บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น ประกาศเป้าหมายการผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) ให้ได้ 15 รุ่น ภายในปี 2027 ซึ่งเป็นการเพิ่มจำนวนขึ้น 3 เท่าจากปัจจุบันที่มีรถ EV ทำการผลิตและจำหน่ายเพียง 5 รุ่นทั่วโลก ส่งผลให้กำลังการผลิตรถ EV ของโตโยต้าจะสูงถึง 1 ล้านคันภายในปี 2027 คิดเป็นการเพิ่มขึ้น 7 เท่าเมื่อเทียบกับปี 2024
โตโยต้าได้ระบุว่าปัจจุบันการผลิตรถ EV ส่วนใหญ่อยู่ที่โรงงานในประเทศญี่ปุ่นและจีน แต่ด้วยเป้าหมายดังกล่าว บริษัทจำเป็นต้องขยายและเพิ่มการผลิตรถ EV ณ โรงงานในสหรัฐอเมริกา ไทย และอาร์เจนตินา เนื่องจากรถ EV ที่ผลิตนอกเหนือจากญี่ปุ่นและจีนจะเป็นปัจจัยสำคัญในการลดความเสี่ยงจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินเยน และที่สำคัญที่สุดคือการเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตและส่งมอบรถ EV ให้แก่ลูกค้าที่มีความต้องการได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น
ในปี 2024 บริษัทสามารถจำหน่ายรถ EV ทั่วโลกได้ 140,000 คัน เพิ่มขึ้น 34% เมื่อเทียบกับปี 2023 อย่างไรก็ตาม ยอดจำหน่ายรถ EV ของโตโยต้ายังคงน้อยกว่าคู่แข่งระดับโลกอย่าง เทสลา ซึ่งมียอดขาย 1.79 ล้านคัน บีวายดี (BYD) ที่ 1.76 ล้านคัน และโฟล์คสวาเกน (Volkswagen) ที่ 740,000 คัน
บริษัทได้กำหนดแผนงานที่ชัดเจนสำหรับการผลิตรถกระบะไฮลักซ์ EV (Hilux EV) โดยจะเริ่มสายการผลิตที่โรงงานในประเทศไทยในเดือนตุลาคมนี้ รวมถึงมีแผนการผลิตรถรุ่นดังกล่าวในโรงงานที่ประเทศอาร์เจนตินา สำหรับในตลาดสหรัฐอเมริกา โรงงานจะมุ่งเน้นการผลิตรถ SUV พลังงานไฟฟ้า ณ โรงงานในรัฐอินดีแอนาและเคนทักกี เริ่มตั้งแต่ปี 2026 โดยใช้แบตเตอรี่สำหรับรถ EV ที่ผลิตได้จากโรงงานในรัฐนอร์ทแคโรไลนา สหรัฐอเมริกา
ในประเทศญี่ปุ่น บริษัทจะเริ่มสายการผลิตรถรุ่น ซีเอชอาร์ พลัส (C-HR Plus) ณ โรงงานในเมืองทากาโอกะภายในเดือนกันยายนนี้ โดยมีเป้าหมายเพื่อการส่งออกไปยังตลาดยานยนต์อเมริกาเหนือ ยุโรป และญี่ปุ่น ขณะเดียวกัน โรงงานในเมืองทาฮาร่า คาดการณ์ว่าจะเริ่มผลิตรถยนต์ไฟฟ้าภายใต้แบรนด์หรู เลกซัส (Lexus) ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2027 เป็นต้นไป