
วิเคราะห์ภาพรวมตลาดรถยนต์ไทย ปี 2025: ความท้าทาย ความหวัง และทิศทางการเปลี่ยนแปลงในระยะยาว
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอุตสาหกรรมยานยนต์มานานกว่าทศวรรษ การมองย้อนกลับไปยังปีที่ผ่านมาและคาดการณ์แนวโน้มในอีก 12 เดือนข้างหน้าถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากยุคบูมสู่ยุคของการเติบโตที่ยั่งยืน การได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้บริหารระดับสูงของแบรนด์รถยนต์ชั้นนำในงาน Marketeer ทำให้เราเห็นภาพรวมสถานการณ์ตลาดรถยนต์ไทย ประจำปี 2025 ที่เต็มไปด้วยความท้าทาย แต่ก็แฝงไว้ด้วยโอกาสใหม่ ๆ
ปี 2024 ที่ผ่านมา นับเป็นปีที่อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยเผชิญกับความผันผวนอย่างหนัก ยอดขายรถใหม่ในตลาดรถยนต์นั่งและรถกระบะในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2025 (มกราคม – กุมภาพันธ์) พบว่ามียอดลดลงราว 10% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า ผลกระทบนี้ส่งผลให้ผู้เชี่ยวชาญหลายคนคาดการณ์ว่า ยอดขายรถยนต์รวมทั้งตลาดในปี 2025 น่าจะถูกปรับลดลงจากระดับเดิมที่คาดการณ์ไว้ที่ 5.6–5.7 แสนคัน เหลือเพียงประมาณ 5.3 แสนคัน เท่านั้น
อุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า EV: การเปลี่ยนผ่านจากความตื่นเต้นสู่การเติบโตที่มั่นคง
เมื่อโฟกัสไปที่ ตลาดรถยนต์อีวี ในประเทศไทย เราพบว่าช่วงเวลาที่ตลาดมีความตื่นเต้นหวือหวาเหมือนในช่วงปี 2021-2023 ได้ผ่านพ้นไปแล้ว จากการประเมินสถานการณ์พบว่า ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าหลังจากนี้คาดว่าจะทรงตัวอยู่ในช่วงราว 7 หมื่นคันต่อปี เนื่องจากตลาดได้จับกลุ่มลูกค้ากลุ่มแรก หรือที่เรียกว่า Pioneer (กลุ่มบุกเบิกที่ตอบสนองกับเทรนด์ใหม่ ๆ) ซึ่งมีอยู่ประมาณ 3% ของตลาด หรือคิดเป็นราว 2 แสนคน ไปแล้วเกือบทั้งหมดในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม ตลาดกำลังจะถูกขับเคลื่อนโดยกลุ่มลูกค้า Early Adopter ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 10% ของตลาด หรือราว 700,000 คน ในตลาด ซึ่งลูกค้ากลุ่มนี้กำลังอยู่ในช่วงของการตัดสินใจและรอให้ตลาดมีความเสถียรมากขึ้นกว่านี้
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการเติบโตของตลาดรถยนต์อีวีในระยะยาวคือ ข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐานและการขยายพื้นที่ บริษัทประเมินว่าตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในระยะยาวจะสามารถขยับสัดส่วนได้สูงสุด ไม่เกิน 30% ของตลาดรวม เนื่องจากขนาดของประเทศไทยที่ค่อนข้างใหญ่ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการขยายเครือข่ายสถานีชาร์จให้ครอบคลุมทั่วประเทศ
ยานยนต์พลังงานทางเลือก: กุญแจสำคัญสู่อนาคตของตลาดไทย
ในขณะที่ความสนใจในรถยนต์อีวีเริ่มคงที่ กลุ่มพลังงานทางเลือกอย่าง รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) และ รถยนต์ไฮบริด (HEV) ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะรถยนต์ไฮบริด (HEV) ที่มียอดขยายตัวสูงถึง 70% ในปี 2024 บริษัทประเมินว่าสาเหตุหลักมาจากปัจจัยที่รถยนต์กลุ่มนี้สามารถตอบโจทย์ความต้องการในการใช้งานช่วงเปลี่ยนผ่านจากรถยนต์สันดาปสู่รถยนต์พลังงานทางเลือกได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ยังมีมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐสำหรับรถยนต์กลุ่มนี้ และที่สำคัญ สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลของผู้บริโภคที่มีต่อรถยนต์อีวีในประเด็นเรื่องโครงสร้างพื้นฐานและการบำรุงรักษา
แผนงานของ Hyundai Mobility Thailand ในปี 2025: การเติบโตอย่างสมดุลภายใต้ความระมัดระวัง
สำหรับแผนงานของบริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด ในปีนี้ บริษัทคงเป้ายอดขายรวมไว้ที่ 4,100 คัน และวางแผนที่จะเปิดตัวรถยนต์ใหม่ตลอดทั้งปีรวมทั้งสิ้น 6 รุ่น โดยรถใหม่ที่จะเปิดตัวจะมีความหลากหลาย ครอบคลุมทั้งรถยนต์ไฟฟ้า (EV), รถยนต์ไฮบริด (HEV), และรถยนต์สันดาป (ICE)
อย่างไรก็ตาม บริษัทจะมีความระมัดระวังในการนำเข้ารถยนต์เป็นพิเศษ ส่วนโรงงานประกอบรถยนต์ในประเทศไทย ยังคงกำหนดวันเริ่มการผลิตในเดือนมกราคม ปี 2026 แม้บริษัทจะมีการปรับลดต้นทุนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ตลาด แต่ก็ยืนยันว่าจะ ไม่ส่งผลกระทบ ต่อการวิจัยและพัฒนา รวมถึงการผลิต และที่สำคัญคือไม่ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค
Thonburi Western Motors: กลยุทธ์การสร้างแบรนด์ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า
คุณณรงค์ สีตลายน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนบุรีนอยสเติร์น จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ Geely อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ให้มุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับทิศทางของตลาดรถยนต์ในประเทศไทยปีนี้ว่า ยังคงอยู่ในความท้าทายต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา และยังไม่สามารถกลับไปอยู่ในจุดก่อนช่วงวิกฤตโควิด-19 ได้ หากยังไม่มีมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐ เพราะตอนนี้ทุกแบรนด์ต่างกำลังอยู่ในจุดคุ้มทุน
ข้อเสนอแนะด้านนโยบายจากผู้บริหาร
คุณณรงค์เสนอว่า ภาครัฐควรพิจารณานโยบายช่วยเหลือตลาดรถยนต์ในเรื่องของ สินเชื่อ หรือแนวทางการนำค่าผ่อนต่าง ๆ มาลดหย่อนภาษี เช่น การนำเงินดาวน์รถไปลดหย่อนภาษี ซึ่งเป็นการบ่งบอกว่ากลุ่มลูกค้านี้มีกำลังซื้อ มาตรการดังกล่าวจะเป็นหนึ่งในทางออกที่เป็นไปได้และช่วยเหลือตลาดได้ตรงจุด นอกจากนี้ ยังควรพิจารณามาตรการช่วยเหลือสำหรับ เซกเมนต์รถกระบะ ซึ่งเป็นเซกเมนต์ที่มีขนาดใหญ่ของตลาดไทย
การประเมินตลาดรถยนต์อีวี ปี 2025
ในส่วนของ ตลาดรถยนต์อีวี คุณณรงค์ประเมินยอดขายในปีนี้ว่าจะอยู่ในช่วงตัวเลข 5 หลักปลาย ๆ จากที่เคยคาดการณ์ว่าจะแตะหลักหมื่นได้ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม การที่ปีนี้เป็นปีสุดท้ายสำหรับมาตรการ EV 3.5 จึงน่าจะได้เห็นการเติบโตในช่วงปลายปี ซึ่งมีปัจจัยหนุนหลายอย่างเข้ามาช่วยกระตุ้นยอดขาย
สงครามราคาและกลยุทธ์การสร้างความแตกต่าง
สำหรับ สงครามราคา เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะเริ่มต้นไปแล้ว แต่ปีนี้มองว่าความรุนแรงจะลดลง เพราะหลายแบรนด์ได้ใช้กลยุทธ์การจัดตำแหน่งราคา (Pricing) ควบคู่ไปกับการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ โมเดลที่เคยเปิดตัวในราคาสูงก็จะมีการปรับราคาลงมาให้มีความเหมาะสมมากขึ้น
ขณะที่ ลูกค้าในตลาดรถยนต์อีวี จะเริ่มรู้สึกว่าความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ในตลาดไม่ค่อยชัดเจน ดังนั้น การที่แบรนด์จะสร้างความแตกต่างให้กับผลิตภัณฑ์ของตนเองได้ คือ การสร้างแบรนด์ (Branding) หรือการสร้างนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ ๆ ประกอบกับการสร้างความเชื่อมั่นใน บริการหลังการขาย
ทิศทางรถยนต์อีวีและอนาคตของ Geely ในไทย
ในแง่ของทิศทางการตลาด รถยนต์อีวี หลายแบรนด์มักจะเปิดตัวรถเรือธงหรือรถที่ใช้ทำการตลาดหลักเป็นเซกเมนต์ SUV เนื่องจากรถแบรนด์จีนที่จำหน่ายในประเทศไทยมักจะเป็นการนำเข้าทั้งคัน และรถเอสยูวีก็เป็นรถที่ได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศจีน เนื่องจากเป็นรถยนต์อเนกประสงค์ที่ตอบสนองการใช้งานได้อย่างหลากหลายทำให้คนนิยมเลือกซื้อใช้งาน
สำหรับ แผนงานสร้างการรับรู้แบรนด์ Geely ถึงแม้จะเพิ่งเข้ามาทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย แต่เชื่อว่า Geely เป็นที่รับรู้ของลูกค้าในระดับหนึ่งแล้ว ดังนั้นเป้าหมายหลักคือการสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับแบรนด์ของธนบุรี ที่มีประวัติยาวนานถึง 84 ปีในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย นอกจากนี้ บริษัทกำลังพิจารณาเรื่อง แผนการผลิตรถยนต์แบรนด์ Geely ในประเทศ เนื่องจากบริษัท ธนบุรีประกอบรถยนต์ (TAAP) มีความเชี่ยวชาญในการประกอบรถยนต์อยู่แล้ว
Great Wall Motor (GWM): การขยายไลน์ผลิตภัณฑ์และกลยุทธ์ระยะยาว
คุณวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองประธาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับภาพรวมตลาด โดยประเมินว่า สัดส่วนของ