อนาคตการขับเคลื่อน: เจาะลึกแนวโน้มตลาดรถยนต์ไทย 2025–2026 และกลยุทธ์ผู้ผลิต
บทนำ: ภาพรวมตลาดรถยนต์ไทยท่ามกลางความผันผวน
ปี 2025–2026 ตลาดรถยนต์ไทยกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญ ผู้ผลิตต่าง ๆ ประสบกับแรงกดดันจากสภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค และความท้าทายในการปรับตัวเข้ากับพลังงานทางเลือกใหม่ แม้จะมีแรงสนับสนุนจากมาตรการภาครัฐ แต่ภาคอุตสาหกรรมยังคงต้องเผชิญกับการแข่งขันที่ดุเดือด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (EV)
ในงาน Marketeer ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ผู้บริหารจากแบรนด์รถยนต์ชั้นนำ เพื่อรับทราบข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับภาพรวมตลาดรถยนต์ในปี 2024 และทิศทางการดำเนินงานในปี 2025–2026 ซึ่งให้มุมมองที่ครอบคลุมทั้งภาพรวมของตลาด และแผนการรับมือของแต่ละแบรนด์
สถานการณ์ภาพรวมและแนวโน้มตลาดรถยนต์
คุณวัลลภ เฉลิมวงศาเวช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด ชี้ให้เห็นถึงสถานการณ์ของตลาดรถยนต์นั่งและรถกระบะในประเทศไทยว่า ยอดขายรถใหม่ในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2025 (มกราคม – กุมภาพันธ์ 2025) มีแนวโน้มลดลงประมาณ 10% จากปีก่อนหน้า ทำให้บริษัทคาดการณ์ว่ายอดขายรวมทั้งปี 2025 จะถูกปรับลดลงจากเดิมที่คาดการณ์ไว้ที่ 5.6–5.7 แสนคัน เหลือประมาณ 5.3 แสนคัน
เจาะลึกตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV): ความจริงกับความหวัง
ตลาดรถยนต์ไฟฟ้ากำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ หลังจากช่วงที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วงปี 2021–2023 ปัจจุบัน ตลาดรถยนต์ EV ถูกประเมินว่าอยู่ในสภาวะทรงตัว โดยคาดการณ์ยอดขายจะอยู่ที่ประมาณ 7 หมื่นคันต่อปี สาเหตุหลักมาจากตลาดเริ่มจับกลุ่มผู้บริโภคหลัก (Early Adopters) ซึ่งคิดเป็นประมาณ 10% ของตลาด หรือราว 700,000 คน ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงพิจารณาและรอให้ตลาดมีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น
การแข่งขันในตลาด EV: สงครามราคาที่ทุเลาลง
คุณณรงค์ สีตลายน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนบุรีนอยสเติร์น จำกัด (ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า Geely) ได้ให้ข้อมูลว่า สำหรับตลาดรถยนต์ EV ปี 2025 คาดการณ์ว่าจะมียอดขายอยู่ที่ประมาณ 5 หลักปลาย ๆ ซึ่งน้อยกว่าที่คาดการณ์ว่าจะแตะหลักแสนคันมาตั้งแต่ปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม การเป็นปีสุดท้ายของมาตรการสนับสนุน EV 3.5 คาดว่าจะมีแรงกระตุ้นจากหลายปัจจัยในช่วงปลายปี
ขณะเดียวกัน คุณวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองประธาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) ประเมินว่าสัดส่วนตลาดรถยนต์ EV ในปี 2025 จะอยู่ที่ประมาณ 15% หรือราว 7–8 หมื่นคันของตลาดรถยนต์นั่ง ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2024 ที่ผ่านมาที่อยู่ที่ประมาณ 13%
สำหรับสถานการณ์เรื่อง “สงครามราคา” ในตลาดรถยนต์ EV คุณณรงค์มองว่า ในปีนี้แนวโน้มจะลดความรุนแรงลง เนื่องจากแบรนด์รถยนต์จำนวนมากได้ปรับกลยุทธ์การวางตำแหน่งราคา (Pricing Strategy) พร้อมกับการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ โดยรุ่นที่มีราคาสูงจะได้รับการปรับลดลงให้มีความเหมาะสมตามสถานการณ์ตลาดมากขึ้น
คุณวัลลภ ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า ลูกค้าในตลาดรถยนต์ EV เริ่มไม่เห็นความแตกต่างของผลิตภัณฑ์อย่างชัดเจน ดังนั้น การที่แบรนด์จะสร้างความแตกต่างคือการสร้างแบรนด์ (Branding) และการนำเสนอนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ ๆ ควบคู่ไปกับการสร้างความเชื่อมั่นในการบริการหลังการขาย
แนวโน้มรถยนต์พลังงานทางเลือก (Hybrid/PHEV)
อีกด้านหนึ่ง ตลาดรถยนต์กลุ่มพลังงานทางเลือกอย่าง ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) และไฮบริด (HEV) ยังคงได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะรถยนต์ไฮบริดที่ขยายตัวถึง 70% ในปี 2024 คุณวัลลภ อธิบายว่า สาเหตุหลักมาจากรถยนต์กลุ่มนี้ตอบโจทย์การใช้งานในช่วงเปลี่ยนผ่านจากรถยนต์สันดาปสู่รถยนต์พลังงานไฟฟ้า รวมถึงมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ และยังสะท้อนถึงความกังวลของผู้บริโภคต่อรถยนต์ EV ในด้านโครงสร้างพื้นฐานและบริการหลังการขาย
ขีดจำกัดของตลาดรถยนต์ EV ในระยะยาว
บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) ประเมินว่าในระยะยาว สัดส่วนของรถยนต์ EV จะขยับขึ้นได้สูงสุดไม่เกิน 30% ของตลาด เนื่องจากปัจจัยสำคัญคือขนาดของประเทศไทยที่ใหญ่ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านการชาร์จ
กลยุทธ์ของแบรนด์รถยนต์และแผนงานในปี 2025–2026
Hyundai (ฮุนได)
สำหรับฮุนได แผนงานในปี 2025 บริษัทตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 4,100 คัน และวางแผนเปิดตัวรถยนต์ใหม่ตลอดทั้งปีรวม 6 รุ่น โดยจะมีทั้งรถยนต์ไฟฟ้า (EV) รถยนต์ไฮบริด และรถยนต์สันดาป แต่บริษัทยังคงมีความระมัดระวังในการนำเข้ารถยนต์ ส่วนแผนการตั้งโรงงานประกอบรถยนต์ในประเทศไทย ได้กำหนดเริ่มการผลิตในเดือนมกราคม ปี 2026 นอกจากนี้ บริษัทยังได้มีการปรับลดต้นทุนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ตลาด แต่จะไม่มีผลกระทบต่อการวิจัยและพัฒนา รวมถึงการผลิตและผู้บริโภค
Geely (จีลี่)
คุณณรงค์ สีตลายน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนบุรีนอยสเติร์น จำกัด กล่าวว่า แม้ว่าแบรนด์จีลี่จะเพิ่งเข้ามาทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย แต่เชื่อว่าจีลี่เป็นที่รับรู้ของลูกค้าในระดับหนึ่ง ดังนั้น เป้าหมายหลักคือการสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับแบรนด์ของธนบุรี ซึ่งมีประวัติยาวนานถึง 84 ปีในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย นอกจากนี้ บริษัทยังอยู่ระหว่างพิจารณาเรื่องแผนการผลิตรถยนต์แบรนด์จีลี่ในประเทศ เนื่องจากบริษัท ธนบุรีประกอบรถยนต์ (TAAP) มีความเชี่ยวชาญในการประกอบรถยนต์อยู่แล้ว
Great Wall Motor (GWM)
สำหรับเกรท วอลล์ มอเตอร์ ปี 2025 บริษัทวางแผนเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่อย่างน้อย 5 รุ่น โดยเน้นการขยายรุ่นย่อยในกลุ่มรถยนต์เรือธง (Flagship Models) และให้ความสำคัญกับการเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของตลาด
Isuzu (อีซูซุ)
คุณทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ให้ข้อมูลว่า สำหรับตลาดรถกระบะในปี 2024 ยอดขายอยู่ที่ 163,000 คัน และคาดการณ์ว่ายอดขายในปีนี้จะใกล้เคียงกับปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้ยังไม่ได้รวมการประเมินจากนโยบายรัฐบาลในการค้ำประกันสินเชื่อรถกระบะ “กระบะพี่ มีคลังค้ำ” เนื่องจากปัจจุบันมาตรการดังกล่าวยังอยู่ระหว่างรอสรุปรายละเอียดที่ชัดเจน
สำหรับแบรนด์อีซูซุเอง ตั้งเป้ายอดขายรวมในปี 2025 ไว้ที่ 76,000 คัน โดยบริษัทได้ปรับตัวตามสภาวะตลาดที่เกิดขึ้นเช่นเดียวกับผู้ผลิตรถยนต์รายอื่น ๆ โดยเฉพาะตลาดรถกระบะที่ได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของสินเชื่อ หากสถานการณ์ดังกล่าวเริ่มคลี่คลายก็จะส่งผลดีต่อตลาดโดยรวม
ความท้าทายและแรงผลักดันจากนโยบายรัฐ
คุณณรงค์ สะท้อนให้เห็นว่า ทิศทางตลาดรถยนต์ในประเทศไทยปีนี้ยังคงเต็มไปด้วยความท้าทายและยังไม่สามารถกลับไปอยู่ในระดับเดียวกับช่วงก่อนเกิดโรคระบาด COVID-19 ได้ หากไม่มีมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐ เนื่องจากขณะนี้ทุกแบรนด์กำลังอยู่ในสภาวะคุ้มทุน (Break-even Point) ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันหากไม่มีมาตรการสนับสนุนเพิ่มเติม
คุณณรงค์ เสนอว่า ภาครัฐควรพิจารณานโยบาย
![D0804128_เศษเหร ยญของผ วผ ดการ [ตอนจบ]_part2](https://filmth.moicaucachep.com/wp-content/uploads/2026/04/image-74.png)
