
เจาะลึกตลาดรถยนต์ปี 2568: เทรนด์ยอดฮิต, รถยนต์ขายดี และอนาคตที่น่าจับตามอง
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของตลาดรถยนต์อยู่เสมอ แต่สำหรับปี 2568 นี้ เป็นปีที่น่าตื่นเต้นเป็นพิเศษ ด้วยความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วและหลากหลาย ตั้งแต่การมาถึงของเทคโนโลยีใหม่ๆ ไปจนถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่ปรับเปลี่ยนไป บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจภาพรวมของตลาดรถยนต์ทั่วโลก โดยเฉพาะ แนวโน้มรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่กำลังเป็นที่จับตามองอย่างมาก รวมถึงเจาะลึกตลาดสำคัญอย่างเวียดนามและสหรัฐอเมริกา เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกการเคลื่อนไหวที่สำคัญ
ตลาดเวียดนาม: ความคึกคักที่ไม่หยุดนิ่ง แม้มีปัจจัยท้าทาย
เริ่มที่ตลาดเวียดนาม ตลาดรถยนต์ในเดือนกรกฎาคม 2568 ยังคงแสดงความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง แม้จะมียอดขายลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า แต่เมื่อมองภาพรวมตลอดทั้งปี การเติบโตยังคงเป็นไปในทิศทางบวก สมาคมผู้ผลิตรถยนต์แห่งเวียดนาม (VAMA) รายงานยอดขายรวม 31,739 คันในเดือนกรกฎาคม ลดลง 1% จากเดือนมิถุนายน แต่เพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า
เมื่อรวมยอดขายจาก VAMA, VinFast และ Hyundai Thanh Cong ตัวเลขรวมอยู่ที่ 46,722 คัน ซึ่งลดลงกว่า 2% จากเดือนก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม ในกลุ่ม รถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) การเปลี่ยนแปลงอันดับรถยนต์ขายดีมีความน่าสนใจอย่างยิ่ง
Ford Ranger สร้างความประหลาดใจด้วยการขึ้นนำในกลุ่มรถยนต์สันดาปภายใน ด้วยยอดขาย 1,598 คัน เพิ่มขึ้น 14% เมื่อเทียบกับเดือนมิถุนายน ทำให้ยอดขายสะสมตลอดปี 2025 อยู่ที่ 9,383 คัน ความสำเร็จนี้ส่งให้ Mitsubishi Xpander แชมป์เก่าในเดือนก่อนหน้า ร่วงไปอยู่อันดับสาม
Mazda CX-5 ยังคงรักษาความนิยมไว้อย่างเหนียวแน่น ด้วยยอดขาย 1,586 คัน เพิ่มขึ้น 86 คันในช่วงเดือนกรกฎาคม ส่งผลให้ยอดขายสะสม 7 เดือนแรกอยู่ที่ 8,970 คัน ปัจจัยสำคัญคือ นโยบายพิเศษและส่วนลดจากผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่าย
ขณะที่ Mitsubishi Xpander มียอดขาย 1,553 คันในเดือนกรกฎาคม ลดลง 171 คัน เมื่อเทียบกับเดือนมิถุนายน ทำให้เสียตำแหน่งผู้นำไป การแข่งขันที่เพิ่มสูงขึ้นทำให้โมเมนตัมยอดขายของ Xpander ไม่ได้เติบโตอย่างแข็งแกร่งเท่าปีก่อนๆ
Toyota Yaris Cross ยังคงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในตลาดครอสโอเวอร์ขนาดเล็ก (B-segment) โดยมียอดขาย 1,259 คัน เพิ่มขึ้น 109 คัน และเป็นการติดอันดับ Top 10 ติดต่อกันเป็นเดือนที่ห้า
Toyota Vios ก็ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยมียอดขาย 1,213 คัน เพิ่มขึ้น 154 คันในเดือนกรกฎาคม นโยบายส่วนลดค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน 50% ของ Toyota Vietnam ยังคงเป็นจุดแข็งสำคัญ
Mitsubishi Xforce อีกหนึ่งรุ่นจาก Mitsubishi ที่ติดอันดับ โดยมียอดขาย 1,185 คัน แม้จะลดลง 246 คันเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า แต่ดีไซน์ที่ทันสมัย ฟีเจอร์ทางเทคโนโลยี และราคาที่เข้าถึงได้ ยังคงเป็นจุดดึงดูดลูกค้า
Honda City กลับมาติด Top 10 อีกครั้ง ด้วยยอดขาย 1,181 คัน เพิ่มขึ้นถึง 862 คัน เมื่อเทียบกับเดือนมิถุนายน ถือเป็นรถ Honda เพียงรุ่นเดียวที่ติดอันดับนี้ ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากนโยบายลดค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนและโปรโมชั่นต่างๆ
Ford Everest รถ SUV 7 ที่นั่ง มียอดขาย 1,089 คันในเดือนกรกฎาคม ลดลงเล็กน้อย 33 คัน ยอดขายสะสม 7 เดือนแรกอยู่ที่ 6,223 คัน และยังคงเป็น SUV 7 ที่นั่งเพียงรุ่นเดียวที่ติดอันดับรถยนต์ขายดีในเดือนนี้
Ford Territory มียอดขายลดลงเป็นเดือนที่สองติดต่อกัน โดยมียอดส่งมอบ 925 คัน แต่การเปิดตัวรุ่นใหม่ในเดือนสิงหาคม 2568 คาดว่าจะกระตุ้นยอดขายในเดือนถัดไป
Toyota Corolla Cross เป็นรถ Toyota รุ่นที่สามที่ปรากฏในรายชื่อนี้ ด้วยยอดขาย 841 คัน เพิ่มขึ้น 35 คันจากเดือนก่อนหน้า และยังคงรักษาระดับการขายที่ค่อนข้างคงที่
เมื่อมองไปที่ รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในเวียดนาม VinFast ยังคงเป็นผู้เล่นหลักที่น่าจับตา
VinFast VF5 ยังคงครองอันดับหนึ่งในตลาด EV เป็นเดือนที่สองติดต่อกัน ด้วยยอดขาย 3,731 คันในเดือนเมษายน 2568 แม้จะลดลงเล็กน้อย 15% แต่ยังคงรักษาตำแหน่งสูงสุดไว้ได้ ยอดขายสะสมตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่ 14,520 คัน
VinFast VF3 รถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก มียอดขาย 2,378 คันในเดือนเมษายน ลดลง 35.7% แต่ยังคงอยู่ในอันดับที่สอง ยอดขายสะสม 4 เดือนแรกอยู่ที่ 15,466 คัน ซึ่งเป็นยอดขายสูงสุดในกลุ่มผลิตภัณฑ์ของ VinFast
ตรงกันข้าม VinFast VF6 มียอดขายพุ่งสูงถึง 1,763 คันในเดือนเมษายน เพิ่มขึ้น 60% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ด้วยการออกแบบ ฟีเจอร์ และสมรรถนะที่น่าประทับใจ ทำให้ VF6 เป็นที่ต้องการสำหรับผู้ใช้งานส่วนตัวและครอบครัว
ตลาดสหรัฐอเมริกา: การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรถยนต์ไฟฟ้า
ข้ามมาที่ตลาดสหรัฐอเมริกา การประกาศยกเลิกมาตรการเครดิตภาษีรถ EV ของรัฐบาลทรัมป์ ได้จุดกระแสการแห่ซื้อครั้งสุดท้าย ส่งผลให้ยอดขาย EV ทำลายสถิติใหม่
จากข้อมูลของ Kelley Blue Book ยอดขาย EV ในสหรัฐฯ ในไตรมาสที่สามของปี 2568 พุ่งสูงถึง 438,487 คัน เพิ่มขึ้น 40.7% จากไตรมาสก่อนหน้า และ 29.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ทำลายสถิติเดิมของไตรมาส 4 ปี 2024 ไปเกือบ 20%
ส่วนแบ่งตลาดของ EV ก็ทำสถิติสูงสุดใหม่ อยู่ที่ 10.5% ของยอดขายรถยนต์ทั้งหมด เพิ่มขึ้นจาก 8.6% ในปีก่อนหน้า
10 อันดับรถยนต์ไฟฟ้าขายดีที่สุดในสหรัฐอเมริกา (Q3 2025)
Tesla Model Y: 114,897 คัน (+29% YoY)
Tesla Model 3: 53,857 คัน (-7.8% YoY)
Chevrolet Equinox EV: 25,085 คัน (+156.7%)
Hyundai Ioniq 5: 21,999 คัน
Honda Prologue: 20,236 คัน
Ford Mustang Mach-E: 20,177 คัน
VW ID.4: 12,470 คัน
Audi Q6 e-tron: 10,299 คัน
Ford F-150 Lightning: 10,005 คัน
Rivian R1S: 8,184 คัน
Tesla ยังคงครองตำแหน่งผู้นำด้วย Model Y และ Model 3 แต่ส่วนแบ่งตลาดรวมของ Tesla ลดลงจาก 49% เป็น 41% แสดงให้เห็นถึงการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นจากคู่แข่ง
Chevrolet Equinox EV เป็นรถนอกค่าย Tesla ที่ทำผลงานได้ดีที่สุดในไตรมาสนี้ ด้วยยอดขายที่พุ่งสูงกว่า 156.7%
สิ่งที่น่าจับตาคือ Audi Q6 e-tron ซึ่งเป็นรถ SUV พรีเมียมราคาแพง สามารถทำยอดขายได้สูงถึง 10,299 คัน แซงหน้า Ford F-150 Lightning ไปได้
อย่างไรก็ตาม ตลาด EV ยังคงกระจุกตัวอยู่กับรถรุ่นขายดีเพียงไม่กี่รุ่น โดยมีน้อยกว่า 10 รุ่นที่ทำยอดขายได้เกิน 10,000 คันในไตรมาสนี้
แบรนด์ที่มียอดขายรถยนต์ไฟฟ้าดีที่สุดเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา (รวมทุกรุ่น)
Tesla: 451,160 คัน (ส่วนแบ่งตลาด 41%)
Chevrolet: 87,137 คัน (+113%)
Ford: 69,600 คัน (+2.8%)
Hyundai: 57,167 คัน (+31.1%)
แนวโน้มอนาคต: สู่ยุคแห่งความยั่งยืนและนวัตกรรม
นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าตลาด EV อาจจะชะลอตัวลงชั่วคราวในช่วงปลายปี 2568 ถึงต้นปี 2569 เนื่องจากมาตรการ เครดิตภาษีรถ EV ของรัฐบาลกลางได้หมดอายุลง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นการซื้อในช่วงที่ผ่านมา ผู้เชี่ยวชาญมองว่านี่คือ “ช่วงเวลาที่ต้องถอดล้อช่วยฝึกออก” และการหมดอายุของมาตรการจูงใจนี้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ หลังจากนี้ การเติบโตของยอดขาย EV จะกลับมาทรงตัวและเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาวแทน
ปัจจัยอื่นๆ ที่มีอิทธิพลต่อตลาดรถยนต์ในปี 2568 และปีต่อๆ ไป ได้แก่:
เทคโนโลยีแบตเตอรี่: การพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ชาร์จเร็วขึ้น และมีราคาถูกลง จะเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของ EV
โครงสร้างพื้นฐานการชาร์จ: การขยายเครือข่ายสถานีชาร์จให้ครอบคลุมและสะดวกสบายมากขึ้น เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ใช้งาน EV
นโยบายภาครัฐ: มาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ เช่น เงินอุดหนุน, การลดหย่อนภาษี, และการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน จะยังคงมีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางตลาด
ความหลากหลายของผลิตภัณฑ์: ผู้ผลิตรถยนต์จะยังคงนำเสนอ รถยนต์ไฟฟ้าหลากหลายประเภท ตั้งแต่รถยนต์นั่งขนาดเล็ก, SUV, ไปจนถึงรถกระบะ เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค
การแข่งขันที่รุนแรง: ตลาดรถยนต์จะมีการแข่งขันที่สูงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในกลุ่ม EV ผู้ผลิตจะต้องนำเสนอนวัตกรรมและคุณค่าที่โดดเด่นเพื่อครองใจผู้บริโภค
ความยั่งยืน: ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับความยั่งยืนมากขึ้น รถยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีกระบวนการผลิตที่รับผิดชอบต่อสังคม จะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในวงการ ผมเชื่อว่าปี 2568 เป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ เป็นช่วงเวลาแห่งการปรับตัวและการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ การทำความเข้าใจ แนวโน้มตลาดรถยนต์, รถยนต์ไฟฟ้า (EV), และ กลยุทธ์การขายรถ จะช่วยให้คุณสามารถตัดสินใจลงทุน หรือเลือกซื้อรถยนต์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของคุณได้อย่างชาญฉลาด
หากคุณกำลังมองหารถยนต์ที่ใช่ หรือต้องการทราบข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมเกี่ยวกับตลาดรถยนต์ปัจจุบัน และต้องการวางแผนการตัดสินใจเกี่ยวกับยานพาหนะของคุณ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อรถยนต์ใหม่, การเลือกซื้อรถยนต์มือสอง, หรือแม้แต่การทำความเข้าใจเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่าลังเลที่จะศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญในด้านนี้ เพื่อให้คุณก้าวไปพร้อมกับโลกยานยนต์ที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้