
อนาคตอสังหาริมทรัพย์ไทย 2025: กลยุทธ์ลักซ์ชัวรีและโอกาสจากภาคท่องเที่ยวขับเคลื่อนตลาด
ในยุคที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน แต่ก็ยังคงมีสัญญาณแห่งการเติบโตที่น่าจับตามอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ประกอบการรายใหญ่ที่สามารถปรับตัวและพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในฐานะผู้นำด้านการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร ได้เปิดเผยผลการวิเคราะห์ผลประกอบการของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประจำปี 2567 และแนวโน้มสำหรับปี 2565 ซึ่งชี้ให้เห็นถึงกลยุทธ์ที่สำคัญที่ช่วยให้ผู้ประกอบการประสบความสำเร็จ ท่ามกลางสภาวะตลาดที่ผันผวน
ภาพรวมผลประกอบการผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ ปี 2567
การวิเคราะห์ของ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เผยให้เห็นถึง 10 อันดับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ ที่มีรายได้สูงสุดในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยสามอันดับแรกที่โดดเด่นด้วยรายได้ที่แข็งแกร่ง ได้แก่ แสนสิริ, เอพี ไทยแลนด์ และ ศุภาลัย สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและศักยภาพของบริษัทเหล่านี้ในการบริหารจัดการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ แม้จะต้องเผชิญกับปัจจัยลบต่างๆ
แสนสิริ: ยืนหนึ่งด้วยรายได้รวม 39,205 ล้านบาท
แสนสิริ ยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำด้วยรายได้รวม 39,205 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากปีก่อนหน้า แม้กำไรสุทธิจะลดลงเล็กน้อย 13.3% มาอยู่ที่ 5,253 ล้านบาท แต่การเติบโตของรายได้บ่งชี้ถึงความสำเร็จของกลยุทธ์การปรับพอร์ตโฟลิโอให้มุ่งเน้นไปที่กลุ่มลูกค้าพรีเมียมและลักซ์ชัวรี รวมถึงการรุกขยายโครงการไปยังทำเลศักยภาพสูง โดยเฉพาะในเมืองท่องเที่ยวหลัก สัดส่วนยอดขายและยอดโอนของบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮมที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการเพิ่มขึ้นเล็กน้อยของคอนโดมิเนียม สะท้อนถึงการตอบรับที่ดีจากตลาดในหลากหลายรูปแบบผลิตภัณฑ์
เอพี ไทยแลนด์: รายได้รวม 37,460 ล้านบาท
เอพี ไทยแลนด์ ติดอันดับสองด้วยรายได้รวม 37,460 ล้านบาท แม้รายได้รวมจะลดลง 2.4% และกำไรสุทธิลดลง 17.1% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แต่กลุ่มสินค้าแนวราบ โดยเฉพาะบ้านแฝด ทาวน์โฮม และบ้านเดี่ยว ยังคงเป็นไฮไลท์สำคัญที่ได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในความต้องการของตลาดที่อยู่อาศัยแนวราบ
ศุภาลัย: รายได้รวม 31,985 ล้านบาท พร้อมกำไรสุทธิที่เติบโต
ศุภาลัย ก้าวขึ้นมาในอันดับที่สามด้วยรายได้รวม 31,985 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.4% และที่น่าสนใจคือ กำไรสุทธิเติบโตขึ้น 3.3% เป็น 6,190 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีในภาวะตลาดเช่นนี้ รายได้หลักมาจากโครงการแนวราบและคอนโดมิเนียมที่ครอบคลุมลูกค้าทุกเซ็กเมนต์ โดยเฉพาะทำเลกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญอย่างภูเก็ต ชลบุรี และเชียงใหม่ ที่สร้างยอดขายได้อย่างโดดเด่น
แลนด์แอนด์เฮ้าส์: รายได้รวม 28,151 ล้านบาท
แลนด์แอนด์เฮ้าส์ ทำรายได้รวม 28,151 ล้านบาท แม้รายได้และกำไรสุทธิจะลดลง 6.7% และ 26.6% ตามลำดับ แต่ยังคงเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีผลประกอบการแข็งแกร่ง
พฤกษา: รายได้รวม 20,996 ล้านบาท
พฤกษา เผชิญกับความท้าทาย โดยมีรายได้รวม 20,996 ล้านบาท ลดลง 19.7% และกำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 79.3% เหลือ 456 ล้านบาท ปัจจัยหลักมาจากสภาวะเศรษฐกิจและการอนุมัติสินเชื่อที่เข้มงวด โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าที่มีความเปราะบาง การปรับโปรโมชั่นในช่วงปลายปีเพื่อกระตุ้นยอดขายเป็นกลยุทธ์ที่จำเป็นในภาวะตลาดที่ยังไม่ฟื้นตัว
เอสซี แอสเสท: รายได้รวม 20,823 ล้านบาท
เอสซี แอสเสท ทำรายได้รวม 20,823 ล้านบาท ลดลง 15.2% และกำไรสุทธิลดลง 31.3% รายได้มาจากโครงการแนวราบและแนวสูง ขณะที่ธุรกิจเช่าและบริการ รวมถึงค่าที่ปรึกษาและการจัดการในกิจการร่วมค้า มีแนวโน้มเติบโตตามทิศทางของบริษัทในการขยายสู่ธุรกิจที่มีรายได้ประจำ
ออริจิ้น: รายได้รวม 11,985 ล้านบาท
ออริจิ้น มีรายได้รวม 11,985 ล้านบาท ลดลง 20.9% และกำไรสุทธิลดลง 61.3% แสดงถึงความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นในตลาด
แอสเซทไวส์: รายได้รวม 9,941 ล้านบาท เติบโตโดดเด่น
แอสเซทไวส์ ทำรายได้รวม 9,941 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างน่าประทับใจถึง 39.1% และกำไรสุทธิเติบโต 33.4% เป็น 1,457 ล้านบาท นับเป็นบริษัทที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง
ควอลิตี้เฮ้าส์: รายได้รวม 8,695 ล้านบาท
ควอลิตี้เฮ้าส์ มีรายได้รวม 8,695 ล้านบาท ลดลง 5.9% และกำไรสุทธิลดลง 14%
แอล.พี.เอ็น.: รายได้รวม 8,011 ล้านบาท
แอล.พี.เอ็น. มีรายได้รวม 8,011 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.6% แต่กำไรสุทธิลดลงอย่างมากถึง 69% มาอยู่ที่ 111 ล้านบาท
ปัจจัยขับเคลื่อนตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในปี 2565
สุวรรณี มหณรงค์ชัย รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า แม้ตลาดอสังหาริมทรัพย์จะเผชิญกับความท้าทาย แต่ยังมีโอกาสและแนวโน้มที่น่าสนใจ โดยเฉพาะการปรับตัวของผู้ประกอบการ การมุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าเฉพาะ และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับโครงการ หากผู้ประกอบการสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างแม่นยำ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยจะยังคงมีความหวังและโอกาสในการเติบโต
ตลาดลักซ์ชัวรี่ (Luxury Segment) ที่ยังคงแข็งแกร่ง
ตลาดระดับบนยังคงมีความต้องการสูงอย่างต่อเนื่อง ผู้ประกอบการสามารถปรับกลยุทธ์เพื่อตอบสนองกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูงได้ โดยเฉพาะการพัฒนาโครงการในพื้นที่ที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจ สอดคล้องกับการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนตลาดอสังหาริมทรัพย์ในภาพรวม การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์หรู (luxury real estate investment) ยังคงเป็นกลยุทธ์ที่น่าสนใจ
การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวส่งสัญญาณบวก
การกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างโอกาสในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะทำเลท่องเที่ยวสำคัญ เช่น ภูเก็ต, พัทยา, เชียงใหม่ และขอนแก่น ซึ่งยังคงมีความน่าสนใจสำหรับการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักผ่อน (resort property) และการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อการท่องเที่ยว (tourism property investment)
กลยุทธ์การปรับตัวของนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
การออกแบบโครงการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ รวมถึงการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในการพัฒนาโครงการ อาทิ เทรนด์ “Pet Friendly” ทั้งแนวราบและแนวสูง เป็นปัจจัยที่สร้างความแตกต่างและดึงดูดใจผู้บริโภค นอกจากนี้ คอนโดมิเนียมในเมืองและในแหล่งท่องเที่ยวอย่างภูเก็ตและพัทยา ยังคงมีโอกาสที่ดี โดยเฉพาะเมื่อผนวกกับบริการที่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับอสังหาริมทรัพย์ (value-added real estate services)
มาตรการภาครัฐและงานแสดงอสังหาริมทรัพย์: ปัจจัยสนับสนุนเพิ่มเติม
นอกจากแนวโน้มเชิงบวกข้างต้น ตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังได้รับแรงหนุนจากมาตรการภาครัฐ ล่าสุดธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นกำลังซื้อและเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อของผู้บริโภค การคาดการณ์ถึงความเป็นไปได้ที่ ธปท. อาจผ่อนคลายมาตรการ LTV (อัตราส่วนสินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน) โดยเฉพาะเงื่อนไขสำหรับผู้ซื้อบ้านราคาสูงกว่า 10 ล้านบาท หากมีการปรับลด LTV ในทุกระดับราคา จะช่วยกระตุ้นอุปสงค์ในตลาดได้อย่างมีนัยสำคัญในปี 2565
งานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 47 ซึ่งจะจัดขึ้นในเดือนมีนาคมนี้ คาดการณ์ว่าจะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนกว่า 6,000 ล้านบาท กลุ่มที่ได้รับความนิยมคือ บ้านเดี่ยวระดับกลาง อาคารชุด และทาวน์โฮม สะท้อนถึงพฤติกรรมการเลือกซื้อที่อยู่อาศัยที่เปลี่ยนไปตามภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งผู้ประกอบการทั้งรายเล็กและรายใหญ่จำเป็นต้องปรับตัวอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับกำลังซื้อในกลุ่มเซ็กเมนต์ที่มีศักยภาพ
โอกาสทองสำหรับนักลงทุนและผู้บริโภคในปี 2565
ปี 2565 ถือเป็นปีแห่งโอกาสสำหรับผู้ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยหรือต้องการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การจับตาดูผู้ประกอบการที่มุ่งเน้นตลาดลักซ์ชัวรี่ และทำเลท่องเที่ยวที่มีศักยภาพ จะเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ อย่าพลาดโอกาสในการศึกษาข้อมูลและวางแผนการลงทุนเพื่อคว้าผลตอบแทนที่ดีที่สุดในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย
ร่วมสำรวจโอกาสในการลงทุนและเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ที่ใช่สำหรับคุณในปี 2565 กับเรา!