หลังจากเปิดตัวกันไปในงาน Shanghai Auto Show 2021 ที่ผ่านมาสำหรับ Mazda CX-30 EV เอสยูวีรุ่นที่สองต่อจาก Mazda MX-30 ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังไฟฟ้าล้วนซึ่งเป็นกระแสตอบรับที่ดีจากสาวกและคนที่สนใจรถไฟฟ้าเป็นแน่แท้

ล่าสุดเว็บรถยนต์ Autohome เผยหน้าตาความหล่ออีกครั้งด้วยพื้นฐานจาก Mazda CX-30 เวอร์ชั่นปกติแต่งานนี้ที่สังเกตคือตัวรถยกสูงขึ้นกว่าปกติ และตกแต่งที่ต่างจากเดิมไม่ว่าจะเป็นคิ้วขอบล้อ ราวหลังคาดีไซน์บิ๊วอิน กระจกมองข้างทรงสปูนสีดำ และบันไดข้าง บนพื้นฐานเดิมไม่ว่าจะเป็น กระจังหน้าทรงซิกเนเจอร์วิง พร้อมไฟหน้า Projector แบบ LED ทรงเรียวขึ้นรับกับ ไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED Signature รับกับกันชนหน้าทูโทนทรงบึกบึนล้ออัลลอยดีไซน์เท่ 5 ก้านคู่ขนาด 18 นิ้วพร้อมยาง 215/55 R18ไฟท้าย LED Signature วงกลมดีไซน์เดียวกับ Mazda 3 และหลังคาซันรูฟ พร้อมสปอยเลอร์หลัง และประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า
มิติตัวรถแน่นนอนแล้วว่ามีการลี่ยนแปลงพอสมควรตั้งแต่ ความยาว 4,410มม. ความกว้าง 1,852 มม. ความสูง 1,655 มม. ฐานล้อ 2,672 มม.


ภายในถึงไม่มีภาพให้ชมแต่มีความเป็นไปได้ว่าจะคล้ายกับMazda CX-30 เวอร์ชั่นปกติ ด้านขุมพลังนั้น มีการเปิดเผยแล้วว่ามาพร้อมกับมอเตอร์ไฟฟ้าและแบเตอรี่ขนาดขนาด 35.5 kWh เท่ากับ Mazda MX-30 EV แต่แรงม้ากลับมากกว่าถึง 217 แรงม้า และอาจวิ่งไกลสุดมากกว่า 200 กม. ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง โดยชุดแบตที่ติดตั้งนั้นผลิตโดย Changan New Energy Mazda CX-30 EV จะเปิดตัวเป็นที่แรกของโลกช่วงครึ่งปีหลังของปี 2021 ผ่านบริษัทร่วมทุนอย่าง
MAZDA CX-8 MY2021 รถอเนกประสงค์เอสยูวีระดับพรีเมี่ยม แบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง และ 6 ที่นั่ง ที่ถูกพัฒนาขึ้นบนพื้นฐานของรถยนต์นั่งอย่างแท้จริง มาพร้อมแนวคิด “The Precious Moment for All” ทุกช่วงเวลา…มีคุณค่าไม่สิ้นสุด มอบความสะดวกสบายและตอบโจทย์ความต้องการของทุกคนในครอบครัว พร้อมเพิ่มทางเลือกใหม่ที่หลากหลายยิ่งขึ้นกับรุ่นเครื่องยนต์เบนซินแบบ 6 ที่นั่ง Exclusive และรุ่นอื่นๆ กดราคาจำหน่ายเริ่มต้นลงเหล
.jpg)

Mazda CX-8 เป็นรถอเนกประสงค์เอสยูวีขนาดใหญ่ที่ถูกพัฒนาขึ้นจากโครงสร้างของรถยนต์นั่ง โดยไม่ได้มีโครงสร้างพื้นฐานมาจากรถกระบะเช่นเดียวกับ PPV จึงทำให้การขับขี่มีความนุ่มนวลมากกว่า มีทั้งแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง และแบบ 3 แถว 6 ที่นั่ง หนึ่งเดียวในตลาดที่วางจำหน่ายในประเทศไทย และในการการปรับในครั้งนี้ มีความครบครันตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของลูกค้ามากยิ่งขึ้นจึงมาพร้อมทางเลือกใหม่ที่ลูกค้าเรียกร้อง โดยเพิ่มเติมมาในรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 2.5 SP Exclusive แบบ 6 ที่นั่ง โดยมาพร้อมที่นั่งแถวที่สองแบบ Captain Seat แยกอิสระซ้าย-ขวา สามารถปรับเอน และเลื่อนหน้า-หลังได้ พร้อมคอนโซลกลาง ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกช่วงเวลาอันมีค่าของครอบครัว มีพื้นที่ห้องโดยสารกว้างขวางนั่งสบาย มอบความสบายแบบพรีเมี่ยมที่แตกต่างอย่างเหนือชั้น นอกจากนี้ในทุกรุ่นย่อยยังได้รับการยกระดับความคุ้มค่า ด้วยการเสริมเทคโนโลยีด้านความสะดวกสบายและความปลอดภัยให้ครบครัน อาทิ หน้าจอสี Center Display แบบทัชสกรีน ขนาด 8 นิ้ว พร้อมปุ่มควบคุมอัจฉริยะ Center Commander ไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่เวลากลางวัน แบบ LED Signature ไฟท้ายแบบ LED Signature ระบบปรับองศาไฟหน้าตามการเลี้ยวของรถ AFS และเซ็นเซอร์กะระยะด้านหน้า 4 จุด และด้านหลัง 4 จุด เป็นต้น

สำหรับห้องโดยสารแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง ยังคงมาพร้อมเอกลักษณ์ที่โดดเด่น ด้วยเบาะที่นั่งแถวสองแบบ 3 ที่นั่ง กว้างขวาง สะดวกสบายในทุกอิริยาบถ และสามารถขึ้น-ลงรถได้สะดวก พร้อมตอบรับทุกรูปแบบของการใช้ชีวิต ด้วยความจุของห้องเก็บสัมภาระด้านหลังที่สามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่เก็บสัมภาระ ให้เหมาะสมกับการใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ เมื่อพับเบาะแถวที่สองและสาม เพื่อส่งมอบประสบการณ์ดีๆ และความเพลิดเพลินของทุกคนในครอบครัวได้อย่างลงตัวไปตลอดการเดินทาง

การออกแบบภายนอกและภายใน ยังคงพิถีพิถันในทุกรายละเอียดดุจงานศิลปะชิ้นเอก ภายใต้แนวคิด Kodo: Soul of Motion ถ่ายทอดความงามที่อยู่เหนือกาลเวลา มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว หรูหรา ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Less is More” ที่เน้นความเรียบง่ายแต่งดงาม ห้องโดยสารตกแต่งด้วยโทนสีเข้ม ใช้วัสดุแบบ Real Wood และตกแต่งด้วยสีเงินซาตินโครม ผสานกับเบาะหนัง Nappa* สีแดง Deep Red รองรับการเชื่อมต่อกับแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนผ่านระบบ Mazda Connect ที่มาพร้อม Apple CarPlay และ Android Auto โดยแสดงข้อมูลผ่านหน้าจอสี Center Display แบบทัชสกรีนใหม่ ขนาด 8 นิ้ว ควบคุมด้วยปุ่มควบคุมอัจฉริยะ Center Commander ที่หรูหราและสะดวกสบายต่อการใช้งาน พร้อมเพิ่มความสุนทรีย์ภายในห้องโดยสารด้วยระบบเสียงคุณภาพ Bose® รอบทิศทาง พร้อมลำโพง 10 ตำแหน่ง
มาพร้อมประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า ถูกพัฒนาขึ้นโดยคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอยและการใช้งานของทุกคนในครอบครัวเป็นหลัก มอบความสะดวกสบายด้วยการจัดวางอุปกรณ์ต่างๆ ภายในรถให้อยู่ในตำแหน่งศูนย์กลาง ตามปรัชญามนุษย์เป็นศูนย์กลาง HMI (Human-Machine Interface) ช่วยให้ผู้ขับไม่ต้องละสายตาจากถนน มอบความเป็นหนึ่งเดียวระหว่างคนกับรถ พร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบสี บนกระจกหน้า (Windshield Active Driving Display) เพื่อตอบสนองการใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Mazda CX-8 MY2021 มีให้เลือก 2 เครื่องยนต์ ประกอบด้วย เครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน ขนาด 2.5 ลิตร SKYACTIV-G มาพร้อมระบบวาล์วแปรผันคู่อัจฉริยะ Dual S-VT ที่ถูกพัฒนาให้สามารถตอบสนองอัตราเร่งได้อย่างดีเยี่ยม ให้พละกำลังสูงถึง 194 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 258 นิวตัน-เมตร ประหยัดน้ำมันถึง 13.2 กิโลเมตรต่อลิตร และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมทางเลือกที่สองกับเครื่องยนต์สกายแอคทีฟคลีนดีเซล ขนาด 2.2 ลิตร SKYACTIV-D มาพร้อมระบบวาร์ลไอเสียแปรผันอัจฉริยะ VVT และระบบเทอร์โบแปรผัน 2 ขั้น ที่ได้รับการพัฒนาให้ตอบสนองรวดเร็วและแม่นยำยิ่งกว่าเดิมในทุกรอบความเร็ว และในรุ่น XDL Exclusive ยังมาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัตโนมัติ i-ACTIV AWD ที่ช่วยปรับระบบการขับขี่ให้เหมาะสมกับสภาพถนน แรงม้าสูงสุด 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร ประหยัดน้ำมันสูงถึง 17.5 กิโลเมตรต่อลิตร4 และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
อัดแน่นไปด้วยระบบความปลอดภัยระดับโลกกับ i-Activsense ที่จะช่วยคาดการณ์และส่งสัญญาณเตือนผู้ขับขี่ให้เพิ่มความระมัดระวังยิ่งขึ้น อีกทั้งยังปกป้องทันทีจากอุบัติเหตุด้วยถุงลมนิรภัยคู่หน้า ด้านข้าง และม่านถุงลมนิรภัยรวม 6 ตำแหน่ง เพื่อมอบความปลอดภัยสูงสุด


การวางราคาจำหน่ายที่เริ่มต้นเพียง 1.499 ล้านบาท ทำให้ Mazda CX-8 MY2021 กลายเป็นทางเลือกอันดับต้นๆ ของลูกค้า ที่จะได้ทั้งความสะดวกสบาย และความภูมิฐาน หรูหรา เหนือมีระดับ บ่งบอกรสนิยมของผู้ขับขี่ โดยมีสีให้เลือกถึง 6 สี ได้แก่ สีแดง โซล เรด คริสตัล (Soul Red Crystal), สีเทา แมชชีน เกรย์ (Machine Gray), สีดำ เจ็ท แบล็ก (Jet Black), สีเงิน โซนิค ซิลเวอร์ (Sonic Silver), สีขาว สโนว์เฟลก ไวท์ เพิร์ล (Snowflake White Pearl), สีน้ำเงิน ดีพ คริสตัล บลู (Deep Crystal Blue) และมีราคาจำหน่ายดังนี้
– 2.5 S SKYACTIV-G 2.5 7 ที่นั่ง 1,499,000 บาท
– 2.5 SP SKYACTIV-G 2.5 7 ที่นั่ง 1,599,000 บาท
– 2.5 SP EXCLUSIVE SKYACTIV-G 6 ที่นั่ง 1,639,000 บาท
– XDL SKYACTIV-D 2.2 7 ที่นั่ง 1,799,000 บาท
– XDL EXCLUSIVE SKYACTIV-D 2.2 6 ที่นั่ง 2,069,000 บาท

