Mercedes Benz และ BMW แบรนด์คู่กัดของเยอรมนีมียอดขายทั่วโลกในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปี พ.ศ. 2561 ออกแนวบู๊ล้างผลาญแบบไม่มีใครยอมใครในตลาดรถหรูที่ขายดิบขายดีจนต้องแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกันอย่างถึงพริกถึงขิง



…
AdvertisementsX


ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงปลายเดือนกันยายนปี พ.ศ. 2561 แบรนด์ BMW ขายรถยนต์ทั่วโลกได้ 1,566,216 คัน คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ต่อปีขยับเพิ่มขึ้น 1.9 เปอร์เซ็นต์ ส่วนแบรนด์ตราดาว Mercedes Benz ที่ใช้ความพยายามอย่างสุดฤทธ์ิสุดเดชเพื่อแย่งลูกค้าชั้นดีของ BMW โดยพัฒนารถยนต์ของตนให้มีการขับที่ดีขึ้น พร้อมภายในที่ทันสมัย ทำให้แบรนด์ตราดาวจากสตุตการ์ตขายรถในปีนี้ได้ 1,715,087 คัน ในไทยนั้น Benz ทำยอดพุ่งนำโด่ง BMW มาช้านานแล้ว ส่วนบางประเทศที่ Mercedes Benz เคยทำยอดได้ดีแต่ปีนี้กลับแย่ลงเล็กน้อย ทำให้ตัวเลขยอดขายโดยรวมทั่วโลกลดลง 0.1 เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่ตามมาเงียบๆ แต่แอบฟาดเรียบก็คือ Audi มียอดขายรถยนต์ทั่วทั้งโลกรวม 1,407,700 คันเพิ่มขึ้น 2.0 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา



…


การปรับปรุง Dynamic ในผลิตภัณฑ์ยานยนต์ที่สวนทางกันของทั้งสองแบรนด์ กลายเป็นจุดต่างที่ทำให้ Mercedes Benz กลับมาแซงนำหลังจากตามหลังอยู่หลายปี!! ค่าย BMW ปรับช่วงล่างในรถขายดีบางรุ่นอย่าง Series-5 G30 ให้มีช่วงล่างที่นิ่มนวลขึ้น (แต่ลูกค้าบางคนก็บ่นว่านิ่มไป) ภายในก็ไม่ได้เปลี่ยนไปมาก ยังคล้ายๆ ของเดิม ทำให้ไม่ค่อยมีความแปลกใหม่น่าสนใจมานำเสนอ ส่วน Mercedes Benz จากที่เคยถูกมองว่าเป็นรถคนแก่ที่มีช่วงล่างย้วยๆ นิ่มๆ เอาใจเถ้าแก่ร้านทองเยาวราชมากกว่าจะทำออกมาให้วัยรุ่นขับ
…



…

ปัจจุบัน แบรนด์ตราดาวได้ละทิ้งแนวคิดเดิมแล้วกระโจนเข้าหาลูกค้าทุกกลุ่มด้วยตัวเลือกใหม่ๆ รวมถึงการจูนให้ช่วงล่างแข็งขึ้นเล็กน้อย แล้วเติมความเฉียบคมของพวงมาลัยไฟฟ้าจนขยับเข้าใกล้กับ Dynamic ที่ดีของ BMW สิ่งที่ทำให้ยอดขายของแบรนด์ตราดาวในตลาดโลกกลับมาแซงหน้า BMW ก็คือการออกแบบภายนอกที่โดดเด่นและการจัดวางอุปกรณ์ภายในที่เน้นความทันสมัย เปลี่ยนแบบเร็วแค่ 4-5 ปี ภายในของ Benz ก็จะประดับประดาไปด้วยอุปกรณ์แนวๆ ที่โดนใจคนรุ่นใหม่ ซึ่งทำให้รถรุ่นเก่ากลายเป็นรถตกยุคอย่างรวดเร็ว






Mercedes Benz ใช้ยุทธวิธีปรับภายในใหม่ของรถเกือบทุกรุ่น โดยเว้นระยะเวลาให้เร็วกว่ารถคู่แข่งมาก ไม่ใช่เฉพาะภายในที่กลายเป็นจุดแข็ง เครื่องยนต์เบนซินและดีเซลของแบรนด์ตราดาวยังก้าวขึ้นมาเทียบชั้นกับเครื่องยนต์เจ๋งๆ ของ BMW แบบเบียดกันกระดูกป่น เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้แบรนด์ตราใบพัดต้องไล่ตามหลังตราดาวด้านตัวเลขยอดขาย หลังจากนำโด่งมานานหลายปี เป็นอีกบทเรียนที่ผู้บริหารของ BMW ต้องกลับไปขบคิดว่าจะทำยังไงให้สามารถทวงคืนแชมป์ยอดขายรถหรูของโลกกลับมาอยู่ในมืออีกครั้ง แต่เชื่อได้เลยว่างานนี้ BMW มีเอาคืนอย่างแน่นอนครับ.

