OMODA & JAECOO: แบรนด์ยานยนต์ที่เติบโตเร็วที่สุดระดับโลก ตอกย้ำการลงทุนในไทย ด้วยโรงงานผลิตและบริการเต็มรูปแบบ
กรุงเทพมหานคร, ประเทศไทย – 11 กุมภาพันธ์ 2568 – ในปี 2567 ที่ผ่านมา วงการยานยนต์โลกได้ประจั
กษ์ถึงปรากฏการณ์การเติบโตอันน่าทึ่งของ OMODA & JAECOO (โอโมด้า แอนด์ เจคู) ภายใต้บริษัทแม่ Chery Automobile ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็น แบรนด์ยานยนต์ที่เติบโตเร็วที่สุดในระดับโลก (The Fastest International Growth Car Brand) ด้วยยอดขายทั่วโลกที่พุ่งสูงขึ้นถึง 54% การเติบโตที่ก้าวกระโดดนี้ไม่ใช่เพียงตัวเลขทางสถิติ แต่เป็นการยืนยันถึงความแข็งแกร่งของผลิตภัณฑ์ การยอมรับในเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคมอบให้
เพื่อเป็นการตอกย้ำความสำเร็จและขยายอาณาจักรแห่งนวัตกรรมยานยนต์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ OMODA & JAECOO ไม่เพียงประกาศแผนการลงทุนแบบครบวงจรในประเทศไทย แต่ยังยืนยันการตั้งฐานการผลิตแห่งใหม่ใน จังหวัดระยอง พร้อมทั้งขยายเครือข่ายโชว์รูมให้ครอบคลุมทั่วประเทศ และยกระดับบริการหลังการขายให้เหนือชั้นยิ่งขึ้น นับเป็นก้าวสำคัญที่จะขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยสู่ยุคใหม่แห่ง “One Vision, One Drive, Inspiring the E-Future”
OMODA & JAECOO: การเติบโตที่เหนือความคาดหมาย สู่การลงทุนครั้งใหญ่ในประเทศไทย
ปี 2567 ถือเป็นปีทองของ Chery Group บริษัทแม่ของ OMODA & JAECOO โดยมียอดขายรวมถึง 2.6 ล้านคัน เติบโตขึ้น 38% และสร้างรายได้เพิ่มขึ้นกว่า 50% ความสำเร็จนี้ตอกย้ำสถานะของ Chery ในฐานะผู้ส่งออกรถยนต์อันดับ 1 ของจีนมายาวนานถึง 22 ปี ในขณะที่ OMODA & JAECOO ซึ่งเป็นแบรนด์น้องใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวได้เพียง 2 ปี ได้สร้างความสั่นสะเทือนในตลาดโลก ด้วยการขยายตัวไปยัง 33 ประเทศทั่วโลก ตั้งแต่เอเชีย สู่ยุโรป อเมริกาใต้ และแอฟริกา นี่คือบทพิสูจน์ที่ทำให้ OMODA & JAECOO ได้รับฉายา “แบรนด์ยานยนต์ที่โตเร็วที่สุด” อย่างแท้จริง
นายฉี เจี๋ย ประธาน บริษัท โอโมด้า แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) กล่าวถึงความสำเร็จนี้ว่า “ความสำเร็จของ OMODA & JAECOO ในปี 2567 เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเดินทางสู่การขับเคลื่อนแห่งอนาคต ผลการดำเนินงานอันยอดเยี่ยมนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อรถยนต์และเทคโนโลยีอันล้ำสมัยของเรา ซึ่งเป็นแรงผลักดันสำคัญให้เราเดินหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง ในปีนี้ ประเทศไทยจะเป็นหัวใจสำคัญของการขยายธุรกิจของเรา ด้วยแผนการลงทุนที่ครอบคลุม ตั้งแต่การเปิดตัวรถรุ่นใหม่ การจัดตั้งฐานการผลิต การขยายเครือข่ายบริการ ไปจนถึงการยกระดับประสบการณ์ลูกค้าให้เหนือกว่าที่เคย”
เทคโนโลยี SHS: หัวใจสำคัญแห่งอนาคตยานยนต์ประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
OMODA & JAECOO ไม่ได้เป็นเพียงแบรนด์ที่เติบโตเร็ว แต่ยังเป็นแบรนด์ที่ก้าวหน้าทางเทคโนโลยี โดยในปีนี้จะเน้นการนำเสนอ เทคโนโลยี SHS (Super Hybrid System) ซึ่งเป็นวิวัฒนาการขั้นสูงต่อยอดจากเทคโนโลยีไฮบริดเจเนอเรชั่นที่ 3 ของ Chery Automobile เทคโนโลยีนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยผสาน 3 องค์ประกอบหลักเข้าด้วยกันอย่างลงตัว:
เครื่องยนต์ 1.5TDGI เจเนอเรชั่นที่ 5: ขุมพลังที่ให้ประสิทธิภาพสูง ประหยัดน้ำมัน และปล่อยมลพิษต่ำ
ระบบซูเปอร์อิเล็กทริกไฮบริด DHT (Super Electric Hybrid DHT System): ระบบไฮบริดอัจฉริยะที่สามารถผสานการทำงานของเครื่องยนต์สันดาปภายในและมอเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างไร้รอยต่อ มอบประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวลและตอบสนองทันใจ
แบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูง: ออกแบบมาเพื่อเพิ่มระยะทางการขับขี่ให้ยาวนานขึ้น พร้อมความปลอดภัยระดับสูงสุด
เทคโนโลยี SHS นี้ ไม่เพียงแต่จะมอบ ประสบการณ์การขับขี่เสมือนรถยนต์ไฟฟ้าล้วน (EV Driving Experience) แต่ยังโดดเด่นด้วย ประสิทธิภาพเชิงความร้อน (Thermal Efficiency) ที่ยอดเยี่ยม ทำให้วิ่งได้ไกลขึ้น ประหยัดพลังงานสูงสุด และปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์น้อยลงอย่างมีนัยสำคัญ ความปลอดภัยของแบตเตอรี่ก็เป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่ OMODA & JAECOO ให้ความสำคัญอย่างสูงสุด ซึ่งแตกต่างจากโซลูชันไฮบริดทั่วไปในท้องตลาด
ในปี 2568 นี้ OMODA & JAECOO เตรียมส่งมอบ ยนตรกรรมพลังงานใหม่ (New Energy Vehicles – NEVs) ที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้ง BEV (Battery Electric Vehicle) และ PHEV (Plug-in Hybrid Electric Vehicle) รวมถึงโมเดลอื่นๆ เพื่อตอบโจทย์ทุกกลุ่มลูกค้า โดยจะนำทัพรถยนต์ทุกรุ่นมาจัดแสดงอย่างเต็มรูปแบบในงาน Bangkok International Motor Show พร้อมกันนี้ การเตรียมพร้อมเปิด ฐานการผลิตรถยนต์ในจังหวัดระยอง คาดว่าจะเริ่มเดินสายการผลิตได้ในไตรมาสที่ 2 ของปี ซึ่งจะเป็นการยืนยันถึงความมุ่งมั่นในระยะยาวของ OMODA & JAECOO ต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ไทย
ขยายเครือข่ายบริการ: 50+ โชว์รูมทั่วประเทศ และบริการหลังการขายระดับโลก
การเติบโตของ OMODA & JAECOO ไม่ได้หยุดอยู่แค่ที่ผลิตภัณฑ์ แต่ยังครอบคลุมถึงการขยายเครือข่ายการให้บริการลูกค้า หนึ่งในเป้าหมายสำคัญในปีนี้คือการเพิ่มจำนวนโชว์รูมจาก 23 แห่ง เป็น กว่า 50 แห่งทั่วประเทศ เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงแบรนด์และรับบริการได้อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้น
ควบคู่ไปกับการขยายโชว์รูม OMODA & JAECOO ได้ยกระดับ บริการหลังการขาย (After-sales Service) ให้เหนือชั้นยิ่งขึ้น ด้วยความร่วมมือกับ DHL Express ผู้นำด้านการขนส่งด่วนระดับโลก เพื่อให้การจัดส่งอะไหล่ระหว่างประเทศใช้เวลาเพียง 3 วัน นอกจากนี้ ยังมีการขยายคลังอะไหล่ภายในประเทศเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดส่งและลดระยะเวลาการรออะไหล่เร่งด่วนจากประเทศจีน จากเดิม 30 วัน เหลือเพียง 15 วัน
เพื่อยกระดับมาตรฐานการบริการให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันทั่วประเทศ OMODA & JAECOO เตรียมเปิด ศูนย์ฝึกอบรม (Training Center) แห่งใหม่ในเดือนกุมภาพันธ์นี้ เพื่อพัฒนาศักยภาพของช่างเทคนิคและบุคลากรด้านบริการให้มีความเชี่ยวชาญและสามารถมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดแก่ลูกค้า
ยกระดับประสบการณ์ลูกค้า: ระบบ CRM อัจฉริยะ และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน
OMODA & JAECOO เข้าใจถึงความต้องการความสะดวกสบายของลูกค้า จึงได้ทุ่มเทพัฒนาระบบ Customer Relationship Management (CRM) ให้มีความทันสมัยยิ่งขึ้น พร้อมระบบการจองเข้ารับบริการออนไลน์ที่ช่วยลดระยะเวลาในการรอคอย นอกจากนี้ ยังมี บริการรถยนต์ทดแทน (Replacement Car Service) สำหรับกรณีที่รถของลูกค้าต้องใช้เวลาซ่อมแซมเกิน 3 วัน¹ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งบริการที่แสดงถึงความใส่ใจในความต่อเนื่องของการเดินทางของลูกค้า
เพื่อมอบความอุ่นใจตลอดการเดินทาง OMODA & JAECOO ยังพร้อมให้บริการ ช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมงทั่วประเทศไทย (โทร 02-0208888 กด 1) ฟรี 5 ปี ไม่จำกัดจำนวนครั้ง² ซึ่งครอบคลุมบริการสำคัญต่างๆ เช่น การพ่วงแบตเตอรี่ การเปลี่ยนยางอะไหล่ การช่วยเหลือกรณีรถล็อค การบริการรถยก และคำแนะนำตลอด 24 ชั่วโมง
กิจกรรมการตลาดสุดเข้มข้น: สร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำตลอดทั้งปี
ในปี 2568 นี้ OMODA & JAECOO วางแผนจัด กิจกรรมทางการตลาด อย่างเต็มรูปแบบตลอดทั้งปี โดยมุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำให้กับลูกค้าทั้งกลุ่มปัจจุบัน กลุ่มผู้บริโภคเป้าหมาย และพันธมิตรผู้จำหน่ายทั่วประเทศ กิจกรรมเหล่านี้จะครอบคลุมถึงการจัด Test Drive ให้ลูกค้าได้สัมผัสสมรรถนะของรถยนต์อย่างเต็มที่ การเป็นสปอนเซอร์ในกิจกรรมที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย และการจัด Roadshow ทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้บริโภคทั่วถึงได้มีโอกาสใกล้ชิดกับแบรนด์
“ในปี 2568 นี้ เรายึดมั่นในวิสัยทัศน์ ‘One Vision, One Drive, Inspiring the E-Future’ ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเราในการนำเสนอนวัตกรรมยานยนต์ที่ล้ำสมัย ผ่านการยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าในทุกมิติ” นายฉี เจี๋ย กล่าวปิดท้าย “เราเชื่อมั่นว่าการลงทุนในโรงงานผลิตในประเทศไทยนี้ ไม่เพียงแสดงถึงความมุ่งมั่นระยะยาวของเราในการเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย แต่ยังเป็นก้าวสำคัญในการร่วมสร้างอนาคตแห่งการขับขี่ที่ยั่งยืนไปด้วยกัน เราพร้อมที่จะเป็นมากกว่าแค่ผู้ผลิตรถยนต์ แต่จะเป็นผู้ร่วมสร้างสรรค์ประสบการณ์การเดินทางที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์อย่างแท้จริง”
¹ เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด
² ความช่วยเหลือฉุกเฉินประกอบด้วย:
แบตเตอรี่จั๊มสตาร์ท (ไม่จำกัดจำนวนครั้ง, ในระยะทางไม่เกิน 20 กิโลเมตรจากศูนย์บริการที่ใกล้ที่สุด)
การช่วยเปลี่ยนยางอะไหล่ (ไม่จำกัดจำนวนครั้ง, ในระยะทางไม่เกิน 20 กิโลเมตรจากศูนย์บริการที่ใกล้ที่สุด)
ความช่วยเหลือหากรถเกิดการล๊อค (1 ครั้ง/ปี, บริการช่วยเหลือในการรับและนำกุญแจสำรองมายังจุดเกิดเหตุภายในระยะทางไม่เกิน 20 กิโลเมตรต่อครั้ง)
การบริการรถยก
บริการให้คำแนะนำตลอด 24 ชั่วโมง
ไม่รวมกรณีแบตเตอรี่หมดเนื่องจากการใช้งานสำหรับ EV
บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขข้างต้นโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
หากคุณกำลังมองหารถยนต์ที่มาพร้อมนวัตกรรมแห่งอนาคต สมรรถนะที่โดดเด่น และบริการหลังการขายที่เหนือระดับ OMODA & JAECOO คือคำตอบที่ใช่สำหรับคุณ อย่าพลาดโอกาสสัมผัสประสบการณ์การขับขี่แห่งอนาคตไปพร้อมกับแบรนด์ยานยนต์ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก!