
ตลาดรถยนต์ไทยปี 2026: การเติบโตอย่างยั่งยืนท่ามกลางความท้าทาย
ในปี 2026 วงการยานยนต์ไทยยังคงเผชิญกับความไม่แน่นอนจากสภาวะเศรษฐกิจโลกและอัตราเงินเฟ้อที่สูง แต่ในขณะเดียวกัน ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ก็ยังคงได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวและทางเลือกที่หลากหลายของผู้บริโภค ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดและความต้องการนวัตกรรมใหม่ ๆ ผู้ผลิตรถยนต์ต่าง ๆ กำลังทบทวนกลยุทธ์เพื่อรักษาตำแหน่งทางการตลาดและสร้างความยั่งยืนในระยะยาว
ภาพรวมตลาดรถยนต์และแนวโน้มในประเทศไทย
สถานการณ์ตลาดรถยนต์รวมในปี 2026 คาดว่าจะยังคงทรงตัวหรือเติบโตอย่างช้า ๆ โดยยังไม่สามารถกลับไปสู่ระดับยอดขายก่อนวิกฤตโควิด-19 ได้ หากไม่มีมาตรการกระตุ้นจากภาครัฐ ทุกค่ายรถยนต์ต่างเผชิญกับแรงกดดันด้านอัตรากำไร เนื่องจากภาวะการแข่งขันที่เข้มข้น การปรับราคารถยนต์รุ่นใหม่ให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อรักษาฐานลูกค้าและขยายส่วนแบ่งตลาด
การเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV)
ตลาดรถยนต์ไฟฟ้ายังคงเป็นภาคส่วนที่มีศักยภาพในการเติบโต โดยคาดการณ์ว่ายอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในปี 2026 จะยังคงอยู่ในระดับที่สูง แต่รูปแบบการเติบโตอาจแตกต่างจากช่วงปี 2021-2023 ที่ผ่านมา ตลาดได้เริ่มเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านจากกลุ่มผู้บุกเบิก (Pioneer) ไปสู่กลุ่มผู้ใช้รถรุ่นแรก ๆ ที่ยอมรับเทคโนโลยีใหม่ (Early Adopter) โดยกลุ่มนี้คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 10% ของตลาด ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงพิจารณาและรอความชัดเจนของตลาด โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานและบริการหลังการขาย
นอกจากนี้ ผู้ผลิตบางรายยังคงประเมินว่าตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในระยะยาวอาจมีสัดส่วนสูงสุดไม่เกิน 30% ของตลาดรวม เนื่องจากข้อจำกัดด้านขนาดของพื้นที่ประเทศไทย ซึ่งส่งผลต่อการขยายตัวของสถานีชาร์จและระบบโครงสร้างพื้นฐาน
บทบาทของรถยนต์ไฮบริดและปลั๊กอินไฮบริด
ในทางตรงกันข้าม รถยนต์พลังงานทางเลือกอย่าง ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) และ ไฮบริด (HEV) กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากปีที่แล้ว โดยเฉพาะกลุ่มไฮบริดที่ขยายตัวอย่างเห็นได้ชัด สาเหตุหลักมาจากความต้องการในการใช้งานช่วงเปลี่ยนผ่านจากรถยนต์สันดาปสู่รถยนต์พลังงานไฟฟ้า รวมถึงมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ และความกังวลของผู้บริโภคเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานและการบำรุงรักษารถยนต์ไฟฟ้า
กลยุทธ์และการวางแผนของแบรนด์รถยนต์
แต่ละค่ายรถยนต์กำลังปรับตัวเพื่อรับมือกับสภาวะตลาดและความต้องการของผู้บริโภค โดยมีกลยุทธ์ที่แตกต่างกันเพื่อรักษาการเติบโตและสร้างความยั่งยืน
ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย)
บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด มีแผนที่จะรักษาเป้าหมายยอดขายในปี 2025 ไว้ที่ 4,100 คัน และวางแผนเปิดตัวรถยนต์ใหม่ตลอดปี 2026 รวม 6 รุ่น โดยจะเน้นรถยนต์ที่มีความหลากหลายทั้งในกลุ่มอีวี ไฮบริด และสันดาป บริษัทมีความระมัดระวังในการนำเข้ารถยนต์ใหม่ และโรงงานประกอบรถยนต์ในประเทศไทยจะเริ่มการผลิตในเดือนมกราคม ปี 2026 บริษัทได้ปรับลดต้นทุนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับสภาวะตลาด แต่จะยังคงลงทุนในด้านการวิจัยและพัฒนา รวมถึงไม่กระทบต่อการให้บริการแก่ผู้บริโภค
ธนบุรีนอยสเติร์น
คุณณรงค์ สีตลายน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนบุรีนอยสเติร์น จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์จีลี่ (Geely) ให้ความเห็นว่า ทิศทางตลาดรถยนต์ในไทยปี 2026 ยังคงอยู่ในความท้าทายต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา และยังไม่สามารถกลับไปอยู่ในจุดช่วงก่อนโควิด-19 ได้หากไม่มีมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐ เพราะตอนนี้ทุกแบรนด์อยู่ในจุดคุ้มทุนแล้ว
บริษัทมองว่าภาครัฐควรพิจารณานโยบายช่วยเหลือตลาดรถยนต์ในเรื่องของสินเชื่อ หรือแนวทางการนำค่าผ่อนต่าง ๆ มาลดหย่อนภาษี เช่น การนำเงินดาวน์รถไปลดหย่อนภาษี ซึ่งบ่งบอกว่ากลุ่มลูกค้านี้มีกำลังซื้อ โดยจะเป็นหนึ่งในมาตรการที่เป็นไปได้และช่วยเหลือตรงจุด หรือมาตรการช่วยเหลือเซกเมนต์รถกระบะ ซึ่งเป็นเซกเมนต์ใหญ่
สำหรับตลาดรถยนต์อีวีในปี 2026 คาดว่ายอดขายจะอยู่ในช่วงตัวเลข 5 หลักปลาย ๆ จากที่เคยมุ่งเป้าว่าจะแตะ 6 หลักได้ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม การที่ปีนี้เป็นปีสุดท้ายสำหรับมาตรการ EV 3.5 จึงน่าจะได้เห็นการเติบโตในช่วงปลายปี ที่มีปัจจัยหนุนหลายอย่างช่วยกระตุ้นยอดขาย
ในส่วนของสงครามราคา บริษัทมองว่าจะลดความรุนแรงลงในปี 2026 เนื่องจากหลาย ๆ แบรนด์ได้ใช้กลยุทธ์การจัดตำแหน่งราคากับการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ โดยโมเดลที่เคยเปิดตัวในราคาสูงก็จะมีการปรับราคาลงมาให้ถูกต้องมากขึ้น
ขณะที่ลูกค้าในตลาดรถยนต์อีวี จะเริ่มไม่ค่อยเห็นความต่างของผลิตภัณฑ์ในตลาด ดังนั้น การที่แบรนด์จะสร้างความแตกต่างให้กับผลิตภัณฑ์ คือการสร้างแบรนด์ หรือนวัตกรรมและเทคโนโลยีต่าง ๆ ประกอบกับการสร้างความเชื่อมั่นในบริการหลังการขาย
ด้านทิศทางรถยนต์อีวีในตลาดที่หลายแบรนด์มักเปิดตัวรถเรือธง หรือรถที่ใช้ทำการตลาดหลักเป็นเซกเมนต์เอสยูวี เนื่องจากรถแบรนด์จีนที่จำหน่ายในประเทศไทยมักเป็นการนำเข้าทั้งคัน และรถเอสยูวีก็เป็นรถที่ได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศจีน ทั้งรถยนต์อเนกประสงค์สามารถตอบสนองการใช้งานหลากหลายทำให้คนนิยมเลือกซื้อใช้งาน
บริษัทธนบุรีนอยสเติร์นตั้งเป้าหมายการสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับแบรนด์ของธนบุรี ที่มีประวัติ 84 ปีในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย และบริษัทกำลังพิจารณาเรื่องแผนการผลิตรถยนต์แบรนด์จีลี่ในประเทศ เนื่องจากธนบุรีประกอบรถยนต์ (TAAP) มีความเชี่ยวชาญในการประกอบรถยนต์อยู่แล้ว
เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย)
คุณวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองประธาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) คาดการณ์ว่า สัดส่วนตลาดรถยนต์อีวีปี 2026 จะอยู่ที่ประมาณ 15% หรือราว 7-8 หมื่นคัน ของตลาดรถยนต์นั่ง จากปี 2025 ที่ผ่านมาอยู่ที่ประมาณ 13% ส่วนสถานการณ์สงครามราคา บริษัทประเมินว่าจะทุเลาลงในปี 2026
ด้านแผนงานของเกรท วอลล์ มอเตอร์ ปี 2026 บริษัทวางการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่อย่างน้อย 5 รุ่น โดยเน้นการขยายรุ่นย่อยในกลุ่มเรือธง และให้ความสำคัญกับการเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน
อีซูซุ (Isuzu)
คุณทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ให้ข้อมูลเกี่ยวกับตลาดรถกระบะในปี 2025 ว่ามียอดขายอยู่ที่ 1.63 แสนคัน ซึ่งปีนี้คาดการณ์ยอดขายใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้ยังไม่ได้รวมการประเมินจากนโยบายรัฐบาลในการค้ำประกันสินเชื่อรถกระบะ ในมาตรการ ‘กระบะพี่ มีคลังค้ำ’ เนื่องจากปัจจุบันมาตรการยังอยู่ระหว่างรอสรุปเงื่อนไขรายละเอียดซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปในเร็ววันนี้
ส่วนของแบรนด์ Isuzu ตั้งเป้ายอดขายรวมปีนี้อยู่ที่ 7.6 หมื่นคัน โดยบริษัทได้ปรับตัวตามสภาวะตลาดที่เกิดขึ้นเช่นเดียวกับบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ต่าง ๆ โดยเฉพาะตลาดรถกระบะที่หดตัวจากปัญหาไฟแนนซ์ ซึ่งหากสถานการณ์ดังกล่าวเริ่มดีขึ้นก็จะส่งผลดีต่อตลาด
ปัจจัยขับเคลื่อนและโอกาสในตลาดรถยนต์ไทยปี 2026
ถึงแม้ตลาดจะมีความท้าทาย แต่ก็ยังมีปัจจัยหลายอย่างที่สามารถขับเคลื่อนการเติบโตของตลาดรถยนต์ไทยในปี 2026 ดังนี้
การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค
ผู้บริโภคในประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการเลือกซื้อรถยนต์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับ