วิเคราะห์เจาะลึกภาพรวมตลาดรถยนต์ไทยปี 2025: ความท้าทาย การฟื้นตัว และความหวังในปี 2026
ตลาดรถยนต์ในประเทศไทยยังคงเผชิญกับความท้าทายอย่างต่อเนื่อง สะท้อนได้จากยอดขายรถยนต์รวมในช่วงสองเดือนแรกของปี 2025 ที่ลดลงประมาณ 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากตัวเลขนี้ทำให้ผู้ประกอบการหลายค่ายต้องปรับลดการคาดการณ์ยอดขายสำหรับปี 2025 ลงเหลือประมาณ 5.3 แสนคัน จากที่เคยคาดการณ์ไว้ที่ 5.6 – 5.7 แสนคัน
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยมายาวนานกว่าทศวรรษ ผมมองว่าสถานการณ์ตลาดรถยนต์ปี 2025 นี้เปรียบเสมือนช่วงเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ แม้จะมีความผันผวนและปัจจัยลบหลายอย่าง แต่ก็เป็นโอกาสในการปรับโครงสร้างและวางกลยุทธ์ใหม่เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในระยะยาว และการปรับตัวของอุตสาหกรรมสู่ปี 2026
เจาะตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ปี 2025: สัญญาณชะลอตัวแต่มีแนวโน้มฟื้นตัวในปีถัดไป
สำหรับตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ปี 2025 อาจไม่หวือหวาเท่าในช่วงปี 2021-2023 ที่ผ่านมา ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าคาดว่าจะทรงตัวอยู่ในระดับประมาณ 70,000 คันต่อปี
การวิเคราะห์ความเคลื่อนไหวในตลาด EV:
ปัจจุบันตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยได้ผ่านพ้นช่วง “Pioneer” หรือกลุ่มผู้บุกเบิกที่พร้อมเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ไปแล้ว ซึ่งกลุ่มนี้มีสัดส่วนประมาณ 3% หรือราว 200,000 คน หลังจากช่วง 3 ปีที่ผ่านมา กลุ่มผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังขับเคลื่อนตลาดในขณะนี้คือกลุ่ม “Early Adopter” ที่มีสัดส่วนประมาณ 10% หรือราว 700,000 คน ซึ่งกลุ่มนี้ยังคงอยู่ในช่วงการตัดสินใจและเฝ้ารอความมั่นคงของตลาด
นอกจากนี้ บริษัทหลายแห่งประเมินว่าสัดส่วนตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในระยะยาวอาจไม่เกิน 30% ของตลาดรวม สาเหตุสำคัญมาจากการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐานและพื้นที่ของประเทศไทยที่กว้าง ทำให้การเข้าถึงสถานีชาร์จยังเป็นข้อจำกัดสำหรับผู้บริโภค
พลังงานทางเลือก: ตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้บริโภค
ขณะที่กลุ่มพลังงานทางเลือก เช่น ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) และ ไฮบริด (Hybrid) กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา โดยรถยนต์ไฮบริดขยายตัวถึง 70% ในปี 2024 บริษัทประเมินว่าสาเหตุหลักมาจากการตอบโจทย์ผู้บริโภคในช่วงเปลี่ยนผ่านจากการใช้รถยนต์สันดาปสู่รถพลังงานทางเลือก ประกอบกับมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ และยังสะท้อนความกังวลของผู้บริโภคต่อรถยนต์ไฟฟ้าในประเด็นเรื่องโครงสร้างพื้นฐานและการบำรุงรักษา
แนวโน้มและการปรับตัวของผู้ประกอบการในตลาดรถยนต์
บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย):
บริษัทคงเป้าหมายยอดขายปี 2025 ไว้ที่ 4,100 คัน และวางแผนเปิดตัวรถใหม่ 6 รุ่นตลอดปี โดยครอบคลุมทั้งรถยนต์ไฟฟ้า ไฮบริด และรถสันดาป อย่างไรก็ตาม บริษัทจะมีการระมัดระวังในการนำเข้ารถยนต์ และคาดว่าจะเริ่มกระบวนการผลิตรถยนต์ในไทยได้ในเดือนมกราคม ปี 2026 แม้จะมีการปรับลดต้นทุนการดำเนินงานตามสถานการณ์ตลาด แต่จะไม่กระทบต่อการวิจัยและพัฒนารวมถึงการผลิตและผู้บริโภค
บริษัท ธนบุรีนอยสเติร์น จำกัด (Geely):
ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทกล่าวว่า ตลาดรถยนต์ในประเทศไทยยังคงอยู่ในความท้าทายต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา และยังไม่สามารถกลับไปสู่สภาวะก่อนโควิด-19 ได้หากปราศจากมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐ เพราะตอนนี้ทุกแบรนด์อยู่ในช่วงที่ต้องดิ้นรนเพื่อให้สามารถคุ้มทุนได้
บริษัทเสนอแนะว่าภาครัฐควรพิจารณามาตรการช่วยเหลือตลาดรถยนต์ในด้านสินเชื่อ หรือการนำค่าผ่อนรถมาลดหย่อนภาษี เช่นเดียวกับการหักเงินดาวน์รถเพื่อลดหย่อนภาษี ซึ่งเป็นการบ่งชี้ถึงศักยภาพในการซื้อของกลุ่มลูกค้า นอกจากนี้ ยังควรมีมาตรการช่วยเหลือในเซกเมนต์รถกระบะ ซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่
สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ประเมินว่ายอดขายปี 2025 จะอยู่ในช่วงตัวเลข 5 หลักปลาย ๆ แม้จะคาดการณ์ไว้ว่าจะแตะ 6 หลักตั้งแต่ปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม การที่ปี 2025 เป็นปีสุดท้ายสำหรับมาตรการ EV 3.5 คาดว่าจะได้เห็นการเติบโตในช่วงปลายปี เนื่องจากมีหลายปัจจัยเข้ามาช่วยกระตุ้นยอดขาย
ส่วนประเด็นเรื่อง “สงครามราคา” ถือเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เนื่องจากเกิดขึ้นไปแล้ว แต่คาดว่าความรุนแรงจะลดลงในปีนี้ เนื่องจากหลายแบรนด์ได้ใช้กลยุทธ์การจัดตำแหน่งราคากับการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ โดยโมเดลที่เคยเปิดตัวในราคาสูงก็จะมีการปรับราคาลงมาให้เหมาะสมกับตลาดมากขึ้น
ลูกค้าในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเริ่มไม่เห็นความแตกต่างของผลิตภัณฑ์มากนัก ดังนั้น การที่แบรนด์จะสร้างความโดดเด่นคือการสร้างแบรนด์ นวัตกรรม และเทคโนโลยี ประกอบกับการสร้างความเชื่อมั่นในการบริการหลังการขาย
ด้านแนวโน้มรถยนต์ไฟฟ้าในตลาด หลายแบรนด์มักเปิดตัวรถเรือธงหรือรถที่ใช้ในการทำตลาดหลักในเซกเมนต์เอสยูวี เนื่องจากรถแบรนด์จีนที่จำหน่ายในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นการนำเข้าทั้งคัน และรถเอสยูวีเป็นรถที่ได้รับความนิยมสูงสุดในจีน อีกทั้งรถยนต์อเนกประสงค์ยังตอบสนองการใช้งานได้หลากหลาย ทำให้คนนิยมเลือกซื้อ
สำหรับการสร้างการรับรู้แบรนด์จีลี่ (Geely) แม้จะเพิ่งเข้ามาทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไทย แต่บริษัทเชื่อว่าจีลี่เป็นที่รับรู้ในระดับหนึ่งอยู่แล้ว ดังนั้น เป้าหมายคือการสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับแบรนด์ของธนบุรี ซึ่งมีประวัติยาวนาน 84 ปีในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย และบริษัทกำลังพิจารณาเรื่องแผนการผลิตรถยนต์แบรนด์จีลี่ในประเทศ เนื่องจากบริษัท ธนบุรีประกอบรถยนต์ (TAAP) มีความเชี่ยวชาญในการประกอบรถยนต์อยู่แล้ว
บริษัท เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย):
รองประธานของบริษัทประเมินว่าสัดส่วนตลาดรถยนต์ไฟฟ้าปี 2025 จะอยู่ที่ประมาณ 15% หรือราว 70,000 – 80,000 คันของตลาดรถยนต์นั่ง ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2024 ที่อยู่ประมาณ 13% ส่วนสถานการณ์สงครามราคา บริษัทประเมินว่าจะลดความรุนแรงลงในปีนี้
สำหรับแผนงานของเกรท วอลล์ มอเตอร์ ปี 2025 บริษัทวางแผนเปิดตัวรถใหม่ไม่ต่ำกว่า 5 รุ่น โดยเน้นการขยายรุ่นย่อยในกลุ่มรถยนต์เรือธง และให้ความสำคัญกับการเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน
บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด:
สถานการณ์ตลาดรถกระบะในปี 2024 มียอดขายอยู่ที่ 1.63 แสนคัน ซึ่งปีนี้คาดการณ์ยอดขายใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้ยังไม่ได้รวมการประเมินจากนโยบายรัฐบาลในการค้ำประกันสินเชื่อรถกระบะภายใต้มาตรการ ‘กระบะพี่ มีคลังค้ำ’ ซึ่งปัจจุบันยังอยู่ระหว่างรอการสรุปเงื่อนไขและรายละเอียด คาดว่าจะได้ข้อสรุปในเร็ววันนี้
สำหรับแบรนด์อีซูซุ ตั้งเป้ายอดขายรวมปีนี้ไว้ที่ 76,000 คัน บริษัทได้ปรับตัวตามสภาวะตลาดเช่นเดียวกับผู้ผลิตรถยนต์รายอื่น โดยเฉพาะตลาดรถกระบะที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาด้านไฟแนนซ์ หากสถานการณ์ดังกล่าวเริ่มดีขึ้นก็จะส่งผลดีต่อตลาดโดยรวม
แนวโน้มตลาดรถยนต์ในปี 2026: การฟื้นตัวและความหวัง
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ผมเชื่อมั่นว่าตลาดรถยนต์ในประเทศไทยมีศักยภาพที่จะฟื้นตัวและเติบโตได้อย่างมีนัยสำคัญในปี 2026 ซึ่งเป็นปีที่จะมีการปรับตัวและวางรากฐานที่มั่นคงสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์
ปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของตลาดในปี 2026:
มาตรการสนับสนุนจาก

