
ภาพรวมและแนวโน้มตลาดรถยนต์ไทย ปี 2025: ความท้าทาย การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานทางเลือก และการปรับตัวของแบรนด์
บทนำ
ภายหลังการเสวนาผู้บริหารจากผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์หลายแบรนด์ชั้นนำในงาน Marketeer ได้มีการสรุปภาพรวมของตลาดรถยนต์ไทยสำหรับปี 2024 ที่ผ่านมา และการประเมินแนวโน้มสำหรับปี 2025 ซึ่งเป็นช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของอุตสาหกรรม โดยมีปัจจัยลบจากภาวะเศรษฐกิจที่ต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงก่อนเกิดโรคระบาดโควิด-19 รวมถึงความผันผวนด้านนโยบายภาครัฐที่ยังคงมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมผู้บริโภค
ผู้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมรถยนต์ไทยได้วิเคราะห์ถึงสถานการณ์ปัจจุบันอย่างรอบด้าน โดยมองว่าอุตสาหกรรมกำลังอยู่ในช่วง ‘หัวเลี้ยวหัวต่อ’ สำคัญ จากการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคยานยนต์พลังงานทางเลือก (New Energy Vehicles) ซึ่งส่งผลให้เกิดการแข่งขันที่เข้มข้นในตลาด รวมถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคที่กำลังรอความชัดเจนด้านโครงสร้างพื้นฐานและนโยบายสนับสนุน
บทความนี้รวบรวมข้อมูลเชิงลึกจากผู้บริหารแบรนด์รถยนต์ชั้นนำ อาทิ ฮุนได, จีลี่, เกรท วอลล์ มอเตอร์ และอีซูซุ โดยวิเคราะห์แนวโน้มตลาดรถยนต์นั่ง รถกระบะ และรถยนต์ไฟฟ้า (EV) รวมถึงกลยุทธ์การแข่งขันและแผนงานของแบรนด์ต่าง ๆ ในช่วงปี 2026 ที่กำลังจะมาถึง
ทิศทางตลาดรถยนต์นั่งและรถกระบะ ปี 2025
คุณวัลลภ เฉลิมวงศาเวช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสถานการณ์ตลาดรถยนต์ในไทย โดยระบุว่า ยอดขายรถยนต์นั่งและรถกระบะในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2025 (มกราคม – กุมภาพันธ์ 2025) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นสัญญาณที่ทำให้บริษัทต้องปรับลดประมาณการยอดขายรวมของทั้งปี 2025 ลง จากเดิมที่คาดการณ์ว่าจะอยู่ในช่วง 5.6 – 5.7 แสนคัน เหลือเพียง 5.3 แสนคันเท่านั้น
การปรับลดประมาณการนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายที่อุตสาหกรรมกำลังเผชิญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการที่แบรนด์รถยนต์ต่าง ๆ เริ่มปรับตัวลดความคาดหวังลง เนื่องจากปัจจัยลบทางเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค ตลอดจนความกังวลเกี่ยวกับความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานและการบริการหลังการขายในกลุ่มรถยนต์พลังงานทางเลือก
ขณะที่ตลาดรถกระบะ ซึ่งเป็นเซกเมนต์ที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยมากที่สุด ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากการชะลอตัวของสินเชื่อรถกระบะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาหนี้เสียที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้สถาบันการเงินเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อ ทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อรถได้ยากขึ้น
การแข่งขันและสงครามราคา: ภาพรวมปี 2025
ผู้เชี่ยวชาญในวงการได้ยืนยันว่า “สงครามราคา” ในตลาดรถยนต์ไทยนั้นเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากเริ่มขึ้นไปแล้วในช่วงปี 2024 จากการแข่งขันที่รุนแรงของแบรนด์รถยนต์จีน อย่างไรก็ตาม คาดการณ์ว่าในปี 2025 สถานการณ์ความรุนแรงของสงครามราคาจะเริ่มลดลง เนื่องจากแบรนด์ต่าง ๆ ได้ปรับกลยุทธ์การจัดตำแหน่งราคากับการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ ทำให้รถยนต์รุ่นเดิมที่มีราคาค่อนข้างสูง เริ่มมีการปรับลดราคาลงให้สอดคล้องกับความเป็นจริงมากขึ้น
คุณณรงค์ สีตลายน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนบุรีนอยสเติร์น จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์จีลี่ (Geely) อย่างเป็นทางการในประเทศไทย กล่าวว่า ตลาดรถยนต์ในไทยยังคงอยู่ในความท้าทายต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา และยังไม่สามารถกลับไปอยู่ในจุดก่อนเกิดโควิด-19 ได้ หากไม่มีมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐ เพราะตอนนี้ทุกแบรนด์อยู่ในจุดคุ้มทุนแล้ว
สำหรับตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในปี 2025 คาดการณ์ยอดขายจะอยู่ในช่วงตัวเลข 5 หลักปลาย ๆ จากที่เคยคาดว่าจะแตะระดับ 6 หลักได้ตั้งแต่ปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม ปีนี้เป็นปีสุดท้ายของมาตรการ EV 3.5 ซึ่งคาดว่าจะมีการเติบโตในช่วงปลายปี โดยได้รับปัจจัยหนุนจากการกระตุ้นตลาดจากหลายส่วน ประกอบกับการแข่งขันที่ดุเดือดในช่วงโค้งสุดท้ายของมาตรการ
การเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์พลังงานทางเลือก
ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในช่วงปี 2025 ยังคงเป็นการขับเคลื่อนโดยกลุ่มผู้บริโภคเริ่มต้น (Early Adopters) ที่สนใจเทคโนโลยีใหม่ ๆ ในขณะที่กลุ่มผู้บริโภคหลัก (Mainstream Users) ยังคงลังเล เนื่องจากความกังวลเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน การชาร์จ และความคุ้มค่าในระยะยาว
บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) ประเมินว่าตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในระยะยาวจะขยายสัดส่วนได้สูงสุดไม่เกิน 30% ของตลาดรวม เนื่องจากข้อจำกัดของขนาดพื้นที่ประเทศไทยที่ใหญ่ ซึ่งส่งผลสำคัญต่อการขยายโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จ
ในทางตรงกันข้าม กลุ่มพลังงานทางเลือกอื่น ๆ อย่างปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) และไฮบริด (HEV) ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะไฮบริดที่ขยายตัวถึง 70% ในปี 2024 สาเหตุสำคัญมาจากการตอบโจทย์การใช้งานในช่วงเปลี่ยนผ่านจากรถยนต์สันดาปสู่รถพลังงานทางเลือก ทั้งจากมาตรการสนับสนุนของภาครัฐ และความกัง۔วลของผู้บริโภคต่อความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานและการบำรุงรักษารถยนต์ EV
ขณะเดียวกัน กลุ่มลูกค้าในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเริ่มมองเห็นความแตกต่างของผลิตภัณฑ์น้อยลง ดังนั้น การที่แบรนด์จะสร้างความแตกต่างและโดดเด่นได้ คือการสร้างแบรนด์ (Branding) ผ่านนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ ๆ รวมถึงการสร้างความเชื่อมั่นในบริการหลังการขาย
แผนงานและกลยุทธ์ของแบรนด์
บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด:
เป้าหมายยอดขาย: ปี 2025 ตั้งเป้าไว้ที่ 4,100 คัน
แผนเปิดตัวรถใหม่: ตลอดปี 2025 จะมีการเปิดตัวรถยนต์ใหม่รวม 6 รุ่น ซึ่งจะครอบคลุมทั้งรถยนต์ไฟฟ้า (EV), ไฮบริด (Hybrid), และรถยนต์สันดาป (ICE)
การผลิตในประเทศ: วางแผนเริ่มการผลิตในประเทศไทยในเดือนมกราคม 2026 และได้ปรับลดต้นทุนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ตลาด โดยไม่กระทบต่อการวิจัยและพัฒนา รวมถึงการผลิตและผู้บริโภค
บริษัท ธนบุรีนอยสเติร์น จำกัด (แบรนด์จีลี่ – Geely):
เป้าหมายแบรนด์: แม้จะเพิ่งเข้ามาทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไทย แต่เชื่อว่าจีลี่เป็นที่รับรู้ของลูกค้าในระดับหนึ่ง เป้าหมายหลักคือการสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับแบรนด์ธนบุรีที่มีประวัติยาวนาน 84 ปีในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย
แผนการผลิต: กำลังพิจารณาเรื่องแผนการผลิตรถยนต์แบรนด์จีลี่ในประเทศ เนื่องจากบริษัท ธนบุรีประกอบรถยนต์ (TAAP) มีความเชี่ยวชาญในการประกอบรถยนต์อยู่แล้ว
บริษัท เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด:
การประเมินตลาด: ปี 2025 ประเมินว่าสัดส่วนตลาดรถยนต์ไฟฟ้าจะอยู่ที่ประมาณ 15% หรือราว 7-8 หมื่นคัน ของตลาดรถยนต์นั่ง เพิ่มขึ้นจากปี 2024 ที่ผ่านมาซึ่งอยู่ที่ประมาณ 13%
แผนเปิดตัวรถใหม่: วางแผนเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่อย่างน้อย 5 รุ่น เน้นการขยายรุ่นย่อยในกลุ่มเรือธง และให้ความสำคัญกับการเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน
บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด:
สถานการณ์ตลาดกระบะ: ปี 2024 มียอดขายอยู่ที่ 1.63 แสนคัน และคาดการณ์ยอดขายปี 20