
ภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย 2026: ความท้าทายและโอกาสในยุคเปลี่ยนผ่าน
ปี 2026 ได้เริ่มต้นขึ้นพร้อมกับความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องในตลาดรถยนต์ไทย ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ ทั้งจากแรงกระตุ้นของนโยบายภาครัฐ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี เพื่อให้เข้าใจสถานการณ์ปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคต Marketeer ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ผู้บริหารจากหลายค่ายรถชั้นนำ เพื่อรวบรวมข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับทิศทางตลาดรถยนต์ไทยในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
สถานการณ์ภาพรวมตลาดรถยนต์ไทย 2026: เมื่อผู้บริโภครอความแน่นอน
ภาพรวมตลาดรถยนต์ไทยในปี 2026 ยังคงเผชิญกับความท้าทายต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา โดยยอดขายรถใหม่ในช่วงสองเดือนแรกของปี 2026 (มกราคม – กุมภาพันธ์) ยังคงมีแนวโน้มลดลง เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว การชะลอตัวนี้ส่งผลให้หลายค่ายรถต้องทบทวนเป้าหมายยอดขายและแผนการดำเนินงานสำหรับปี 2026
แนวโน้มยอดขายและการปรับเป้าหมาย
คุณวัลลภ เฉลิมวงศาเวช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด ให้ข้อมูลว่า ตลาดรถยนต์นั่งและรถกระบะในประเทศไทยยังคงอยู่ในช่วงทรงตัว โดยคาดการณ์ว่ายอดขายโดยรวมของปี 2026 จะอยู่ที่ประมาณ 5.3 แสนคัน ซึ่งลดลงจากเป้าหมายที่เคยตั้งไว้ในช่วงก่อนหน้า ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อตัวเลขนี้คือความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและความกังวลของผู้บริโภค
หลายค่ายรถยนต์กำลังปรับลดต้นทุนการดำเนินงานเพื่อรับมือกับสถานการณ์ตลาด แต่ยังคงมุ่งเน้นการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา รวมถึงการปรับปรุงสายการผลิตในประเทศ เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันระยะยาว
ความผันผวนของตลาดยานยนต์ไฟฟ้า (EV)
ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศไทยกำลังเข้าสู่ช่วงที่ท้าทายมากขึ้น จากที่เคยเติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วงปี 2021-2023 ตลาด EV ในปี 2026 จะขับเคลื่อนโดยกลุ่ม Early Adopters ซึ่งคิดเป็นประมาณ 10% ของตลาด คาดว่ายอดขายรวมของตลาด EV จะทรงตัวอยู่ในช่วงประมาณ 70,000 คันต่อปี เนื่องจากกลุ่มผู้บริโภค Pioneer หรือผู้ที่ตอบรับกระแสเทคโนโลยีใหม่ๆ ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ได้เข้าสู่ตลาดไปเกือบหมดแล้ว
คุณณรงค์ สีตลายน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนบุรีนอยสเติร์น จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์จีลี่ (Geely) อย่างเป็นทางการในประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันผู้บริโภคยังอยู่ในช่วงการตัดสินใจและรอให้ตลาดมีความเสถียรมากขึ้น โดยบริษัทประเมินว่าสัดส่วนตลาดรถยนต์ EV ในระยะยาวจะสามารถขยับได้สูงสุดไม่เกิน 30% ของตลาด เนื่องจากข้อจำกัดด้านพื้นที่และโครงสร้างพื้นฐานในประเทศไทย
บทบาทของรถยนต์พลังงานทางเลือก
ขณะเดียวกัน รถยนต์พลังงานทางเลือกอื่น ๆ เช่น ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) และไฮบริด (Hybrid) ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากข้อมูลปี 2024 พบว่าตลาดไฮบริดมีการเติบโตสูงถึง 70% บริษัทประเมินว่าสาเหตุหลักมาจากความต้องการรถยนต์ที่ตอบโจทย์การใช้งานในช่วงเปลี่ยนผ่านจากรถยนต์สันดาปไปสู่รถพลังงานทางเลือก รวมถึงมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ และความกังวลของผู้บริโภคต่อโครงสร้างพื้นฐานและการบำรุงรักษารถยนต์ EV
ความท้าทายในตลาดรถยนต์ไทย และการเรียกร้องมาตรการจากภาครัฐ
คุณณรงค์ สีตลายน จากธนบุรีนอยสเติร์น ได้กล่าวถึงความท้าทายที่ตลาดรถยนต์ไทยกำลังเผชิญว่า ยังคงอยู่ในสภาวะที่กดดันและยังไม่สามารถกลับไปสู่จุดก่อนช่วงการระบาดของโควิด-19 ได้ หากปราศจากมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐ เนื่องจากปัจจุบันผู้ผลิตรถยนต์ทุกแบรนด์ต่างกำลังเผชิญกับจุดคุ้มทุน
แนวทางการสนับสนุนจากภาครัฐที่ต้องการ
เพื่อกระตุ้นตลาดและสร้างความต่อเนื่อง คุณณรงค์เรียกร้องให้ภาครัฐพิจารณามาตรการช่วยเหลือด้านสินเชื่อ หรือแนวทางการนำค่าใช้จ่ายในการผ่อนชำระรถยนต์มาลดหย่อนภาษี โดยเฉพาะการนำเงินดาวน์รถมาลดหย่อนภาษี เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายเหล่านี้มีกำลังซื้อ ซึ่งจะเป็นมาตรการที่ตรงจุดและมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอแนะให้ภาครัฐพิจารณามาตรการช่วยเหลือสำหรับตลาดรถกระบะ ซึ่งเป็นเซกเมนต์ใหญ่ที่สุดของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย
แนวโน้มตลาดรถยนต์ไฟฟ้า 2026
สำหรับตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในปี 2026 คาดว่ายอดขายจะอยู่ในช่วงปลาย 5 หลัก แม้ก่อนหน้านี้มีการคาดการณ์ว่าจะแตะหลัก 6 หลักไปตั้งแต่ปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม ปี 2026 ถือเป็นปีสุดท้ายของมาตรการ EV 3.5 จึงคาดว่าจะมีการเติบโตในช่วงปลายปี จากปัจจัยสนับสนุนต่างๆ ที่เข้ามาช่วยกระตุ้นตลาด
สงครามราคาและความแตกต่างของผลิตภัณฑ์
คุณณรงค์มองว่า สงครามราคาเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว แต่คาดว่าจะมีความรุนแรงลดลงในปี 2026 เนื่องจากหลายแบรนด์ใช้กลยุทธ์การวางตำแหน่งราคาและการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ โมเดลที่เคยเปิดตัวในราคาสูงก็จะมีการปรับราคาลงมาให้อยู่ในระดับที่สมเหตุสมผลมากขึ้น
สำหรับลูกค้าในตลาดรถยนต์ EV จะเริ่มเห็นความแตกต่างของผลิตภัณฑ์น้อยลง ดังนั้น การสร้างความแตกต่างให้กับแบรนด์จึงขึ้นอยู่กับการสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่ง นวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ ๆ รวมถึงการสร้างความเชื่อมั่นในบริการหลังการขาย
คุณทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เสริมว่า ในปี 2024 ยอดขายรถกระบะอยู่ที่ 1.63 แสนคัน ซึ่งปี 2026 คาดว่าจะใกล้เคียงกับปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้ยังไม่ได้รวมการประเมินจากมาตรการของภาครัฐ เช่น โครงการ ‘กระบะพี่ มีคลังค้ำ’ ซึ่งปัจจุบันยังอยู่ระหว่างการสรุปเงื่อนไขรายละเอียด คาดว่าจะได้ข้อสรุปในเร็ววันนี้
สำหรับแบรนด์ Isuzu ตั้งเป้ายอดขายรวมในปี 2026 ไว้ที่ 7.6 หมื่นคัน โดยบริษัทได้ปรับตัวตามสภาวะตลาดเช่นเดียวกับผู้ผลิตรถยนต์ต่าง ๆ โดยเฉพาะตลาดรถกระบะที่หดตัวจากปัญหาด้านสินเชื่อ หากสถานการณ์ดังกล่าวเริ่มดีขึ้น ก็จะส่งผลดีต่อตลาดโดยรวม
แผนงานของผู้ผลิตรถยนต์: การเปิดตัวรุ่นใหม่และกลยุทธ์การผลิต
แผนงานของฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย)
บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด ยังคงเป้ายอดขายสำหรับปี 2026 ไว้ที่ 4,100 คัน และมีแผนจะเปิดตัวรถยนต์ใหม่รวม 6 รุ่นตลอดปี ซึ่งจะครอบคลุมทั้งรถยนต์ไฟฟ้า (EV) รถยนต์ไฮบริด (Hybrid) และรถยนต์สันดาป (ICE) อย่างไรก็ตาม บริษัทจะดำเนินการด้วยความระมัดระวังในการนำเข้ารถยนต์ โดยมีแผนเริ่มการผลิตรถยนต์ในประเทศไทยในช่วงเดือนมกราคม ปี 2026 แม้ว่าจะมีการปรับลดต้นทุนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ตลาด แต่จะไม่ส่งผลกระทบต่อการวิจัยและพัฒนา รวมถึงการผลิตและผู้บริโภค
แผนงานของธนบุรีนอยสเติร์น (Geely)
คุณณรงค์ สีตลายน กล่าวถึงแผนงานสร้างการรับรู้แบรนด์จีลี่ (Geely) ว่า แม้จะเป็นผู้เล่นใหม่ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของไทย แต่บริษัทเชื่อว่าจีลี่เป็นที่รับรู้ของลูกค้าในระดับหนึ่ง เป้าหมายคือการสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับแบรนด์ของธนบุรี ซึ่งมีประวัติยาวนานกว่า 84 ปีในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ขณะนี้บริษัทกำลังพิจารณาแผนการผลิตรถยนต์แบรนด์จีลี่ในประเทศไทย เนื่องจากบริษัท ธนบุรีประกอบรถยนต์ (TAAP) มีความเชี่ยวชาญด้านการผลิตอยู่แล้ว
แผนงานของเกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย)
คุณวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองประธาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) ประเมิน