อสังหาริมทรัพย์ไทย 2568: เจาะลึกผู้นำตลาดเปิดตัวโครงการใหม่ ครึ่งปีแรก 2025
ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในช่วงครึ่งแรกปี 2568 แสดงให้เห็นถึงการกระจุกตัวของส่วนแบ่งตลาดที่ชัดเจนในกลุ่มผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ โดย 10 บริษัทชั้นนำสามารถครองส่วนแบ่งตลาดได้มากถึง 71% ของมูลค่าการลงทุนใหม่ และ 67% ของจำนวนหน่วยที่เปิดตัวใหม่ ซึ่งสะท้อนถึงความแข็งแกร่งและอิทธิพลของแบรนด์ยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรม
จากการสำรวจข้อมูลการเปิดตัวโครงการใหม่ ทั้งบ้านแนวราบ (บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮาส์) และคอนโดมิเนียมในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑล โดย ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย AREA เผยให้เห็นภาพรวมที่น่าสนใจของตลาดในปี 2568 นี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงมีความท้าทาย
การเปลี่ยนแปลงของกำลังซื้อและราคาที่อยู่อาศัย
ในยุคที่ภาวะเศรษฐกิจมีแนวโน้มส่งผลต่อกำลังซื้อโดยรวม พบว่าตลาดที่อยู่อาศัยราคา 3-5 ล้านบาท ซึ่งเคยเป็นตลาดแมส (Mass Market) ที่ได้รับความนิยม กำลังเผชิญกับปัญหาการอนุมัติสินเชื่อจากสถาบันการเงินที่เข้มงวดขึ้น ในขณะเดียวกัน ตลาดระดับบน (Upper Market) ที่มีราคาตั้งแต่ 7-10 ล้านบาทขึ้นไป กลับยังคงมีความต้องการซื้อและโอนกรรมสิทธิ์ได้อย่างต่อเนื่อง ปรากฏการณ์นี้ชี้ให้เห็นถึงการปรับตัวของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับมูลค่าและความมั่นคงในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะในเซ็กเมนต์ที่สะท้อนถึงฐานะทางการเงินที่มั่นคง
10 บริษัทชั้นนำครองส่วนแบ่งตลาดกว่า 70%
ข้อมูลจาก AREA ระบุว่า ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2568 (มกราคม-มิถุนายน) ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล มีการเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยใหม่รวมกันทั้งสิ้น 15,452 หน่วย มูลค่าโครงการรวม 110,820 ล้านบาท คิดเป็นราคาเฉลี่ยต่อหน่วยอยู่ที่ 7.172 ล้านบาท ซึ่งถือว่ามีราคาสูงขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงที่เศรษฐกิจเติบโตได้ดี
สิ่งที่น่าจับตามองคือ การกระจุกตัวของส่วนแบ่งตลาดในกลุ่มผู้ประกอบการรายใหญ่ที่เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดย 10 บริษัทชั้นนำสามารถครองส่วนแบ่งตลาดได้ถึง 71% ของมูลค่าการลงทุนใหม่ และ 67% ของจำนวนหน่วยที่เปิดตัวใหม่ สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของ “บิ๊กแบรนด์” ที่ยังคงสามารถรักษาความสามารถในการแข่งขันและขยายธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง
“แสนสิริ” นำทีมด้านจำนวนหน่วยเปิดขายใหม่
ในด้านจำนวนหน่วยที่เปิดตัวใหม่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ก้าวขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่ง โดยเปิดตัวโครงการใหม่รวมทั้งสิ้น 1,847 หน่วย คิดเป็นสัดส่วน 12% ของจำนวนหน่วยเปิดขายใหม่ทั้งหมด (15,452 หน่วย) มูลค่ารวมของโครงการที่เปิดตัวโดยแสนสิริอยู่ที่ 10,519 ล้านบาท จากการพัฒนา 7 โครงการใหม่ โดยมีราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยอยู่ที่ 5.695 ล้านบาท
ตามมาด้วยบริษัทชั้นนำอื่นๆ ใน 5 อันดับแรก ได้แก่:
บมจ. เอพี (ไทยแลนด์): 1,661 หน่วย
บมจ. แอสเซทไวส์: 1,355 หน่วย
บมจ. พฤกษา เรียลเอสเตท: 929 หน่วย
บมจ. เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น: 875 หน่วย
“เอพี (ไทยแลนด์)” ผงาดผู้นำด้านมูลค่าลงทุนใหม่
ในมิติของมูลค่าการลงทุนใหม่ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ขึ้นแท่นเป็นอันดับหนึ่ง โดยมีมูลค่าโครงการเปิดขายใหม่รวมสูงถึง 21,085 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 19% ของมูลค่าตลาดรวมทั้งหมด (110,820 ล้านบาท) แม้ว่าจำนวนหน่วยที่เปิดตัวโดยเอพี (ไทยแลนด์) จะอยู่ที่ 1,661 หน่วย แต่ด้วยการพัฒนาโครงการที่มีมูลค่าสูง ทำให้ราคาเฉลี่ยต่อหน่วยอยู่ที่ 12.694 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าราคาเฉลี่ยของตลาดรวม
บริษัทที่ตามมาใน 5 อันดับแรกด้านมูลค่าลงทุนใหม่ ได้แก่:
บมจ. แสนสิริ: 10,519 ล้านบาท
บมจ. เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น: 10,362 ล้านบาท
บมจ. แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์: 8,230 ล้านบาท
บมจ. ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้: 8,230 ล้านบาท
“เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์” เจ้าของราคาสูงสุดต่อหน่วย
สีสันที่โดดเด่นของการเปิดตัวโครงการใหม่ในช่วงครึ่งปีแรกปี 2568 คือ “มูลค่าเฉลี่ยต่อหน่วย” ที่สะท้อนถึงการเติบโตของตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับ Super Luxury และ Ultra Luxury
บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เป็นที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง แม้จะเปิดตัวเพียง 1 โครงการ จำนวน 45 หน่วย แต่มีมูลค่าโครงการรวมสูงถึง 4,559 ล้านบาท ส่งผลให้ราคาเฉลี่ยต่อหน่วยในโครงการนี้พุ่งสูงถึง 101.3 ล้านบาท
ในขณะที่ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) มีราคาขายเฉลี่ยสูงสุดในกลุ่ม 10 บริษัทแรกที่ 20.627 ล้านบาท
นอกจากนี้ บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ยังคงรักษามาตรฐานของการเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียมอย่างต่อเนื่อง โดยมีราคาเฉลี่ยต่อหน่วยอยู่ที่ 11.843 ล้านบาท จากการเปิดตัวคอนโดมิเนียม
สำหรับปรากฏการณ์ที่น่าจับตาเป็นพิเศษคือ การเปิดตัวบ้านในเซ็กเมนต์ Ultra Luxury ภายใต้แบรนด์ “SONLE Residences” ของ SC Asset ซึ่งมีจำนวนจำกัดเพียง 5 หลัง โดยมีราคาขายระหว่าง 260-400 ล้านบาทต่อหลัง คาดว่าการเปิดตัวโครงการระดับนี้จะส่งผลให้ตลาดบ้าน Super Luxury มีการแข่งขันด้านราคาเฉลี่ยต่อหน่วยที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2568 นี้
บทสรุปและแนวโน้มตลาด
ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2568 บ่งชี้ถึงการเติบโตที่แข็งแกร่งในกลุ่มผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ ซึ่งสามารถปรับตัวรับมือกับสภาวะเศรษฐกิจและเทรนด์ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ การมุ่งเน้นพัฒนาโครงการในเซ็กเมนต์ราคาสูงขึ้นและการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้ากำลังซื้อสูง เป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยให้บริษัทเหล่านี้ยังคงรักษาความเป็นผู้นำในตลาด
สำหรับนักลงทุนและผู้ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัย การทำความเข้าใจถึงทิศทางตลาด การกระจายตัวของส่วนแบ่งตลาด และกลยุทธ์ของผู้พัฒนาแต่ละราย จะเป็นกุญแจสำคัญในการตัดสินใจลงทุนที่มีประสิทธิภาพในสภาวะตลาดปัจจุบัน
หากท่านกำลังวางแผนการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือต้องการข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติม เพื่อให้การตัดสินใจของท่านมีประสิทธิภาพสูงสุด อย่าลังเลที่จะติดต่อผู้เชี่ยวชาญของเรา เพื่อรับคำปรึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลที่ตรงกับความต้องการของท่านมากที่สุด