
วงการอสังหาฯ ครึ่งปีแรก 2568: ‘แสนสิริ’ ผู้นำจำนวนยูนิต ‘เอพี’ นำมูลค่าโครงการ ‘เมเจอร์’ ทะยานสุดหน่วยละ 101 ล้าน
กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2568 ยังคงเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจ แต่ก็ยังมีสัญญาณการเติบโตที่น่าสนใจในกลุ่มผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งเป็นศูนย์กลางของตลาดนี้ ข้อมูลล่าสุดจากการสำรวจของศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย AREA โดย ดร.โสภณ พรโชคชัย ได้เผยให้เห็นภาพรวมของการเปิดตัวโครงการใหม่ทั้งบ้านแนวราบและคอนโดมิเนียม ซึ่งชี้ให้เห็นถึงการกระจุกตัวของส่วนแบ่งตลาดในกลุ่มผู้เล่นหลัก และทิศทางของราคาอสังหาริมทรัพย์ที่ยังคงปรับตัวสูงขึ้น
ภาพรวมตลาด: ท็อป 10 ครองส่วนแบ่ง 71%
การสำรวจข้อมูลการเปิดตัวโครงการใหม่ในช่วงครึ่งปีแรก 2568 (มกราคม-มิถุนายน) ในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑล พบว่า ตลาดโดยรวมมีการเปิดตัวโครงการใหม่รวมทั้งสิ้น 15,452 หน่วย คิดเป็นมูลค่าโครงการรวม 110,820 ล้านบาท หรือมีราคาเฉลี่ยต่อหน่วยอยู่ที่ 7.172 ล้านบาท ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นถึงภาวะที่ราคายังคงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับช่วงที่เศรษฐกิจมีความเติบโตที่ดี แม้ในภาวะที่กำลังซื้อของผู้บริโภคโดยรวมอาจลดลง แต่ตลาดบนที่ราคา 7-10 ล้านบาทขึ้นไป ยังคงสามารถซื้อขายและโอนกรรมสิทธิ์ได้อย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ตลาดแมส (Mass Market) ที่มีราคาประมาณ 3-5 ล้านบาท อาจเผชิญกับความท้าทายในการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน
สิ่งที่น่าสนใจคือ การกระจุกตัวของตลาดในกลุ่มผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ พบว่า 10 บริษัทชั้นนำสามารถครองส่วนแบ่งการตลาดไปได้มากถึง 67% ในแง่ของจำนวนหน่วยที่เปิดตัวใหม่ และสูงถึง 71% ในแง่ของมูลค่าโครงการใหม่ นี่แสดงให้เห็นถึงอำนาจทางการตลาดที่แข็งแกร่งของกลุ่มบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งมีศักยภาพในการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่และมีความหลากหลาย
หน่วยเปิดตัวใหม่: ‘แสนสิริ’ นำทัพ
ในด้านจำนวนหน่วยเปิดตัวใหม่ในช่วงครึ่งปีแรก 2568 บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กลายเป็นผู้นำอันดับหนึ่ง โดยเปิดตัวโครงการใหม่ทั้งสิ้น 1,847 หน่วย คิดเป็นสัดส่วน 12% ของจำนวนหน่วยเปิดขายใหม่ทั้งหมดในตลาดกรุงเทพฯ-ปริมณฑล บริษัทได้พัฒนาโครงการใหม่ 7 โครงการ รวมมูลค่า 10,519 ล้านบาท โดยมีราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยอยู่ที่ 5.695 ล้านบาท
ตามมาด้วยบริษัทชั้นนำอื่นๆ ที่ติดอันดับ Top 5 ในด้านจำนวนหน่วยเปิดตัวใหม่ ประกอบด้วย:
บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน): 1,661 หน่วย
บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน): 1,355 หน่วย
บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด: 929 หน่วย
บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน): 875 หน่วย
ตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า แม้ตลาดโดยรวมจะมีการเปิดตัวลดลงเกือบครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แต่ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ยังคงเดินหน้าขยายการลงทุนและนำเสนอโครงการใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดในแต่ละเซกเมนต์
มูลค่าโครงการใหม่: ‘เอพี (ไทยแลนด์)’ ครองอันดับหนึ่ง
ในมิติของมูลค่าโครงการที่เปิดตัวใหม่ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ขึ้นแท่นเป็นผู้นำ โดยมีมูลค่าการเปิดขายโครงการใหม่สูงถึง 21,085 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 19% ของมูลค่าตลาดรวมทั้งหมด (110,820 ล้านบาท) การเปิดตัวโครงการมูลค่าสูงนี้ แม้จะพัฒนาจำนวน 1,661 หน่วย แต่ส่งผลให้มีราคาเฉลี่ยต่อหน่วยอยู่ที่ 12.694 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าราคาเฉลี่ยของตลาดโดยรวม
บริษัทที่ตามมาในกลุ่ม Top 5 ด้านมูลค่าโครงการเปิดขายใหม่ ได้แก่:
บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน): 10,519 ล้านบาท
บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน): 10,362 ล้านบาท
บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน): 8,230 ล้านบาท
บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน): 8,230 ล้านบาท
การที่ AP (Thailand) สามารถครองอันดับหนึ่งด้านมูลค่าโครงการใหม่ สะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์การพัฒนาโครงการที่เน้นมูลค่าสูง หรือการเปิดตัวโครงการในทำเลที่มีราคาสูง รวมถึงการมีส่วนผสมของโครงการที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้ดี สอดคล้องกับแนวโน้มที่ตลาดบนยังคงมีความแข็งแกร่ง
ราคาสุดปัง: ‘เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์’ ทะยาน 101.3 ล้านบาทต่อหน่วย
ไฮไลท์ที่น่าจับตาอย่างยิ่งในช่วงครึ่งปีแรก 2568 คือ ราคาเฉลี่ยต่อหน่วย ของโครงการที่เปิดตัวใหม่ ซึ่งมีแนวโน้มที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แสดงให้เห็นถึงการขยายตัวของตลาดระดับบน (Ultra-Luxury) และกลุ่มเศรษฐี (High-Net-Worth Individuals)
บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) สร้างความฮือฮาด้วยการเปิดตัวโครงการใหม่เพียง 1 โครงการ จำนวน 45 หน่วย แต่มีมูลค่ารวมสูงถึง 4,559 ล้านบาท ส่งผลให้ราคาเฉลี่ยต่อหน่วยของโครงการนี้พุ่งสูงถึง 101.3 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในบรรดาโครงการที่เปิดตัวในช่วงดังกล่าว
ขณะที่ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ก็มีการพัฒนาโครงการที่เน้นราคาเฉลี่ยสูงสุดใน 10 อันดับแรก โดยมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 20.627 ล้านบาท
นอกจากนี้ บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับบนมาอย่างต่อเนื่อง ก็ยังคงรักษามาตรฐาน โดยมีราคาเฉลี่ยต่อหน่วยอยู่ที่ 11.843 ล้านบาทในปีนี้ ส่วนหนึ่งมาจากการเปิดตัวคอนโดมิเนียม
สิ่งที่น่าจับตาเป็นพิเศษในช่วงครึ่งปีหลัง 2568 คือ การเปิดตัวบ้านเดี่ยวในเซกเมนต์ Ultra-Luxury ภายใต้แบรนด์ “SONLE Residences” ซึ่งมีจำนวนจำกัดเพียง 5 หลัง แต่มีราคาขายต่อหลังสูงถึง 260-400 ล้านบาท ปรากฏการณ์นี้คาดว่าจะส่งผลให้ตลาดบ้านซูเปอร์หรูมีการแข่งขันด้านราคาเฉลี่ยต่อหน่วยที่สูงที่สุดในช่วงครึ่งปีหลัง สร้างความคึกคักและดึงดูดนักลงทุนในกลุ่มกำลังซื้อสูง
แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2568
จากข้อมูลของครึ่งปีแรก 2568 สามารถสรุปแนวโน้มสำคัญสำหรับตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในปี 2568 ดังนี้:
การกระจุกตัวของตลาด: ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ยังคงมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนตลาด โดยเฉพาะกลุ่มบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งมีศักยภาพในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและมีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่
การเติบโตของตลาดบน: แม้เศรษฐกิจโดยรวมจะเผชิญความท้าทาย แต่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับบน (Luxury Segment) และตลาดซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่ (Ultra-Luxury Segment) ยังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการที่ตั้งอยู่ในทำเลศักยภาพและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ราคาอสังหาริมทรัพย์มีแนวโน้มสูงขึ้น: ต้นทุนการก่อสร้าง ค่าที่ดินที่ปรับตัวสูงขึ้น และอุปสงค์จากกลุ่มกำลังซื้อสูง ยังคงเป็นปัจจัยผลักดันให้ราคาอสังหาริมทรัพย์โดยรวมยังคงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
การบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสินเชื่อ: ผู้บริโภคที่ต้องการซื้อบ้านหรือคอนโดมิเนียมในระดับราคา 3-5 ล้านบาท ควรให้ความสำคัญกับการวางแผนทางการเงินและการเตรียมเอกสารเพื่อขอสินเชื่อให้รอบคอบ เนื่องจากสถาบันการเงินอาจมีเกณฑ์การพิจารณาที่เข้มงวดขึ้น
นวัตกรรมและการพัฒนาที่ยั่งยืน: ผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จมักจะให้ความสำคัญกับการนำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ และการพัฒนาโครงการที่คำนึงถึงความยั่งยืน ซึ่งจะเป็นจุดแข็งในการแข่งขันและสร้างความแตกต่างในระยะยาว
ปี 2568 ยังคงเป็นปีที่น่าจับตาสำหรับวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแข่งขันในตลาดระดับบนที่ทวีความรุนแรงขึ้น หากท่านกำลังมองหาโอกาสในการลงทุน หรือต้องการทราบข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับตลาดอสังหาริมทรัพย์ในแต่ละเซกเมนต์ เพื่อประกอบการตัดสินใจ โปรดศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ท่านสามารถเลือกสรรการลงทุนที่เหมาะสมกับเป้าหมายและความต้องการของท่านได้อย่างเต็มที่