GWM ประเทศไทย: ยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ชี้กลยุทธ์ Multi-Powertrains คือกุญแจสู่ความสำเร็จ
ในเดือนพฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา GWM (Great Wall Motor) ประเทศไทย ได้ประกาศความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ ด้วยการสร้า
งสถิติยอดขายรายเดือนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ด้วยตัวเลข 1,731 คัน ซึ่งนับเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง และแสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่ก้าวกระโดดของแบรนด์ในตลาดประเทศไทย
NEW GWM TANK 300 DIESEL: ม้ามืดที่พลิกเกม
ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนความสำเร็จครั้งนี้ คือการเปิดตัว NEW GWM TANK 300 DIESEL เข้าสู่ตลาดอย่างเป็นทางการ นายเวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) ได้เปิดเผยว่า ยอดขายในเดือนพฤษภาคม 2568 เติบโตขึ้นถึง 225% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า โดย NEW GWM TANK 300 DIESEL เพียงรุ่นเดียว สามารถทำยอดขายได้ถึง 877 คัน หรือคิดเป็นสัดส่วนกว่า 50% ของยอดขายทั้งหมด
“การปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจผ่านการนำเสนอเครื่องยนต์ที่หลากหลาย (Multi-powertrains) เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนยอดขายและการเติบโตของ GWM ในประเทศไทยอย่างแท้จริง” นายโจว กล่าว
ภาพรวมยอดขาย GWM ในไทย: จากหลักร้อยสู่หลักพัน
นับตั้งแต่ปี 2567 เป็นต้นมา GWM ได้แสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่สม่ำเสมอ โดยยอดขายรายเดือนขยับจากหลักร้อยคัน ขึ้นมาสู่ระดับมากกว่า 1,000 คันต่อเดือนในช่วงต้นปี 2568 และมาพีคสุดในเดือนพฤษภาคม ด้วยยอดขาย 1,731 คัน การเติบโตอย่างก้าวกระโดดนี้ สอดคล้องกับแนวโน้มของตลาดรถยนต์ประเทศไทย ที่มีความต้องการรถยนต์หลากหลายประเภทพลังงาน
การปรับกลยุทธ์ Multi-Powertrains: ตอบโจทย์ทุกความต้องการ
GWM ตระหนักดีว่าตลาดรถยนต์ในปัจจุบันมีความซับซ้อนและผู้บริโภคมีความต้องการที่หลากหลาย การนำเสนอรถยนต์ในหลากหลายรูปแบบพลังงานจึงเป็นสิ่งจำเป็น กลยุทธ์ Multi-Powertrains ของ GWM ครอบคลุมตั้งแต่รถยนต์ไฮบริด (Hybrid), ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV), รถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) และล่าสุดคือรถยนต์เครื่องยนต์ดีเซล ซึ่ง NEW GWM TANK 300 DIESEL ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าสามารถตอบสนองความต้องการของตลาดได้อย่างตรงจุด
NEW GWM TANK 300 DIESEL: ผลิตภัณฑ์เรือธงที่ได้รับการยอมรับ
NEW GWM TANK 300 DIESEL ไม่เพียงแต่เป็นตัวเปลี่ยนเกมสำหรับ GWM ในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังก้าวขึ้นมาเป็นผลิตภัณฑ์เรือธงที่ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากผู้บริโภคชาวไทย ด้วยสมรรถนะที่โดดเด่น การออกแบบที่แข็งแกร่ง และการใช้งานที่หลากหลาย GWM คาดการณ์ว่า NEW GWM TANK 300 DIESEL จะสามารถติดอันดับ Top 3 ในกลุ่ม PPV ได้ในระยะเวลาอันใกล้นี้
เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้น GWM ได้มีการเพิ่มกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งยังคงไว้ซึ่งการควบคุมคุณภาพและการตรวจสอบที่เข้มงวด เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าจะได้รับรถยนต์ที่มีคุณภาพสูงสุด
การแข่งขันในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า: เน้นคุณภาพและคุณค่าระยะยาว
แม้ว่าตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) จะมีการแข่งขันด้านสงครามราคาที่รุนแรง แต่ GWM ยังคงยืนยันที่จะเน้นการแข่งขันด้านคุณภาพและคุณค่าในระยะยาว GWM ORA Good Cat ยังคงรักษาฐานยอดขายได้อย่างคงที่ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคชาวไทยไม่ได้มองหาเพียงแค่รถยนต์ราคาถูกเท่านั้น แต่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความล้ำสมัย ความปลอดภัย ความคุ้มค่า และความเชื่อมั่นในแบรนด์
ปรัชญาของ GWM คือการไม่สนับสนุนสงครามราคา แต่จะมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ การสร้างและพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่ายที่แข็งแกร่ง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการดูแลลูกค้า และการพัฒนาด้านบริการหลังการขายที่มีประสิทธิภาพ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดี สร้างคุณค่า และสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าในระยะยาว
OMODA & JAECOO: การเติบโตที่น่าจับตา พร้อมแผนลงทุนในไทย
นอกจาก GWM แล้ว แบรนด์ OMODA & JAECOO ซึ่งอยู่ภายใต้กลุ่ม Chery Automobile ก็ได้แสดงศักยภาพการเติบโตที่น่าประทับใจเช่นกัน โดยในปี 2567 มียอดขายทั่วโลกเพิ่มขึ้นถึง 54% และมีแผนที่จะขยายตลาดในประเทศไทยอย่างเต็มกำลัง
แผนการลงทุนครบวงจรในประเทศไทยของ OMODA & JAECOO
ฉี เจี๋ย ประธาน บริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) ได้เปิดเผยแผนการลงทุนในประเทศไทยในปี 2568 ซึ่งรวมถึง:
การเปิดตัวรถรุ่นใหม่: เตรียมนำเสนอรถยนต์รุ่นใหม่ที่หลากหลาย ตอบสนองความต้องการของตลาด โดยเฉพาะเทคโนโลยี SHS (Super Hybrid System) ที่พัฒนาต่อยอดมาจากเทคโนโลยีไฮบริดเจเนอเรชั่นที่ 3 ของ Chery Automobile
การเปิดฐานการผลิต: วางแผนตั้งฐานการผลิตในจังหวัดระยอง คาดว่าจะเริ่มเดินสายการผลิตได้ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2568
การขยายเครือข่ายโชว์รูม: ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนโชว์รูมจาก 23 แห่ง เป็นกว่า 50 แห่งทั่วประเทศ
ยกระดับบริการหลังการขาย: ร่วมมือกับ DHL Express ในการจัดส่งอะไหล่ระหว่างประเทศภายใน 3 วัน ขยายคลังอะไหล่ ลดระยะเวลาการสั่งซื้ออะไหล่เร่งด่วนจาก 30 วัน เหลือ 15 วัน
เพิ่มบริการดูแลตัวถังและสี: สนับสนุนให้ครบทุกโชว์รูม
ศูนย์ฝึกอบรม: เปิดศูนย์ฝึกอบรมแห่งใหม่ในเดือนกุมภาพันธ์ เพื่อให้ทุกการบริการเป็นไปตามมาตรฐาน
พัฒนาระบบ CRM: เพิ่มความสะดวกสบายให้ลูกค้า ด้วยระบบการจองออนไลน์ และบริการรถยนต์ทดแทนกรณีซ่อมเกิน 3 วัน
บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน: ตลอด 24 ชั่วโมงทั่วประเทศไทย ฟรี 5 ปี ไม่จำกัดจำนวนครั้ง
เทคโนโลยี SHS: หัวใจสำคัญของ OMODA & JAECOO
เทคโนโลยี SHS (Super Hybrid System) เป็นจุดเด่นที่ OMODA & JAECOO ภาคภูมิใจ ระบบนี้ผสานรวมเครื่องยนต์ 1.5TDGI เจเนอเรชั่นที่ 5, ระบบซูเปอร์อิเล็กทริกไฮบริด DHT (Super Electric Hybrid DHT System) และแบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูง ทำให้รถสามารถวิ่งได้ระยะทางยาวนาน ประหยัดพลังงาน ลดการปล่อยคาร์บอน และมีความปลอดภัยสูง
Changan Automobile: ยักษ์ใหญ่จากจีนที่พร้อมบุกตลาด EV ไทย
อีกหนึ่งแบรนด์ที่น่าจับตามองคือ Changan Automobile ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำของประเทศจีน และได้ประกาศลงทุน 9,800 ล้านบาท เพื่อสร้างโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย
Changan Automobile: ประวัติศาสตร์และความมุ่งมั่นสู่อนาคต
Changan Automobile มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 161 ปี โดยก่อตั้งอย่างเป็นทางการในปี 1984 บริษัทฯ มีความเชี่ยวชาญในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ชั้นสูง โดยทำงานร่วมกับทีมงานระดับนานาชาติใน 6 ประเทศ และ 9 ภูมิภาคทั่วโลก
แผนกลยุทธ์ “Shangri-La Plan” และ “Dubhe Intelligence Plan”
Changan Automobile ได้ประกาศแผนกลยุทธ์ “Shangri-La Plan” เพื่อยุติการขายรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงแบบเดิม และเพิ่มรถยนต์ไฟฟ้าให้ครอบคลุมกลุ่มผลิตภัณฑ์ทั้งหมดภายในปี 2568 นอกจากนี้ ยังมีแผน “Dubhe Intelligence Plan” เพื่อพัฒนาระบบอัจฉริยะที่มอบประสบการณ์การสื่อสารไร้สายที่สะดวกสบาย ปลอดภัย และใกล้ชิดแก่ผู้ใช้งาน
ผลิตภัณฑ์ EV จาก Changan ที่จะเข้ามาทำตลาดในไทย
Changan Automobile เตรียมนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นสำคัญเข้าสู่ตลาดไทย ซึ่งรวมถึง:
Changan Lumin: รถยนต์ไฟฟ้าแฮทช์แบ็คขนาดเล็ก ดีไซน์น่ารัก
Changan Deepal SL03: รถยนต์ไฟฟ้าซีดานขนาดกลาง
Changan Qiyuan A07: รถยนต์ไฟฟ้าสไตล์ Coupé
Changan S7: รถยนต์ไฟฟ้า SUV ขนาดกลาง
Avatr 11: รถยนต์ไฟฟ้า SUV Coupé สมรรถนะสูง
การปฏิวัติอุตสาหกรรมแบตเตอรี่: CATL และ BYD ลดราคาแบตเตอรี่ 50%
ในส่วนของเทคโนโลยีแบตเตอรี่ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของรถยนต์ไฟฟ้า CATL และ BYD ได้ประกาศแผนการลดราคาแบตเตอรี่ลงถึง 50% ภายในปี 2567 ซึ่งถือเป็นข่าวดีอย่างยิ่งสำหรับผู้บริโภค
นัยสำคัญของการลดราคาแบตเตอรี่
การลดราคาแบตเตอรี่นี้ จะส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ทำให้รถยนต์ไฟฟ้ามีราคาเข้าถึงได้ง่ายขึ้น และเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าอย่างสมบูรณ์
การแข่งขันในตลาดโลก: สหรัฐฯ และยุโรป กับความท้าทายจากแบรนด์จีน
แม้ว่ารถยนต์ไฟฟ้าจากจีนจะมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ก็เผชิญกับความท้าทายจากมาตรการทางการค้าในบางประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา ซึ่งอาจส่งผลต่อการนำเข้าแบตเตอรี่และรถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในจีน
บทสรุป: อนาคตยานยนต์ไทยที่สดใส
การเข้ามาลงทุนของแบรนด์รถยนต์ชั้นนำระดับโลกในประเทศไทย สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพและความสำคัญของตลาดรถยนต์ไทย โดยเฉพาะในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า การแข่งขันที่เพิ่มขึ้นนี้ จะเป็นประโยชน์สูงสุดแก่ผู้บริโภคชาวไทย ที่จะได้สัมผัสกับเทคโนโลยียานยนต์ที่ล้ำสมัย หลากหลาย และคุ้มค่า
หากคุณกำลังมองหารถยนต์รุ่นใหม่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และเทคโนโลยีแห่งอนาคต ถึงเวลาแล้วที่คุณจะสำรวจตัวเลือกที่น่าสนใจจากแบรนด์เหล่านี้ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางสู่อนาคตแห่งการขับเคลื่อนที่ยั่งยืน.