หัวข้อข่าว: 2026: แนวโน้มตลาดยานยนต์ไทย – อีวีไม่ร้อนแรง แต่ไฮบริดมาแรง, แผนลดต้นทุนเพื่อการแข่งขัน
บทนำ
ปี 2026 เป็นปีที่อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ภายหลังจากช่วงการกระตุ้นจากมาตรการภาครัฐในอดีต ได้เข้าสู่ช่วงการปรับฐานและแสวงหาสมดุลใหม่ ผู้บริโภคมีทางเลือกหลากหลายมากขึ้น ในขณะที่ผู้ผลิตต้องวางแผนกลยุทธ์ให้สอดรับกับกำลังซื้อที่แปรผัน เพื่อรักษาการเติบโตและยืนหยัดในตลาดที่มีการแข่งขันสูง ท่ามกลางความท้าทาย ผู้บริหารจากแบรนด์ชั้นนำได้ให้มุมมองที่น่าสนใจต่อตลาดและแนวทางการดำเนินงานในปีนี้
สถานการณ์ตลาดและการคาดการณ์ยอดขาย
ข้อมูลเบื้องต้นจาก 2 เดือนแรกของปี 2025 แสดงให้เห็นว่าตลาดรถยนต์นั่งและรถกระบะไทยยังคงอยู่ในช่วงที่ท้าทาย โดยมียอดขายที่ลดลง ซึ่งอาจส่งผลให้ตัวเลขยอดขายรวมทั้งปี ต้องปรับลดลงจากที่เคยคาดการณ์ไว้เดิม การเติบโตของตลาดในช่วงก่อนหน้านี้ ได้มาจากการขยายฐานผู้บริโภคกลุ่มผู้เริ่มต้น (Pioneers) และกลุ่มผู้เริ่มปรับเปลี่ยน (Early Adopters) ซึ่งเริ่มเข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ตลาดยังมีความกังวลเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานและการบริการหลังการขายสำหรับกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ทำให้ยอดขายอาจทรงตัวอยู่ไม่สูงนัก
หากมองในภาพรวม ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย อาจขยายตัวได้สูงสุดไม่เกิน 30% ของตลาดรวม แม้ว่าจะมีมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐและมีการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยด้านพื้นที่และขนาดของประเทศ ส่งผลกระทบต่อความเร็วในการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐานรองรับ EV ทำให้ผู้บริโภคบางส่วนยังลังเลที่จะเปลี่ยนไปใช้รถไฟฟ้าเต็มรูปแบบ
ในทางกลับกัน กลุ่มรถยนต์พลังงานทางเลือก เช่น ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) และไฮบริด (HEV) ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างมากในปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะกลุ่มไฮบริด ที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากการใช้รถยนต์สันดาป มาสู่พลังงานทางเลือกได้อย่างลงตัว ควบคู่ไปกับมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ และความกังวลด้านความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน EV
มุมมองจากแบรนด์: กลยุทธ์การแข่งขันและความท้าทาย
คุณวัลลภ เฉลิมวงศาเวช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ให้ข้อมูลว่า สำหรับตลาดรถยนต์นั่งและรถกระบะไทย ยอดขาย 2 เดือนแรกปี 2025 มีแนวโน้มลดลง ซึ่งส่งผลให้บริษัทต้องปรับลดเป้าหมายยอดขายรวมทั้งปีลงจากเดิม
สำหรับตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) คุณวัลลภมองว่า ช่วงที่ตลาดเติบโตอย่างหวือหวาตั้งแต่ปี 2021–2023 ได้สิ้นสุดลงแล้ว คาดว่ายอดขายจะทรงตัวอยู่ที่ราว 7 หมื่นคันต่อปี เนื่องจากการเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคกลุ่มแรก ๆ ไปได้ค่อนข้างมาก และกลุ่มที่จะเข้ามาทดแทนต่อไป คือกลุ่มผู้เริ่มปรับเปลี่ยน (Early Adopters) ซึ่งอาจยังอยู่ในช่วงตัดสินใจและรอให้ตลาดมีความเสถียรมากขึ้น
ขณะที่แผนงานของบริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ตั้งเป้ายอดขายปี 2025 ไว้ที่ 4,100 คัน และมีแผนเปิดตัวรถยนต์ใหม่รวม 6 รุ่น ตลอดปี ซึ่งประกอบด้วยรถยนต์ไฟฟ้า (EV) รถยนต์ไฮบริด (HEV) และรถยนต์สันดาป อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ปรับลดการนำเข้ารถยนต์ลง และมีกำหนดเริ่มการผลิตรถยนต์ในประเทศไทยในเดือนมกราคม ปี 2026 โดยได้ปรับลดต้นทุนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ตลาด แต่ยังคงให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนา รวมถึงการบริการผู้บริโภค
คุณณรงค์ สีตลายน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนบุรีนอยสเติร์น จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์จีลี่ (Geely) อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ให้มุมมองว่า สถานการณ์ตลาดยังคงมีความท้าทายต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา และยังไม่สามารถกลับไปสู่ระดับก่อนสถานการณ์โควิด-19 ได้ หากปราศจากมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐ เนื่องจากปัจจุบันผู้ผลิตทุกแบรนด์กำลังอยู่ในจุดคุ้มทุน
บริษัทมองว่าภาครัฐควรพิจารณามาตรการช่วยเหลือตลาดรถยนต์ โดยเฉพาะด้านสินเชื่อ หรือมาตรการลดหย่อนภาษีที่จูงใจ เช่น การนำเงินดาวน์หรือค่าผ่อนรถมาลดหย่อนภาษี ซึ่งจะเป็นการช่วยเหลือกลุ่มผู้มีกำลังซื้อโดยตรง หรืออาจพิจารณามาตรการช่วยเหลือในกลุ่มรถกระบะ ซึ่งเป็นเซกเมนต์ขนาดใหญ่
สำหรับตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) คุณณรงค์ประเมินยอดขายปี 2026 ว่าจะอยู่ในช่วงตัวเลข 5 หลักปลาย ๆ จากที่เคยมั่นใจว่าปีที่แล้วจะแตะหลักแสนได้ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากปี 2026 เป็นปีสุดท้ายสำหรับมาตรการ EV 3.5 อาจทำให้เห็นการเติบโตในช่วงปลายปี โดยมีปัจจัยกระตุ้นจากหลายด้าน
เรื่องของสงครามราคา คุณณรงค์มองว่าเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่คาดว่าความรุนแรงจะลดลงในปีนี้ เนื่องจากแบรนด์ต่าง ๆ เริ่มปรับตำแหน่งราคากับการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ ซึ่งรถที่เคยมีราคาสูงก็จะมีการปรับราคาลงมาให้มีความเหมาะสมมากขึ้น
ขณะที่ลูกค้าในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเริ่มมองเห็นความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ได้ยากขึ้น การสร้างความแตกต่างจึงต้องเน้นไปที่การสร้างแบรนด์ (Branding) รวมถึงนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ ๆ ประกอบกับการสร้างความเชื่อมั่นในการบริการหลังการขาย
สำหรับแนวโน้มรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่หลายแบรนด์นิยมเปิดตัวรถเรือธงหรือรถที่ใช้ทำการตลาดหลักในกลุ่ม SUV นั้น เนื่องจากรถแบรนด์จีนที่นำเข้ามาจำหน่ายในไทยส่วนใหญ่เป็นการนำเข้าทั้งคัน และรถ SUV ก็เป็นที่นิยมสูงในประเทศจีน ประกอบกับรถอเนกประสงค์สามารถตอบสนองการใช้งานที่หลากหลาย จึงทำให้ได้รับความนิยมสูงจากผู้บริโภค
ด้านการสร้างการรับรู้แบรนด์จีลี่ คุณณรงค์กล่าวว่า แม้เพิ่งเข้ามาทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไทยไม่นาน แต่แบรนด์จีลี่เป็นที่รู้จักของลูกค้าในระดับหนึ่ง เป้าหมายของบริษัทคือการสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับแบรนด์ธนบุรีที่มีประวัติ 84 ปีในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย และบริษัทกำลังพิจารณาแผนการผลิตรถยนต์จีลี่ในประเทศ เนื่องจากโรงงานธนบุรีประกอบรถยนต์ (TAAP) มีความเชี่ยวชาญในการประกอบรถยนต์อยู่แล้ว
คุณวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองประธาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) ให้ข้อมูลว่า สัดส่วนตลาดรถยนต์ไฟฟ้าปี 2026 บริษัทประเมินว่าจะอยู่ที่ 15% หรือราว 7-8 หมื่นคันของตลาดรถยนต์นั่ง จากปี 2024 ที่ผ่านมาอยู่ที่ประมาณ 13% ส่วนสถานการณ์สงครามราคา บริษัทประเมินว่าจะทุเลาลงในปีนี้
สำหรับแผนงานของเกรท วอลล์ มอเตอร์ ปี 2025 บริษัทวางแผนเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่อย่างน้อย 5 รุ่น โดยเน้นการขยายรุ่นย่อยในกลุ่มเรือธง และให้ความสำคัญกับการเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน
คุณทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ให้ข้อมูลว่า สถานการณ์ตลาดรถกระบะในปี 2024 ยอดขายอยู่ที่ 1.63 แสนคัน และคาดการณ์ยอดขายปี 2026 ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้ยังไม่ได้รวมการประเมินจากนโยบายรัฐบาลในการค้ำประกันสินเชื่อรถกระบะ ในมาตรการ ‘กระบะพี่ มีคลังค้ำ’ เนื่องจากปัจจุบันมาตรการยังอยู่ระหว่างรอสรุปเงื่อนไขรายละเอียด
สำหรับแบรนด์อีซูซุ ตั้งเป้ายอดขายรวมปี 2026 อยู่ที่ 7.6 หมื่นคัน โดยบริษัทได้ปรับตัวตามสภาวะตลาดที่เกิดขึ้นเช่นเดียวกับผู้ผลิตรถยนต์อื่น ๆ โดยเฉพาะตลาดรถกระบะที่หดตัวจากปัญหาไฟแนนซ์ ซึ่งหากสถานการณ์ดังกล่าวเริ่มดีขึ้น ก็จะส่งผลดีต่อตลาดโดยรวม
การแข่งขันในตลาดและการสร้างความแตกต่าง
ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่มีการแข่งขันรุนแรง ผู้บริโภคมีตัวเลือกจากหลากหลายแบรนด์ ทำให้การสร้างความแตกต่างเป็นสิ่งสำคัญ แบรนด์ต่าง ๆ ต้องนำเสนอนวัตกรรมและ

