
ประเทศไทย ก้าวสู่ยุคทองของยานยนต์ไฟฟ้า: โอกาสทองของผู้ผลิตแบตเตอรี่ EV ระดับโลก
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในอุตสาหกรรมยานยนต์มายาวนานกว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในตลาดรถยนต์ทั่วโลก และขณะนี้ประเทศไทยกำลังยืนอยู่บนจุดเปลี่ยนสำคัญ สู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตและพัฒนายานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในภูมิภาค ความสำเร็จของมาตรการสนับสนุน ยานยนต์ไฟฟ้า จากคณะกรรมการยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ดอีวี) ในช่วงที่ผ่านมา ได้จุดประกายให้ตลาดยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การจดทะเบียนยานยนต์ไฟฟ้าใหม่ที่พุ่งสูงขึ้นถึง 260% ในปี 2565 เป็นเครื่องยืนยันถึงศักยภาพอันมหาศาลนี้
สิ่งที่น่าตื่นเต้นยิ่งกว่า คือ การที่ภาครัฐได้วางนโยบายส่งเสริมการผลิต รถยนต์ไฟฟ้า อย่างจริงจังและชัดเจน ส่งผลให้ผู้ผลิตแบตเตอรี่ EV ชั้นนำระดับโลกจำนวนมาก กำลังแสดงความสนใจอย่างยิ่งที่จะเข้ามาลงทุนตั้งโรงงานผลิตแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ในประเทศไทย
การเจรจาที่ทรงอิทธิพล: 3 ยักษ์ใหญ่แบตเตอรี่ EV สู่การลงทุนในไทย
ปัจจุบัน ภาครัฐของไทยกำลังอยู่ในระหว่างการเจรจาขั้นสูงกับผู้ผลิตแบตเตอรี่ EV ชั้นนำของโลก อย่างน้อย 3 ราย ซึ่งได้แสดงเจตจำนงในการเข้ามาลงทุนผลิตแบตเตอรี่ระดับเซลล์ในประเทศไทย ข้อมูลสำคัญนี้ได้ถูกนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ดอีวี) เพื่อประกอบการพิจารณาจัดทำมาตรการส่งเสริมการลงทุนที่เหมาะสม มาดูรายละเอียดของผู้เล่นสำคัญเหล่านี้กัน:
Contemporary Amperex Technology (CATL): ผู้ผลิตแบตเตอรี่ EV สัญชาติจีน ที่ครองตำแหน่งผู้นำตลาดโลก ด้วยส่วนแบ่งการตลาดสูงถึง 34% CATL เป็นที่ไว้วางใจของแบรนด์รถยนต์ชั้นนำระดับโลกมากมาย อาทิ BMW, Honda, Toyota, Volkswagen, Peugeot, Volvo รวมถึงโรงงาน Tesla ในเซี่ยงไฮ้ การก้าวขึ้นสู่ความเป็นเบอร์หนึ่งภายในเวลาไม่ถึงทศวรรษ หลังจากก่อตั้งในปี 2011 สะท้อนถึงวิสัยทัศน์และความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับนโยบายสนับสนุน รถยนต์ไฟฟ้า ของรัฐบาลจีนได้อย่างยอดเยี่ยม โดยในปีที่ผ่านมา CATL มีกำลังการผลิตแบตเตอรี่สูงถึง 70.9 GWh
BYD: ไม่เพียงแต่เป็นผู้ผลิต รถยนต์ไฟฟ้า ที่ประสบความสำเร็จ BYD ยังเป็นผู้บุกเบิกเทคโนโลยีแบตเตอรี่ Blade Battery อันเป็นนวัตกรรมแบตเตอรี่รูปทรงใบมีด ที่มอบประสิทธิภาพด้านการระบายความร้อนและการกักเก็บพลังงานที่เหนือกว่า แบตเตอรี่ Blade Battery ของ BYD ครองส่วนแบ่งตลาดโลกที่ 12% รั้งอันดับ 3 ของโลก ผลิตเพื่อป้อนให้กับแบรนด์ BYD เอง รวมถึงแบรนด์ชั้นนำอย่าง Ford และ Tesla ในประเทศจีน ด้วยกำลังการผลิต 35 GWh จากโรงงาน 11 แห่งทั่วประเทศจีน การมีนักลงทุนระดับโลกอย่าง Warren Buffett ถือหุ้นอยู่ ยิ่งตอกย้ำถึงศักยภาพและความน่าเชื่อถือของ BYD
SVOLT: บริษัทในเครือ Great Wall Motor (GWM) รายนี้ กำลังก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นสำคัญในตลาดแบตเตอรี่ EV โดยสามารถขยับขึ้นมาติดอันดับ 10 ผู้ผลิตแบตเตอรี่ของโลก ด้วยส่วนแบ่งตลาด 1.3% และกำลังการผลิต 2.6 GWh SVOLT มีฐานการผลิตหลักอยู่ที่ฉางโจว ประเทศจีน และสำนักงานภูมิภาคที่แฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี กลุ่มลูกค้าหลักของ SVOLT ครอบคลุมแบรนด์รถยนต์จีนชั้นนำ เช่น GWM, Geely, Leapmotor, Dongfeng, Voyah, Seres, Hozon Auto และ Xpeng
แรงดึงดูดสู่ประเทศไทย: โอกาสสำหรับห่วงโซ่อุปทาน EV
นายกฤษฎา อุตตโมทย์ นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ได้ให้มุมมองที่น่าสนใจว่า สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ได้มีการหารือกับผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง และการที่ CATL ผู้ผลิตแบตเตอรี่ EV อันดับ 1 ของโลก ได้เข้ามาหารือถึงมาตรการส่งเสริมการลงทุน ยิ่งสะท้อนให้เห็นว่า มาตรการต่างๆ ที่ภาครัฐวางไว้กำลังมีทิศทางที่ถูกต้อง
การที่ประเทศไทยมุ่งมั่นสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิต ยานยนต์ไฟฟ้า ในภูมิภาคอย่างชัดเจน ได้ส่งผลให้บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ EV หลายราย ตัดสินใจเข้ามาลงทุนผลิตในประเทศไทย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ดึงดูดผู้ผลิตแบตเตอรี่ EV เข้ามาเช่นกัน การเข้ามาของ ผู้ผลิตแบตเตอรี่ EV ในประเทศไทย มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างมูลค่าเพิ่มในห่วงโซ่อุปทาน (value chain) ของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า หากต้องพึ่งพาการนำเข้าแบตเตอรี่ในช่วงแรก จะทำให้มูลค่าทางเศรษฐกิจส่วนใหญ่ตกอยู่กับต่างประเทศ
นอกจากนี้ ดีมานด์ที่เพิ่มขึ้นจากผู้ผลิตรถยนต์ EV ที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทย เช่น Changan Automobile ซึ่งมีแนวโน้มที่จะเพิ่มกำลังการผลิต EV ในประเทศ ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้ผลิตแบตเตอรี่ EV สนใจเข้ามาลงทุน
มาตรการส่งเสริมและการเตรียมความพร้อม: ก้าวต่อไปสู่อุตสาหกรรม EV ที่แข็งแกร่ง
แม้ว่ามาตรการสนับสนุนการลงทุนตั้งโรงงานผลิตแบตเตอรี่ EV จะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นและต้องรอการพิจารณาจากคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ แต่คาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจลงทุนของผู้ผลิตชั้นนำเหล่านี้มากนัก เนื่องจากกระบวนการเจรจายังคงดำเนินต่อไป และภาครัฐกำลังเร่งดำเนินการ
นอกเหนือจากมาตรการสนับสนุนการลงทุนแล้ว ยังมีประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณาควบคู่กันไป ได้แก่
โครงสร้างพื้นฐานด้านสถานีชาร์จ: การมีสถานีชาร์จที่เพียงพอต่อการใช้งานที่เพิ่มขึ้นในอนาคตเป็นสิ่งจำเป็น ปัจจุบันสัดส่วนอยู่ที่ 1 หัวชาร์จ ต่อรถ 16 คัน ซึ่งต้องมีการขยายเครือข่ายให้ครอบคลุมและสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น
การถ่ายทอดเทคโนโลยีและการพัฒนาบุคลากร: การส่งเสริมการถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้ให้แก่นักเรียน นักศึกษา โดยเฉพาะในสถาบันอาชีวศึกษา จะเป็นรากฐานสำคัญในการผลิตบุคลากรที่มีทักษะในการซ่อมบำรุง การดูแลรักษา และการพัฒนายานยนต์ไฟฟ้า เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมในระยะยาว
การจัดการแบตเตอรี่ใช้แล้ว: การวางแผนและพัฒนาระบบการกำจัดของเสียจากแบตเตอรี่ที่หมดอายุการใช้งานและชิ้นส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบ รัดกุม และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เป็นอีกหนึ่งความท้าทายที่ต้องเร่งดำเนินการ
ภาพรวมตลาด EV ทั่วโลกและเทรนด์ปี 2567-2568
การเติบโตของตลาดยานยนต์ไฟฟ้าไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในประเทศไทย จากข้อมูลในยุโรป รายงานจาก CleanTechnica ชี้ให้เห็นถึงยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าแบบ Plug-in ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในเดือนพฤศจิกายน 2020 มีการขายได้ถึง 166,000 คัน หรือเติบโต 198% เมื่อเทียบกับปี 2019 ส่งผลให้ยอดขายรวมตลอดปี 2020 เกิน 1 ล้านคัน คิดเป็นกว่า 10% ของตลาดรถยนต์ทั้งหมด
โมเดลที่ได้รับความนิยมในยุโรป ได้แก่ Renault Zoe, Volkswagen ID.3, Hyundai Kona EV, Tesla Model 3 และ Mercedes A250e ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายของ รถยนต์ไฟฟ้า ที่ตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกันของผู้บริโภค
ในส่วนของประเทศไทย ย้อนกลับไปในปี 2560 ตลาดรถยนต์เริ่มมีสัญญาณฟื้นตัว ควบคู่ไปกับกระแสความนิยมในรถยนต์ SUV และ Crossover SUV ทั่วโลก ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2558-2559 โดยเฉพาะในยุโรป ตลาด B-SUV มียอดขายสูงถึง 1.1 ล้านคันต่อปี และคาดว่าจะพุ่งสูงถึง 2 ล้านคันต่อปีภายในปี 2563
ที่สำคัญคือ ความเชื่อมั่นใน รถยนต์พลังงานไฟฟ้า ทั้ง Hybrid, Plug-in Hybrid และ EV (Electric Vehicle) โดยสมบูรณ์ ได้รับการยอมรับจากสื่อมวลชน ผู้นำทางความคิด และผู้นำธุรกิจทั่วโลก ซึ่งสอดคล้องกับการพัฒนาเทคโนโลยี รถยนต์ขับขี่อัตโนมัติ (Autonomous Drive) และระบบ AI ที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญกับรถยนต์ตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นไป
โอกาสและความท้าทายสำหรับผู้ผลิตแบตเตอรี่ EV ในไทย
การเข้ามาลงทุนของผู้ผลิตแบตเตอรี่ EV ชั้นนำ ไม่เพียงแต่จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคแห่ง ยานยนต์ไฟฟ้า อย่างเต็มรูปแบบ การเข้ามาของเทคโนโลยีการผลิตแบตเตอรี่ขั้นสูง จะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในระดับภูมิภาคและระดับโลก
สำหรับผู้ผลิตแบตเตอรี่ EV การเข้ามาลงทุนในประเทศไทยในช่วงเวลานี้ ถือเป็น โอกาสทอง ที่จะได้เข้าถึงตลาดที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว มีนโยบายสนับสนุนที่ชัดเจน และที่สำคัญคือ การได้เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าที่สมบูรณ์แบบในภูมิภาค
อย่างไรก็ตาม ผู้ผลิตแบตเตอรี่ EV ควรพิจารณาถึงปัจจัยสำคัญอื่นๆ ประกอบด้วย เช่น การหาพันธมิตรท้องถิ่นที่มีศักยภาพ การพัฒนาห่วงโซ่อุปทานวัตถุดิบที่จำเป็น และการสร้างความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาเพื่อพัฒนาบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ
ก้าวต่อไป: ร่วมสร้างอนาคตแห่งยานยนต์ไฟฟ้าไทย
ประเทศไทยมีศักยภาพและความพร้อมที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า การเข้ามาลงทุนของผู้ผลิตแบตเตอรี่ EV ชั้นนำระดับโลก ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยเร่งให้เป้าหมายนี้เป็นจริง การสนับสนุนจากภาครัฐ มาตรการส่งเสริมที่ชัดเจน และการเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน จะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ประเทศไทยสามารถดึงดูดการลงทุน สร้างงาน และยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้ก้าวไปสู่ระดับสากล
หากคุณคือผู้ผลิตแบตเตอรี่ EV ที่กำลังมองหาโอกาสในการขยายธุรกิจ หรือเป็นนักลงทุนที่สนใจในศักยภาพของตลาด รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย นี่คือช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการศึกษาข้อมูลเชิงลึกและวางแผนการลงทุนของคุณ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนอนาคตแห่งการเดินทางที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน