• Sample Page
filmth.moicaucachep.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
filmth.moicaucachep.com
No Result
View All Result

N0110037_เธอโดนแฟนห กหล งย ดบร ทไป เธอต องก อต งบร ทใหม เพ อโค นล มอด ตแฟนของเธอ (1)_part2

admin79 by admin79
September 29, 2025
in Uncategorized
0
N0110037_เธอโดนแฟนห กหล งย ดบร ทไป เธอต องก อต งบร ทใหม เพ อโค นล มอด ตแฟนของเธอ (1)_part2

ระบบปรับอากาศเป็นแบบอัตโนมัติ 3-Zone ทั้งในรุ่น 320d และ 330i เปลี่ยนจากแบบปุ่มกดและมีลูกบิด 2 ลูกใน F30 เป็นแบบปุ่มกดล้วน แต่ยังไม่ยอมมีปุ่ม Dual/Sync มาให้เช่นเคย บางทีเวลาขับคนเดียวเราก็อยากจะปรับอุณหภูมิห้องโดยสารให้มันเท่ากันด้วยการหมุนปุ่มเดียวบ้างเหมือนกัน แต่ไม่แน่ใจว่าเอาฟังก์ชั่นนี้ไปซ่อนอยู่บนจอกลางหรือเปล่าเพราะยังไม่ได้สำรวจเมนูต่างๆอย่างจริงจัง ส่วนด้านล่าง เป็นปุ่ม Short cut และปุ่มควบคุมระบบเครื่องเสียง

อย่าเพิ่งถามเรื่องคุณภาพเครื่องเสียงเลยครับ เพราะไม่ได้พกเพลงประจำตัวมาด้วย ยังตอบไม่ได้ว่าเครื่องเสียง Harman Kardon ใน 330i ดีกว่ารุ่นเดิมไหม และเครื่องเสียงแบบปกติของ 320d พอใช้ได้หรือไม่

ส่วนจอทัชสกรีนตรงกลางนั้น BMW ฉลาดมากที่ออกแบบเบ้ารับจอให้ดูเหมือนกันระหว่าง 320d และ 330i แต่ในความเป็นจริง ขนาดจอของ 320d จะใหญ่ไม่สุด และระบบปฏิบัติการยังเป็นเวอร์ชั่นเก่า การทำงานและสั่งการ รวมถึงการแสดงผล ยังคล้ายกับสิ่งที่เราชินจากซีรีส์ 5 และ X3 แน่นอนว่าคุณยังได้ระบบ Gesture Control ขยับมือสั่งการรถ แต่มันก็ไม่ค่อยมีประโยชน์นักเพราะบางทีเอื้อมมือไปแตะปุ่มเองยังจะไวซะกว่า

ผมบอกหรือยังว่าไม่มีกล้องมองหลังนะครับ มีแต่เซ็นเซอร์หน้า/หลัง? ถ้าบอกไปแล้ว ก็เน้นย้ำอีกได้ ย้ำจนกว่าเขาจะใส่มาให้นั่นล่ะ ฮ่าๆ

แต่ถ้าเป็น 330i คุณจะได้จอขนาดโตเต็มพื้นที่ แล้วยังมีระบบปฏิบัติการ iDrive 7.0 เวอร์ชั่นใหม่กว่า รองรับภาษาไทย และรองรับการสั่งการด้วยเสียงโดยใช้ภาษาง่ายๆได้ คุณจะเปลี่ยนรหัสเรียกขานเวลาสั่งการรถก็ได้ สมมติของเดิมคุณพูดว่า Hey BMW คุณจะใช้คำสั่ง Hey BMW, change activation code to ______. แล้วก็เลือกรหัสขานได้เลย ดีนะที่ผมไม่มีเวลา ผมว่าจะลองเปลี่ยน Activation code เป็น “นางปริก” ดู ..Hey นางปริก, turn on air condition.

นอกจากนี้ จอกลางของ 330i ยังสามารถโชว์ Trip Computer/หน้าจอแสดงผลแบบสปอร์ต ซึ่งจะโชว์แรงดันบูสท์เทอร์โบ อุณหภูมิน้ำมันเครื่อง แรงม้า/แรงบิด และ G-meter ตรงกลาง เออ! มันควรจะได้อย่างนี้มานานแล้ว! ปล่อยให้ Mercedes-Benz มีไปก่อนตั้งนาน

ระบบช่วยจอดรถแบบเดียวกับพวกรุ่นพี่อย่าง 530i M Sport (ที่เลิกขายไปแล้ว) ก็มีมาให้ แต่นั่นไม่ทำให้ผมสนใจได้มากเท่ากับระบบช่วยถอยหลังอัตโนมัติ ซึ่งตอนแรกผมมองว่า “ให้มาทำไมวะ โคตรไร้สาระ” แต่พอมานึกอีกที..มีหลายครั้งนะที่ผมเดินทางต่างจังหวัดโดยใช้ Google Map นำไป แล้วก็วิ่งเข้าไปในซอยแปลกๆแคบๆ แล้วปรากฏว่าซอยตัน หาที่กลับรถไม่ได้ ตอนถอยออกนั้นยากยิ่ง

การใช้งานระบบนี้ก็ไม่ยากครับ แค่เข้าเกียร์ถอยหลัง แล้วกดปุ่ม “ระบบช่วยขับถอยหลัง” ที่จะปรากฏขึ้นบนจอกลาง จากนั้นคุณปล่อยพวงมาลัยเลยครับ ต้องปล่อย เพราะไม่เช่นนั้นระบบจะไม่ยอมทำงาน สิ่งที่คุณต้องคอยดู ก็แค่พยายามคุมเบรกไม่ให้ความเร็วขณะถอยเกิน 7 กิโลเมตร/ชั่วโมง ถ้าเกินนั้นไประบบก็จะหยุดทำงานเช่นกัน ในขณะที่ถอยหลังไปนั้น ก็จะมี Counter ที่นับถอยหลังจาก 50 ไปจนเหลือ 0 หลังจากที่เหลือ 0 แล้ว คุณจะต้องถอยต่อเอง นั่นก็เพราะเงื่อนไขการทำงานของมันคือ ถอยให้เป็นระยะสูงสุดไม่เกิน 50 เมตร เพราะรถมันสามารถจำองศาการเลี้ยวและการเคลื่อนที่ของรถย้อนหลังได้แค่ 50 เมตร

ที่สำคัญคือ ไอ้ 50 เมตรสุดท้ายนี้ ตอนที่คุณขับเข้ามา ความเร็วจะต้องไม่เกิน 35 กิโลเมตร/ชั่วโมงนะครับ และห้ามมีการกดคันเร่งล้อหมุนฟรี ไม่เช่นนั้นระบบจะทำงานเพี้ยน หรือไม่ยอมทำงานให้ไปเลย เอาน่า แค่นี้ เมื่อนึกภาพตอนถอยในที่แคบต่อเนื่อง มันก็ช่วยให้ชีวิตสบายขึ้นเยอะ

มาถึงส่วนของแผงมาตรวัด ของรุ่น 320d นี้จะได้สิ่งที่เรียกว่า “BMW Live Dashboard Plus” (เรียกตามรหัสออพชั่นจาก VIN Coding – บางที่เรียก BMW Live Cockpit Plus) ซึ่งก็คือหน้าปัดแบบอนาล็อกธรรมดาเรืองแสงจากข้างหลัง ในยามปกติหน้าจอจะมืดสนิทหมด และสว่างขึ้นเมื่อสตาร์ทเครื่อง รูปแบบของหน้าปัดและการวางตำแหน่งจะคล้ายหน้าปัดธรรมดาที่พบใน F30 รุ่นเดิม ไม่ค่อยวิลิศมาหราเท่าไหร่ เทียบกับคู่แข่งอย่าง C220d AMG Dynamic (ที่เลิกขายไปแล้ว) ซึ่งเป็นจอ TFT ขนาดโตแพรวพราว หรือถ้าเทียบกับ C220d Avantgarde จอ MID ของเบนซ์ก็ใหญ่และมีลูกเล่นเยอะกว่าอยู่ดี หน้าปัดของ 320d ไม่มีการเปลี่ยนสีสันไปตาม Mode การขับขี่ วัยรุ่นอาจจะเบื่อหน่อย

แต่ในความธรรมดาของมันนั้น ข้อดีก็คือเวลาขับขี่แบบปกติ การอ่านค่ามันทำได้ง่าย อะไรที่วัยรุ่นไม่ตื่นตาตื่นใจ คนเริ่มแก่จะกลับชอบ เพราะชำเลืองมองด้วยหางตา เห็นตำแหน่งองศาของเข็มชัดเจน

สำหรับ 330i M Sport มาแบบจัดเต็มด้วย BMW Live Cockpit Professional ซึ่งเป็นจอสี TFT ขนาด 12.3 นิ้ว ทำมากะจะฆ่าหน้าปัดของเบนซ์และ Audi ชัดๆ มีลูกเล่นหน้าตาแพรวพราว เก๋แหกคอกชาวบ้านด้วยการออกแบบให้มาตรวัดรอบหมุนทวนเข็มนาฬิกา สามารถปรับการโชว์ค่าบนจอภายในวงของมาตรวัดรอบได้ แต่ตรงกลางจะ Fix เป็นที่ของระบบนำทาง และคุณไม่สามารถเปลี่ยนโหมดการจัดวางตำแหน่งข้อมูลแบบของ Mercedes-Benz หรือ Volvo ได้ ทำให้รู้สึกว่าใช้ความเป็นจอ TFT ไม่คุ้มเท่าที่ควร ถ้าอยากรู้ว่าใครใช้ความเป็น TFT อย่างคุ้มค่าสุด ไปดู Ford Mustang ค่ะลูก

กดโหมด Sport สิ่งที่เปลี่ยนก็มีแค่เส้นแสงแถวเลขความเร็วกับเลขวัดรอบ เปลี่ยนจากส้มเป็นแดง แค่นั้นจริงๆ

แต่ถ้าคุณมองแค่เรื่องการใช้งาน ไม่แคร์เรื่องลูกเล่น ก็น่าจะโอเค ตอนแรกผมคิดว่าน่าจะอ่านค่ายาก เล็งด้วยหางตายาก เหมือนหน้าปัด TFT รุ่นแรกอย่างในซีรีส์ 5 หรือ X3/X4 เวลาเข้าโหมด Sport แต่ของ 330i นี้ สังเกตดูนะครับ บริเวณเข็มชี้ต่างๆจะมีแสงนำไฮไลท์สว่างอยู่รอบๆ และมีความคมชัดดีพอประมาณ ถึงผมจะไม่ชอบหน้าปัดแบบนี้ แต่ก็ยังรู้สึกชอบมากกว่าหน้าปัดของซีรีส์ 5 อยู่บ้าง

***รายละเอียดทางวิศวกรรรม***

เราพอจะเดาทางได้จากในอดีตที่ผ่านมา ว่าประเพณีของ BMW ยังไงก็พยายามรักษาอะไรก็ตามที่มี “20d” เอาไว้ทั้งหมด เพราะเป็นเครื่องสหกรณ์ที่ได้รับความนิยม มีเรี่ยวแรงพอสำหรับผู้ใหญ่ขับ ส่วนอีกรุ่นหนึ่งนั้น ก็จะหมุนเวียนกันไป เรามักจะเห็น “28i” หรือ “30i” ขายกันอยู่เป็นช่วงเวลาสั้นๆ ก่อนที่จะถูกแทนด้วย “30e” ที่เป็น Plug-in Hybrid และในกรณีของซีรีส์ 3 ใหม่ ก็คงดำเนินรอยเดียวกัน โดยมีให้เลือก 2 ขุมพลังในช่วงแรกของการจำหน่าย

320d

ใช้เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ รหัส B47D20B ขนาด 2.0 ลิตร 1,995 ซีซี. TwinPower Turbo กระบอกสูบ x ระยะช่วงชัก : 84.0 x 90.0 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 16.5 : 1 เพิ่มพลังด้วยเทอร์โบชาร์จแบบแปรผัน จ่ายเชื้อเพลิงด้วยระบบหัวฉีด Common-rail แรงดัน 2,000 บาร์ ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า ที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ที่ 1,750 – 2,500 รอบ/นาที รถสเป็คไทยจูนเครื่องมาเป็นแบบ Euro5 ยังไม่ต้องมีการเติม AdBlue แบบ Euro6 ใน Mercedes-Benz

จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ Steptronic ขับเคลื่อนล้อหลัง ไม่มี Paddle shift ข้อมูลอัตราทดเกียร์ดังนี้

  • เกียร์ 1 5.250
  • เกียร์ 2 3.360
  • เกียร์ 3 2.172
  • เกียร์ 4 1.720
  • เกียร์ 5 1.316
  • เกียร์ 6 1.000
  • เกียร์ 7 0.822
  • เกียร์ 8 0.640
  • เกียร์ถอยหลัง 3.712
  • อัตราทดเฟืองท้าย 2.813

330i

ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ รหัส B48B20B ขนาด 2.0 ลิตร 1,998 ซีซี. TwinPower Turbo ใช้เทอร์โบชาร์จเดี่ยวแบบ Twin-scroll ขนาดกระบอกสูบ x ระยะช่วงชัก : 82.0 x 94.6 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 10.2 : 1 กำลังสูงสุด 258 แรงม้า ที่ 5,000 – 6,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ที่ 1,550 – 4,400 รอบ/นาที

จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ Sport Steptronic พร้อม Paddle Shift ที่พวงมาลัย ขับเคลื่อนล้อหลัง

อัตราทดเกียร์และอัตราทดเฟืองท้าย เท่ากับของ 320d เด๊ะ ดังนั้นไม่ต้องลงซ้ำ

ช่วงล่าง ปรับเยอะกว่าที่คิด

ตามบทความจากเว็บไซต์ jalopnik.com ได้มีการสัมภาษณ์ คุณ Robert Rothmiller ซึ่งเป็นหัวหน้าวิศวกรทีม “Functional Design and Driving Dynamics” ของ BMW ซีรีส์ 3 G20 กล่าวว่า การทำรถให้มีการบังคับควบคุมดีขึ้นนั้น แบ่งหัวข้อการพัฒนาออกเป็น 3 ส่วน

ข้อแรก น้ำหนัก และความกว้างระยะแทร็คล้อ (เส้นจากจุดกึ่งกลางล้อซ้ายไปจนถึงล้อขวา เป็นเส้นแนวขวางกับตัวรถ) เรื่องน้ำหนักตัวถังนี้ BMW Thailand เคลมว่าเมื่อเอารุ่นเครื่องยนต์เดียวกันมาเทียบ G20 จะเบาลงประมาณ 55 กิโลกรัมเมื่อเทียบกับ F30 ส่วนระยะแทร็คล้อ ก็กว้างขึ้นกว่าเก่า นอกจากนี้ยังมีจุดศูนย์ถ่วงเตี้ยลงกว่าเดิมอีกประมาณ 10 มิลลิเมตร

ข้อต่อมา คือความเหนียวของโครงสร้าง และความหนึบของช่วงล่าง โดยในส่วนของบอดี้นั้น G20 ใช้โครงสร้างพื้นฐานแบบ CLAR เช่นเดียวกับซีรีส์ 5 รุ่น G30 นำมาปรับขนาดใหม่และเมื่อเทียบกับโครงสร้างของ F30 แล้ว พบว่าโครงสร้างใหม่มี Rigidity เพิ่มขึ้น 25% แต่ในบางจุดจะแข็งเหนียวขึ้นอีก 50% เช่นเบ้าโช้คหน้าและจุดยึดซับเฟรมหน้า

อีกข้อหนึ่งคือ การปรับปรุงการทำงานของระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ช่วยเหลือในการขับขี่

ในเรื่องช่วงล่างนั้น ถ้ามองเผินๆ G20 มีรูปแบบที่คล้ายกันกับของรุ่นที่แล้ว โดยด้านหน้าจะเป็นแบบ Double-joint spring strut ส่วนด้านหลังเป็นแบบมัลติลิงค์ (Five-link suspension) แต่แม้จะดูเหมือนๆกับรุ่น F30 แต่ชิ้นส่วนนั้นต่างกันโดยสิ้นเชิง Robert บอกกับนักข่าวว่า “ไม่มีส่วนไหนเลยที่เอาของรุ่นเก่ามาใช้กับรุ่นใหม่ได้”

โช้คอัพของ ซีรีส์ 3 ใหม่ มีเทคโนโลยีที่เรียกว่า Lift-related damper หรือผมขอเรียกแบบง่ายๆว่า โช้คอัพ 2 ชั้น ถ้านึกภาพตามจะง่ายครับ สมมติว่าคุณมีกระบอกโช้คอัพผ่าครึ่งอยู่ในมือนะครับ ชุดซีลลูกยางกับวาล์ว จะมีสองอัน (บน/ล่าง – อยู่บนแกนโช้คเดียวกัน) ห้องน้ำมันตรงหัวโช้คด้านบนจะมีขนาดเล็กกว่าด้านล่าง ในจังหวะยุบแบบขับปกติ ซีล วาล์ว และห้องน้ำมันชุดล่าง ทำงานเหมือนโช้คอัพปกติ ส่วนชุดบน จะไม่แหย่เข้าไปในห้องน้ำมันตอนบน

แต่เมื่อคุณเทโค้งหนักหรือกระโดดคอสะพานแรง โช้คอัพจะยุบตัวจนซีลและวาล์วชุดบนเลื่อนอัดเข้าไปที่ห้องน้ำมันข้างบน ทำให้เกิดแรงต้าน การยุบตัวจึงยากขึ้น วาล์วชุดบนที่มีรูน้ำมันขนาดเล็กกว่า ก็ทำให้มันยืดคืนตัวยากขึ้นเช่นกัน

โดยรวมแล้ว วิธีนี้ทำให้โช้คอัพของซีรีส์ 3 ใหม่ทำงานเหมือนโช้คปกติ ยกเว้นเวลาทิ้งโค้งแรงๆ มันจะหนืดหนึบขยับยากขึ้น ช่วยให้ซีรีส์ 3 ใหม่สามารถนำรถฝ่าโค้งแรงๆได้อย่างมั่นใจ ในขณะเดียวกันก็สามารถซับเอาแรงสะเทือนที่ไม่จำเป็นออกได้เยอะ โดย Robert ออกแบบให้โช้คอัพหลัง มีการทำงานแบบสองชั้น ทั้งในจังหวะยุบ และจังหวะคืนตัว แต่สำหรับโช้คอัพหน้า จะทำงานแบบนี้เฉพาะในจังหวะโช้คอัพยืดคืนตัวเท่านั้น

ขอให้เข้าใจว่า มันเป็นโช้คอัพแบบที่ “ปรับความหนืดไปตามการยุบหรือยืดของโช้ค” นะครับ หลายคนเข้าใจว่าเป็นโช้คอัพปรับแข็งอ่อนตามการกดสวิตช์ Comfort Mode หรือ Sport Mode ซึ่งมันไม่ใช่ครับ

ระบบบังคับเลี้ยว ของซีรีส์ 3 ใหม่ เป็นพวงมาลัยเพาเวอร์ผ่อนแรงด้วยไฟฟ้าทั้งในรุ่น 320d และ 330i ต่างกันตรงที่ 330i มีระบบอัตราทดแปรผัน (Variable Steering Ratio) มาให้ด้วย

สมัยก่อน ในรุ่น F30 นั้น สมัยเปิดตัวใหม่ๆ สื่อมวลชนฝรั่งตำหนิว่าพวงมาลัยไฟฟ้านั้น ไม่ถ่ายทอดความรู้สึกการยึดเกาะของล้อหน้าได้ดีพอ ทั้งๆที่รุ่น E90 เซ็ตมาได้ดีในระดับหนึ่งแล้ว ทางนิตยสาร Car & Driver เคยลองวิจัย แล้วพบว่าแรงดีดกลับตามธรรมชาติของชุดพวงมาลัยใน F30 ลดลงจากรุ่น E90 ถึง 64% ทำให้นักขับรู้สึกโหวงไม่คุ้นมือ เมื่อทีมของ Robert ทราบก็พยายามจัดทรงช่วงล่างและมุมล้อใหม่จนได้แรงดีดคืนกลับมา 10% โดยใช้วิธีเปลี่ยนมุม Caster เลื่อนเบ้าโช้คเยื้องไปด้านหลัง ย้ายจุดหมุนซ้าย/ขวา (เวลาเลี้ยว) เป็นแนวตามกัน ซึ่งการจัดวางลักษณะนี้ทำให้ล้อรถไวต่อแรงกระทำจากพื้นถนนเวลารถแล่น และช่วยให้คนขับรับรู้อาการของล้อหน้าว่ากำลังเกิดอาการหน้าดื้อโค้งอยู่หรือไม่

หลายคนบอกว่าจะทำให้ยุ่งยากทำไมในเมื่ออยากให้ดีดกลับแรงๆ ก็ไปปรับที่ชุดมอเตอร์พวงมาลัยก็ได้ ทีมวิศวกรลองทำไปแล้วครับ เขาพบว่าได้การตอบสนองที่ยังไม่ดีพอ เพราะยิ่งปรับให้มอเตอร์มีแรงดีดคืนตัวอัตโนมัติมากขึ้น พวงมาลัยกลับถ่ายความรู้สึกจากพื้นถนนได้น้อยกว่าเดิม

ระบบเบรกของซีรีส์ 3 ใหม่ เป็นแบบดิสก์เบรก 4 ล้อ แต่ในรุ่น 330i M Sport ก็จะได้คาลิเปอร์สีน้ำเงินของ M Sport Package มา นอกจากจะต่างกันในจุดนี้แล้ว รถที่ได้เบรก M Sport จะมีการเซ็ตการตอบสนองของเบรกให้ผ้าเบรกจับแรงขึ้นอีกด้วย

เอาแค่นี้พอเรื่องรายละเอียดที่ลึกกว่านี้ ไว้รอ Full Review ละกันครับ ถ้ามีโอกาสได้ทำก่อนที่เขาจะเลิกขาย 330i น่ะนะ

***การทดลองขับ***

งานลองรถของ BMW ครั้งนี้ บริหารงานโดยทีม xSpan เหมือนเคย และถือว่าทำได้ครบมากสำหรับระยะเวลาที่มีให้ เพราะอะไรที่ต้อง “แอ็คชั่น” กันเต็มเหนี่ยว ก็ไปขับกันบนสนามปทุมธานีสปีดเวย์ แต่ถ้าต้องการเก็บรายละเอียดเรื่องการขับแบบเส้นทางถนน ก็ยังได้มีโอกาสไปขับ จากปทุมธานี ไปอยุธยา และวนอ้อมระยะไกล ผ่านถนนแบบทางหลวง 4 เลนต่างจังหวัด ทางขรุขระ เลี้ยวเข้าซอยเล็กๆ ลัดเลาะหลืบไปมา

สิ่งที่ยังไม่ได้ลอง ก็คือเรื่องอัตราสิ้นเปลือง เพราะไม่รู้จะจับยังไง เพราะมีการเปลี่ยนคนขับ และส่วนมากพอได้ขับก็ไม่มีใครอยากขับกันช้าๆเท่าไหร่ แต่ถ้าเป็นเรื่องช่วงล่างและการตอบสนอง ผมคิดว่าได้เกือบครบ

320d

ในด้านเครื่องยนต์ แม้จะมีพลัง 190 แรงม้าเท่ากับรุ่น F30 และคาแร็คเตอร์การดึงยังคล้ายเดิม คือติดบูสท์เร็ว ดึงหนักช่วง 2,000-3,000 รอบ จากนั้นเริ่มแผ่ว และไม่มีประโยชน์ที่จะลากรอบไปเกิน 4,000 สุ้มเสียงเครื่องยนต์ ความเรียบในการทำงาน ก็คล้ายกับ 320d F30 คืออยู่ในระดับเท่าๆกับคู่แข่งเยอรมันเครื่องดีเซลทั้งหลาย

แต่เมื่อลองใช้นาฬิกาจับเวลา ก็พบกับความแตกต่าง! อัตราเร่ง 80-120 กิโลเมตร/ชั่วโมง ทำได้ภายใน 6.17 วินาที ในขณะที่ 320d F30 เราเคยบันทึกตัวเลขไว้ 6.15 วินาที และ C220d ก็ทำได้ 6.17 วินาที (ทั้งหมดเป็นโหมด Comfort)

ผมไม่ได้พิมพ์ผิด..ท่านผู้อ่านอาจจะงงว่า แล้วมันต่างกันตรงไหนโว้ยครับ..คือ ตัวเลขของ 320d F30 และ C220d เราจับเวลาตอนกลางคืน และมีน้ำหนักบรรทุกบนรถเท่ากับผมคนเดียว คือ 150-160 กิโลกรัม ..แต่ 320d G20 น่ะ เราจับเวลาโดยมีผม มีพี่วิฑูรย์ กุลวณิช จาก Inspire และพี่ช่างภาพที่ตัวพอๆกับพี่จิมมี่อีกท่าน และเราวิ่งในสภาพอากาศช่วงบ่ายโมงที่ร้อนประมาณ 38-40 องศา…คุณลองคิดดูแล้วกันว่าถ้าเปลี่ยนมาวิ่งจับเวลากลางดึกและบรรทุกน้ำหนักแบบตามมาตรฐานปกติ มันจะเร็วขึ้นกว่านี้ได้อีก

เกียร์ที่ปรับปรุงใหม่ทำงานได้ไวขึ้นเวลาคิกดาวน์กับเวลาเปลี่ยนเกียร์ นั่นอาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยลดเวลาในขณะเร่งแซงลงไปได้ (เพราะพลังเครื่องยนต์ ตามสเป็ค ไม่ได้เพิ่มขึ้นแต่อย่างใด) แต่มันจะมีอาการเลือกเกียร์ไม่ถูก ซึ่งจะเกิดขึ้นที่ช่วงความเร็วต่ำหรือเป็นระยะการกดคันเร่งที่ไม่แน่นอน (เช่นลังเลระหว่าง 30-40%) ซึ่งผมเจอบ้าง แต่น้อยครั้งมาก ปัญหาจริงๆน่าจะอยู่ที่ช่วงความเร็วต่ำระดับคนเดิน/วิ่งเหยาะ ซึ่งรถจะเข้าเกียร์ 1 และทำให้มีอาการกระยึกกระยักเวลาเหยียบหรือถอนคันเร่งบางจังหวะ

มันทำงานเร็วคล้ายเกียร์คลัตช์คู่ แต่ก็เอานิสัยเสียบางอย่างของคลัตช์คู่มาด้วย แต่ไอ้อาการแบบนี้ เกียร์ 9 จังหวะใน Mercedes-Benz C220d ก็มีเช่นกัน

ช่วงล่างของ 320d Sport เป็นสเป็คมาตรฐาน ที่ผมถึงกับต้องค้นข้อมูลเพิ่มว่า “ใช่เหรอวะ” เพราะอาการของมันนั้น หนึบ แน่น เหลือที่ไว้สำหรับความนุ่มพอให้แม่ยายไม่ด่าเวลาพาไปกินข้าว มันเป็นช่วงล่างที่ใช้วิ่งบนถนนได้ดี ถูกใจข้าพเจ้ายิ่งนัก กระโดดคอสะพานสบาย ทิ้งโค้งเล่นก็ไม่ยวบยาบเกินไป หวดไปแตะ 180 ก็ไม่มีอาการโคลงส่ายตามพื้นถนน ..ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมบ่นใน BMW ประเภทโลกสันติสุขอย่าง 520d Luxury หรือ X3 xLine และยังซับแรงสะเทือนได้ดีกว่าคู่แข่งอย่าง C220d

มันเป็นรถที่ใช้วิ่งบนสนามแข่งก็พอไหว อัตราทดพวงมาลัยไวพอให้เลี้ยวโค้งต่างๆได้อย่างคล่องตัว แต่เมื่อคุณเริ่มพามันเข้าใกล้ขีดจำกัด เริ่มใช้ความเร็วมากขึ้น ก็จะเห็นได้ชัดว่ามันยังสู้ 330i ไม่ได้ในเรื่องความมันส์ขณะขับ 320d แม้จะเป็นรถขับหลัง แต่เมื่อกดคันเร่งขณะอยู่ในโค้ง ท้ายก็ไม่ได้ออกง่ายๆ (จนกว่าจะปิด Traction Control) เวลาเข้าโค้ง ถ้ามาแรงไป มันจะตอบความบ้าของคุณด้วยอาการหน้าดื้อ ที่หากเปิด DSC ไว้ คุณจะแก้ไม่ได้ด้วยการหวดคันเร่ง ต้องใช้วิธีเบรกเอาดื้อๆให้ความเร็วลด แล้วค่อยหักหลบต่อ

ซึ่งผิดคาดอยู่สักหน่อย เพราะมองว่าตัวมันเองก็มีแรงบิดสูง แต่อาจเป็นเพราะเมื่อเข้าโค้งที่รอบสูงๆ แรงบิดพ้นช่วง Max Torque ไปแล้ว และอีกประการอาจเกี่ยวกับเฟืองท้ายที่ไม่ใช่ M Sport Electronic Diff เป็น 330i

น้ำหนักพวงมาลัย และจุดที่ปรับปรุงเพิ่มจาก F30 ก็พอให้รู้สึกได้ โดยในขณะเลี้ยวความเร็วต่ำจะเบา และเพิ่มน้ำหนักขึ้นเมื่อเดินทางด้วยความเร็วสูง เวลาวิ่งบนสนามแข่งแล้วรถหน้าแถ จะมีความรู้สึกพวงมาลัยโหวงบ้างดึงบ้าง มันคล้ายพวงมาลัยไฮดรอลิกมากขึ้น แต่ยังไม่ถึงกับเหมือนเด๊ะ

จากที่ประสบพบมา ก็พอบอกได้ว่า 320d G20 ใหม่ น่าจะเป็นเพื่อนเดินทางที่ดีสำหรับชาว BMW ที่เป็นนักธุรกิจระยะไกล ทำงานใกล้บ้านแล้วเบื่อ ชอบไปทำกิจการในที่ห่างไกล (และไม่ใช่ในป่า) ด้วยความที่ช่วงล่างของมันให้ความรู้สึกแบบ “เยอรมันสายเอาโต้บาห์น” ที่นิ่มพอ หนึบพอ และแน่นพอ สามารถรองรับการใช้งานในเมือง หรือการเดินทางต่างจังหวัดด้วยความเร็วระดับหาพระแสงได้

เครื่องยนต์ดีเซล อาจจะไม่ได้แรงแบบรถสปอร์ต แต่ถ้าคุณโดน Civic Turbo 1.5 เดิมๆ ไล่บี้ ก็มีพลังไว้สั่งสอนเด็กได้เหมือนกัน (เด็กอย่ามาพูดนะว่า Civic เอ็ง Remap ก็กินบีเอ็มได้ บีเอ็มเขาก็ Remap ได้วะ) แต่มันไม่ใช่รถที่ขับสนุกแบบ Track day car ไม่ใช่รถที่ให้อารมณ์คึกคะนองชวนตะบี้ตะบันคันเร่ง มันคือรถขับหลังคันนึงที่ทำช่วงล่างมาลงตัวในจุดศูนย์กลางของการใช้งานทุกด้าน และทำทุกอย่างไปเยี่ยงข้ารับใช้ผู้ซื่อสัตย์ ทำเงียบๆ แต่ชัวร์ ปลอดภัย ไว้ใจได้

330i

ใครที่ซื้อ 330i F30 ที่มาขายแบบจำนวนจำกัดไม่ทันเมื่อหลายปีก่อน เวลาแก้แค้นของคุณได้มาถึงแล้ว นี่คือรถที่เรียกว่าเป็นสปอร์ตซาลูนได้โดยไม่ต้องกลัวพ่อใครด่า แม้ว่าอัตราเร่งช่วงออกตัวจะไม่ดีดแรงแบบ 330e หรือพวก Volvo ที่ใช้ขุมพลัง T8 แต่พอเข็มวัดรอบตวัดเกิน 2,500 เป็นต้นไป กำลังจะไหลมาเทมา แรงอย่างเป็นธรรมชาติอย่างที่คุณคาดหวังจากเครื่องยนต์ 4 สูบเทอร์โบ ไร้มอเตอร์หรือถ่านท้ายรถ สุ้มเสียงของมันเร้าใจ แม้จะทราบดีอยู่ว่าเป็นเสียงสังเคราะห์ที่น่าจะเลาะลำโพงมาจาก MINI JCW แต่มันก็ดีกว่าเสียงดีเซลแห้งๆของ 320d เยอะล่ะ

ยิ่งพอใช้ความเร็วมากขึ้น ราคาที่แพงกว่า 320d อยู่สี่แสนบาทจะค่อยๆลดลงเหลือสองแสนในใจคุณ 330i ที่บรรทุกน้ำหนัก 300 กว่าโล สามารถเร่งจาก 80-120 กิโลเมตร/ชั่วโมงได้ภายใน 5.17 วินาที ..แน่นอนครับนี่คือเลข Comfort Mode แต่ถ้ากด Sport Mode ผมทำได้ 4.85 วินาที! อย่าลืมนะครับ นี่คนเต็มรถ และวิ่งตอนกลางวันร้อนๆเลย ไม่ได้วิ่งดึกบรรทุก 160 โลตามมาตรฐานทดสอบปกติ

คุณอยากจะจ่ายเงินสามล้านกว่าๆ แล้วอยากได้รถซีดาน 4 ประตูที่แรงกว่านี้? ไปซื้อ WRX STi เถอะครับ เพราะถ้าวัดช่วงแซงล่ะก็ 330i มีแนวโน้มว่าจะไปได้เร็วกว่า A4 Avant 45TFSI เสียอีก ผมลองไล่ดูในตารางอัตราเร่งของเว็บเรา นอกจาก A4 แล้ว 330i ใหม่มีแนวโน้มจะไล่ฟัดกับพวกไฮบริดตัวโหดๆอย่าง C350e, S90 T8 ได้ด้วยซ้ำ ผลที่ได้มาจากเครื่องยนต์ และยังรวมไปถึงการตอบสนองของเกียร์ที่ทำงานได้ไวขึ้นเวลาคิกดาวน์

เร็ว แรง สนุก คือสามคำที่ได้จาก Combination เครื่องยนต์ B48 กับเกียร์จูนใหม่ลูกนี้ แต่อาการยึกๆยักๆ ที่ความเร็วต่ำเกียร์ 1 หรืออาการงงเกียร์ ก็มีมาให้เห็นเช่นเดียวกับ 320d นั่นแหละครับ

ช่วงล่างของ 330i เป็นสเป็ค M Sport suspension ซึ่งมองได้ทั้งแง่ดีและแง่ร้าย ขึ้นอยู่ว่าคุณเป็นคนแบบไหน

ถ้าคุณเป็นนักซิ่งประชาชื่น เป็นคนที่ชอบบินเร็วไปในยามค่ำคืน หรือชอบเอารถไปซัดบนแทร็กกับเพื่อนในวันหยุด 330i จะเป็นรถที่เหมาะกับคุณมาก เพราะนิสัยรักสนุกและไม่กลัวงานบู๊ของมัน ความหนึบของช่วงล่างที่แข็งกว่า 320d อย่างชัดเจน บวกกับพวงมาลัย Variable Sport Ratio ทำให้มันเป็นรถที่สาดโค้งได้ในแบบที่ต้องพูดว่า

“Delicious ANIMAL” (เขียนคำหยาบไม่ได้ ลองแปลเป็นไทยดูจะรู้)

ไม่ว่าจะโยนซ้ายขวาเล่นบนทางตรง แกล้งรถให้เสียอาการ ทิ้งโค้งแบบเกินๆ แล้วไปหักตบตรงปลายโค้ง หรือจะหักเต็มแล้วกดคันเร่งใส่เข้าไป 330i M Sport ทำตัวเหมือนโดราเอม่อนจากนรกที่ดุเหมือนปิศาจ แต่มันรักคุณ อยากได้อะไรเฮียก็จัดหาของให้ได้หมด ถ้าคุณสุภาพกับคันเร่ง มันก็จะเกาะไปดีๆ คมแบบเลเซอร์ ถ้าคุณกดคันเร่งตรงไหน มันก็จะเขยิบสไลด์ท้ายให้ นี่คือจุดที่ต่างจาก 320d เพราะใน 330i คุณสามารถใช้คันเร่งในการหันรถได้ ในขณะเดียวกัน ล้อหน้าก็จิกเกาะพื้นแทร็คดีอย่างเหลือเชื่อ

ไม่เข้าใจ และอธิบายไม่ถูกว่าทำไมนิสัยต่างกัน เพราะทั้ง 320d และ 330i ก็ใช้ยาง Pirelli Cinturato P7 เหมือนกัน ต่างกันแค่ล้อหลังของ 330i กว้างกว่า ที่เหลือก็เป็นเรื่องช่วงล่างกับพลังเครื่อง

ยิ่งวันทดสอบนั้น ผมอยู่ในระหว่างการยืมรถเทสต์ WRX STi และได้ใช้ชีวิตกับมันมาสักพัก ผมประหลาดใจมากในความคล้ายกันระหว่าง 330i กับ STi ในเรื่องการยึดเกาะ 330i จิกเกาะโค้งดีมาก มันต่างจาก WRX แค่การเป็นรถขับหลัง บี้คันเร่งตอนออกโค้งใน WRX มันจะฉกและดึงรถไปทั้งคัน บี้คันเร่งใน 330i ท้ายจะออกแต่ไม่มีแรงฉกและดึงจากล้อหน้า

แต่ในทางกลับกัน ถ้าคุณเป็นลูกค้าที่อายุมาก อยากได้ซีรีส์ 3 แต่มาจบกับ 330i M Sport เพราะเห็นว่าออพชั่นเยอะ ผมอยากจะเตือนคุณให้ไปลองนั่งแล้ววิ่งบนถนนด้วยความเร็ว 70-80 รวมถึงถนนขรุขระดูก่อน เพราะนี่ไม่ใช่ช่วงล่างแบบเยอรมันเอาโต้บาห์น นุ่มหนึบแน่นนะครับ..มันคือช่วงล่างแบบรถเตรียมจะซิ่งแล้วครับ..นี่ถ้าแข็งกว่านี้อีกสัก 20-25% ก็เท่ารถซิ่งวัยรุ่นอย่าง WRX STi แล้ว มันจะมีอาการสะเทือน เหมือนโดนเบาะถีบตูดอยู่เนืองๆ แม้จะไม่ได้ดีดเด้งจนผู้โดยสารลอยจากเบาะก็ตาม วัยรุ่นที่ชินกับรถแต่งซิ่งมาขับอาจจะบอกว่านุ่ม แต่สำหรับคนเฒ่าคนแก่ที่อาจจะเคยนั่ง 525iA E34 หรือ 520d E60 มาก่อน คุณอาจจะตกใจไม่เล็ก

ถ้าหารถ 330i G20 มาลองขับไม่ได้ คุณไปลองหา 330e F30 M Sport ประกอบในประเทศหลังคาซันรูฟมาลองก็ได้ครับ ถ้าคุณรับช่วงล่างแบบนั้นได้ คุณมีแนวโน้มจะไปได้ดีกับ 330i เพราะนิสัยและความสะเทือนคล้ายกัน แแต่ 330i จะซับแรงกระแทกบางช่วงได้ดีกว่า

ส่วนการตอบสนองของแป้นเบรก ใน 330i มีหลายคนรวมถึงผมรู้สึกว่ากดเท่ากัน แต่รถเบรกหน้าทิ่มมากกว่า 320d แต่การเซ็ตแป้นเป็นในลักษณะ นุ่มเบาในช่วงกดแรกๆ และค่อยๆทวีความหนักขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ระยะยุบแป้นเบรกไม่ได้เยอะมากนัก ผมว่ากำลังดีสำหรับการขับแบบพยายามควบคุมแรงเบรกให้ได้เหมาะสม


***สรุป: 330i เหนือกว่าเรื่องความคุ้ม แต่ถ้าอยากเผื่อความนุ่ม คงต้อง 320d***

ซีรีส์ 3 ใหม่ เป็นรถที่พร้อมจะสืบทอดตำแหน่ง “กระดูกสันหลังแห่ง BMW” ได้อย่างเต็มภาคภูมิ

เมื่อคุณซื้อซีรีส์ 3 คุณย่อมต้องการ คุณภาพในการขับขี่ พวงมาลัยที่ตอบสนองดี และสิ่งที่ตามมาก็คือความหรูหราและสัมผัสที่บ่งบอกความเป็นพรีเมียมของรถ ซึ่งเท่าที่สัมผัสมา ซีรีส์ 3 ใหม่ทำการบ้านมาได้ดี และสามารถทำสิ่งต่างๆให้ดียิ่งขึ้นกว่ามาตรฐานที่ F30 ทำไว้ขึ้นไปอีก ถ้าไม่นับเรื่องคอนโซลกลางที่เบียดเข่ามากขึ้นนิดๆ ที่เหลือก็เป็นเรื่องของดีไซน์ ความสวย/ไม่สวย ซึ่งเป็นเรื่องแล้วแต่คนมอง หลายคนบอกว่าท้ายรถซีรีส์ 3 รุ่นนี้ดูเหมือน Lexus มากกว่าจะเป็น BMW

ผมไม่เห็นด้วย..

ผมว่ามันเหมือน Hyundai Sonata ปี 2007-2008 แต่ก็ช่างเถอะมันเป็นมุมมองที่บังคับกันไม่ได้นี่

สำหรับ 330i ที่จับกลุ่มลูกค้าวัยรุ่นมีเงิน หรือคนแก่แต่ใจยังสู้ ผมแทบจะมอบมงกุฏให้เป็นขวัญใจคนเท้าหนัก เทคะแนนให้ยิ่งกว่าตอนระดมซื้อโค้ดโหวตให้น้องเฌอปรางเมื่อตอนเซมบัตสึเสียอีก มันทำหน้าที่ตามบทบาทของมันได้อย่างดีในการมอบความสนุกในการขับ ความมั่นใจ ความปลอดภัย เป็นเพื่อนที่ดีทั้งในสนามและบนถนน กดคันเร่งเป็นทะยาน เลี้ยวเป็นเลี้ยว เบรกเป็นเบรก สไลด์ท้ายเล่น โยนเล่น ได้หมด นอกจากนี้ มันมีอุปกรณ์มาให้ครบครัน จะขาดก็เพียงแค่พวก Advance Safety Feature กับ Radar Cruise Control และหลังคาซันรูฟ ก็เท่านั้น

ถ้ามีใครโยนเงินให้ผมสัก 3.4 ล้านแล้วให้ซื้อรถซาลูน 4 ประตูสักคัน 330i M Sport จะเป็นทางเลือกของผมอย่างแน่นอน มันอาจจะไม่ใช่รถแรงและสนุกอย่าง BMW M2 แต่ด้วยราคาที่ถูกกว่ากันมากและบุคลิกหลายอย่างที่ถอดแบบกันมา DNA ของรถแรงขับสนุกที่ขับได้ทุกวัน มีอยู่ใน 330i M Sport เพียงแค่ว่ามันไม่ใช่ปิศาจ 300-400 ม้าอย่างพวกรถตระกูล M แค่นั้นเอง ส่วนคู่แข่งอย่าง Mercedes-Benz ไม่มีคู่แข่งตรงพิกัด ณ ขณะนี้

ส่วน Audi นั้น หากเป็นรุ่นซีดาน จะได้ช่วงล่างที่นุ่มกว่า Avant และมีความแรงไม่ได้แพ้กัน แรงม้า 252 ตัวก็น้อยกว่า BMW แค่ไม่กี่ตัว รุ่นซีดานราคาไม่ถึง 3 ล้านด้วย จึงเป็นรถสปอร์ตซีดานที่ราคาถูก และดูแบบผ่านๆจะคุ้มกว่า 330i แต่บุคลิกของ Audi ขับสี่ quattro จะเน้นความเกาะถนน เวลาซนอยากสะบัดสะบิ้งบ้าง รถจะไม่อยากเอาด้วย และที่สำคัญคือเสียงเครื่องของ Audi ออกจะเงียบไปสักนิดสำหรับรถที่แรงและขับสนุกขนาดนั้น

หลังจากที่ขับเสร็จ และได้พูดคุยกับสื่อมวลชนหลายๆท่าน ผมเริ่มรู้สึกสงสาร 320d เพราะความที่ราคาไม่ได้ห่างจาก 330i มาก (2.959 ล้าน vs 3.359 ล้านบาท) ทั้งๆที่ความจริง หากเพียงแค่ใส่กล้องมองหลังเข้าไป และเติมออพชั่นประเภทลูกเล่นทางสายตาเข้าไปอีกสักอย่างสองอย่าง มันก็ไม่ได้น่าเกลียดแล้ว

ในขณะที่ 330i เป็นรถเอาใจวัยรุ่น 320d ดูน่าจะเหมาะสำหรับคนมีครอบครัวแล้ว ด้วยช่วงล่างที่ลดความสะเทือนลง เพิ่มความนุ่มหนึบเข้าไปแทน ลดความดุดันขี้เล่นในโค้ง เปลี่ยนเป็นความชัวร์ มั่นใจ และอยู่กับร่องกับรอย

พูดง่ายๆ 330i = ผู้ชายก่อนแต่งงาน และ 320d = ผู้ชายหลังแต่งงาน … แบบนี้เห็นภาพมั้ยครับ?

แต่ส่วนที่น่าเสียดายของ 320d คือการที่ยังมีอุปกรณ์ไม่ครบเท่า 330i เหมือนว่าแม่จะรักพี่คนโตมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด แถมการที่เป็นรถนำเข้าทั้งคันจากเยอรมัน ทำให้ราคาของมันไม่ดึงดูดใจ ถ้าคุณไม่ใช่ขาซิ่ง คุณลองคิดดูว่าระหว่าง C220d AMG Dynamic ออพชั่นครบ หลังคา Panoramic มีกล้องรอบคัน ล้อ 19 นิ้ว ให้มาชนิดที่ไม่รู้จะเพิ่มอะไรแล้ว ราคาถูกกว่า 320d อยู่ราว 70,000 บาท เป็นคุณ คุณเลือกอะไร? จริงอยู่ว่า BMW เสียเปรียบด้านราคาเพราะเป็นรถนำเข้า แต่ท้ายสุด ราคากับสิ่งที่ได้ คือสิ่งที่ลูกค้าใช้ในการตัดสินรถเสมอ แม้ว่าปัจจุบัน C220d AMG Dynamic จะขายหมดแล้ว แต่ก็ยังมีรุ่น Exclusive ที่อุปกรณ์แน่นแถมราคายิ่งถูกลงไปอีก

ที่สำคัญ ในราคาใกล้เคียงกับ 320d ถ้าคุณไปมอง Audi ล่ะก็ A4 รุ่นซีดาน 45TFSI ราคาแพงกว่ากันแค่ไม่กี่หมื่น แต่คุณได้ขับสี่ เทอร์โบ 252 แรงม้า เป็นคุณ คุณเลือกอะไร? ก็คงต้องรอจนกว่าจะมีการนำ 320d มาประกอบในประเทศ เผื่อราคาจะลดลง หรือไม่ก็ให้ BMW คิดค้นรุ่นย่อยใหม่ๆออกมาเสริม แต่จากประสบการณ์ผม BMW มักจะชอบเอารุ่นที่ดีมากๆ ครบมากๆ มาขายเป็นเวลาแค่ช่วงสั้นๆ หรือไม่ก็มาตอนท้ายโมเดล แล้วขายในราคาน่ารัก แทนการปลอบใจก่อนรถจะตกรุ่น

ลองพิจารณาดีๆก่อนเลือกแล้วกันครับว่าจะเลือกคันไหน อย่าเพิ่งเชื่อคำผมทุกคำ

แม้ว่าอายุผมจะมากและตัวเองก็เริ่มมองหารถที่นั่งสบายขึ้น แต่เมื่อเจอรถที่มันขับสนุก บางครั้งใจผมก็ลอยไปกับมันได้ บางครั้ง รถที่ผมเลือก ก็จะมีคุณสมบัติ 1-2 ข้อที่คุณอาจจะยอมรับไม่ได้ ผมถึงมักไม่ชอบให้ใครถามว่าเป็นผม ผมเลือกคันไหน เพราะผมไม่ใช่ภรรยาคุณ ไม่ใช่ตัวคุณ ถ้าคุณเลือกตามผม แล้วไม่ชอบ ความซวยก็ไปที่คุณ จะให้ดี เรามาคุยกันดีกว่าว่าชีวิตของคุณต้องเจออะไร ขับรถแบบไหน พฤติกรรมการใช้งานเป็นอย่างไร

ลองรถ, เขียนบทความ และพยายามพาคนที่ใช่ไปเจอรถที่ชอบ ชีวิตผมอาจจะมีค่าอยู่ในกรอบนี้แหละครับ

Previous Post

N0110032_ไซน เนอร อด งก อปป งานคนอ จนเธอต องหน ไปอย านนอก และมาเจอเน อค ของเธอ_part2

Next Post

N0110050_วยความหว งด กลายเป นก บด กของม จฉาช_part2

Next Post
N0110050_วยความหว งด กลายเป นก บด กของม จฉาช_part2

N0110050_วยความหว งด กลายเป นก บด กของม จฉาช_part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N2602061 ทธ อะไรมาว าอ วน ไปอ วนในต บข าวแกเหรอ part2 | Viviann Vanzant
  • N2602058 ยอดขายหน เพ ออนาคตครอบคร part2 | Viviann Vanzant
  • N2602062 ชายท เก องม หญ งข างกายท เก งด วย part2 | Viviann Vanzant
  • N2602059 เห นคนอ อนแอกว าเป นขนม ดท ายขมปากเลย part2 | Viviann Vanzant
  • N2602060 วางแผนมาอย างด ดท ายทำไม ลง part2 | Viviann Vanzant

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.