัญลักษณ์แห่งความสง่างามในทุกการเคลื่อนไหว ความคล่องตัว ความแข็งแกร่ง และสัญชาตญาณที่เฉียบคม เมื่อรวมเข้ากับความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์นวัตกรรมและความพิถีพิถันสูงสุด แบรนด์ LEPAS จึงถูกวางตำแหน่งให้เป็นยนตรกรรมพรีเมียมไลฟ์สไตล์เอสยูวี ที่ผสานดีไซน์ที่ล้ำสมัยและโดดเด่นเข้ากับเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ต้องการแสดงออกถึงตัวตนและรสนิยมที่แตกต่าง สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ที่พวกเขาเป็นผู้กำหนดเอง (Drive Your Elegance) โดย LEPAS มุ่งมั่นที่จะเป็นมากกว่ารถยนต์ แต่เป็นเพื่อนร่วมเดินทางที่ส่งเสริมบุคลิกและความสำเร็จของผู้ใช้งาน
แบรนด์ LEPAS เป็นมากกว่าผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่คือการขยายพอร์ตโฟลิโอของ Chery Group ให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดที่หลากหลาย การเข้ามาในประเทศไทยสะท้อนถึงการลงทุนระยะยาวของ Chery Group ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง ทั้งในด้านอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่หันมาให้ความสำคัญกับการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น และกำลังมองหาทางเลือกที่ผสมผสานระหว่างความหรูหรา เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
LEPAS L6: ก้าวแรกสู่ตลาดไทย ด้วยดีไซน์ที่เหนือกว่า
ในวันเปิดตัว ณ งาน บางกอก อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ทาง LEPAS ได้นำเสนอรถยนต์รุ่นแรกที่จะเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย คือ LEPAS L6 ซึ่งเป็นรถยนต์พรีเมียมเอสยูวีพลังงานไฟฟ้า 100% ที่ชูจุดเด่นด้านรูปลักษณ์ที่สะดุดตาและการจัดการพลังงานที่มีประสิทธิภาพสูงสุด
ดีไซน์ภายนอก: ความสง่างามที่มาพร้อมหลักอากาศพลศาสตร์
LEPAS L6 ถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถันตั้งแต่ส่วนหน้าจรดท้าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระจังหน้า (Grille) ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากลายหินอ่อน (Marble Pattern) ที่โดดเด่นและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เมื่อรวมกับไฟหน้าแบบ LED ดีไซน์โฉบเฉี่ยวและโฉบเฉี่ยวให้แสงสว่างที่คมชัด ช่วยเสริมบุคลิกของรถให้ดูพรีเมียมและน่าเกรงขาม เส้นสายตัวถังที่ลื่นไหลและโค้งมนตลอดทั้งคัน ไม่ได้เป็นเพียงเพื่อความสวยงาม แต่ยังสอดคล้องกับหลักอากาศพลศาสตร์ (Aerodynamics) ช่วยลดแรงต้านอากาศและเพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่ เสริมด้วยไฟท้ายที่มีรายละเอียดที่ประณีต สร้างสรรค์เพื่อให้ผู้ขับขี่รู้สึกโดดเด่นและแตกต่างจากรถคันอื่นๆ บนท้องถนน
ภายใน: ความเรียบหรูที่เหนือระดับ
เมื่อก้าวเข้าสู่ภายในห้องโดยสาร LEPAS L6 จะสัมผัสได้ถึงความเรียบหรูแต่เปี่ยมไปด้วยฟังก์ชันการใช้งาน (Minimalist Design with High Functionality) แผงคอนโซลกลางถูกออกแบบอย่างเรียบง่าย แต่ใช้งานง่าย เบาะนั่งขนาดใหญ่ถูกออกแบบมาให้โอบรับสรีระได้อย่างดีเยี่ยม พร้อมด้วยการบุด้วยวัสดุคุณภาพสูงและลวดลายที่ประณีตในทุกรายละเอียด เพื่อมอบความรู้สึกพรีเมียมในทุกสัมผัส นอกจากนี้ ห้องโดยสารที่กว้างขวางยังมาพร้อมหลังคาพาโนรามิคขนาดใหญ่ (Panoramic Roof) ให้ความรู้สึกโปร่ง โล่งสบาย ช่วยเพิ่มสุนทรียภาพตลอดการเดินทาง ไม่ว่าจะขับขี่คนเดียว หรือโดยสารพร้อมครอบครัว
ระบบส่งกำลังและสมรรถนะ
ด้านขุมพลังขับเคลื่อน LEPAS L6 ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูง ให้กำลังสูงสุดถึง 178 กิโลวัตต์ และแรงบิดสูงสุดที่ 275 นิวตันเมตร ซึ่งเพียงพอต่อการขับขี่ในชีวิตประจำวันและการเดินทางระยะไกล นอกจากนี้ แบตเตอรี่ที่ได้รับการออกแบบมาอย่างดี ทำให้รถสามารถวิ่งได้ระยะทางที่ไกล ตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่ต้องการความมั่นใจตลอดการเดินทางโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการชาร์จ
นวัตกรรมและความล้ำสมัย: เทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่ (ADAS)
สิ่งที่ทำให้ LEPAS L6 แตกต่างและก้าวล้ำกว่าคู่แข่งในตลาด คือเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่ (Advanced Driver-Assistance Systems – ADAS) ที่ครบครันและทำงานได้อย่างล้ำสมัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยี VPD (Valet Parking Driver) ซึ่งถือเป็นจุดเด่นสำคัญที่ไม่เคยมีมาก่อนในประเทศไทย เทคโนโลยีนี้ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถจอดรถไว้ที่ทางเข้า จากนั้นรถจะทำการขับเคลื่อนไปยังช่องจอดที่กำหนดไว้และจอดได้อย่างแม่นยำโดยอัตโนมัติ ซึ่งไม่เพียงแต่สะท้อนถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของแบรนด์ LEPAS เท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องยืนยันถึงทิศทางการพัฒนารถยนต์แห่งอนาคต ที่เน้นความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ได้อย่างแท้จริง
คุณจิตติศักดิ์ วงษ์ศิริ ผู้อำนวยการฝ่ายงานขาย และพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่าย ได้ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมเกี่ยวกับวิสัยทัศน์ของแบรนด์ LEPAS ว่า “LEPAS ไม่ได้เป็นเพียงแค่รถยนต์รุ่นใหม่ แต่คือแบรนด์ที่สะท้อนวิถีการเดินทางแห่งอนาคต เราให้ความสำคัญกับการสร้างประสบการณ์ใช้งานที่สมบูรณ์แบบ ทั้งในแง่ของผลิตภัณฑ์และการบริการ โดยบริษัทฯ มีแผน