สุดยอดเทคโนโลยีจากเมอร์เซเดส-เบนซ์: การเปิดตัวครั้งสำคัญแห่งปี 2011 ที่ Bangkok International Motor Show
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ การเฝ้ารอคอยนวัตกรรมใหม่ๆ จากแบรนด์ที่ยืนหยัดในตลาดมา
ยาวนานอย่างเมอร์เซเดส-เบนซ์ คือสิ่งที่ไม่เคยทำให้ผิดหวัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อถึงมหกรรมยานยนต์ระดับประเทศอย่าง Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 32 ซึ่งถือเป็นเวทีสำคัญที่ค่ายดาวสามแฉกจะงัดกลยุทธ์สุดพิเศษมาเขย่าวงการทุกปี ในปี 2011 นี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ได้เตรียมทัพยนตรกรรมสุดหรูและล้ำสมัยกว่า 20 รุ่น มาจัดแสดง พร้อมเปิดตัวรถใหม่ถึง 5 รุ่น ที่จะสร้างปรากฏการณ์ใหม่ในตลาดรถยนต์พรีเมียมของไทย
เฉลิมฉลอง 125 ปีแห่งนวัตกรรมยานยนต์: ย้อนรอยประวัติศาสตร์สู่ยุคใหม่
ปี 2011 ไม่เพียงแต่เป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 125 ปี ของการถือกำเนิดยานยนต์บนโลก แต่ยังเป็นการย้ำเตือนถึงบทบาทผู้นำของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่เป็นผู้บุกเบิกนวัตกรรมมาโดยตลอด การนำรถยนต์ 3 ล้อคันแรกของโลกที่สร้างโดยคาร์ล เบนซ์ มาจัดแสดงในประเทศไทยอีกครั้ง ถือเป็นการตอกย้ำรากฐานอันแข็งแกร่งของแบรนด์ และเป็นเครื่องยืนยันว่า เมอร์เซเดส-เบนซ์ คือผู้ที่กำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมยานยนต์มาอย่างต่อเนื่อง
SLK รุ่นที่ 3: การกลับมาของตำนานสปอร์ตโรดสเตอร์ พร้อมนวัตกรรมล้ำสมัย
ไฮไลท์สำคัญที่ไม่ควรพลาดคือ การเปิดตัว Mercedes-Benz SLK เจเนอเรชั่นที่ 3 พร้อมพวงมาลัยขวาเป็นครั้งแรกในโลก ที่เพิ่งอวดโฉมในงาน Geneva Motor Show สดๆ ร้อนๆ SLK ซึ่งเคยสร้างชื่อเสียงในฐานะสปอร์ตโรดสเตอร์ขนาดเล็กในช่วงยุค 1950-1960 กลับมาอีกครั้งเพื่อสานต่อตำนาน ด้วยการออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก SLS AMG อันดุดัน เส้นสายตัวถังที่ปราดเปรียวสะดุดตา
จุดเด่นที่ทำให้ SLK ใหม่ เหนือกว่าใคร คือการนำเสนอทางเลือกหลังคาถึง 3 แบบ ได้แก่ หลังคาแข็งพับเก็บได้ Vario Roof สีเดียวกับตัวถัง, หลังคา Panorama Glass roof พร้อมกระจกสีเข้ม และนวัตกรรมล่าสุดอย่าง MAGIC SKY CONTROL หลังคาแก้วที่สามารถปรับสีได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส ผู้ขับขี่สามารถสัมผัสแสงแดดยามอากาศเย็น หรือปรับให้เป็นสีเข้มเพื่อป้องกันแสงแดดจ้าได้ตามต้องการ
นอกจากนี้ ระบบ AIRGUIDE แผงกันลมด้านหลังแบบใหม่ที่สามารถปรับและเลื่อนได้อัตโนมัติ ช่วยลดแรงปะทะของลมเมื่อเปิดประทุน ทำให้การขับขี่สบายยิ่งขึ้น
SLK 350 BlueEFFICIENCY Sport AMG มาพร้อมเครื่องยนต์ V6 DOHC 24 วาล์ว ความจุ 3.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 306 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 5.6 วินาที พร้อมเทคโนโลยี BlueEFFICIENCY ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันและการลดมลพิษ ระบบช่วงล่าง Dynamic Handling และพวงมาลัย Direct-Steer ยกระดับการควบคุมให้แม่นยำและตอบสนองดุจรถแข่ง
CLS โฉมใหม่: การผสมผสานที่ลงตัวระหว่างสปอร์ตคูเป้และซีดาน 4 ประตู
อีกหนึ่งรุ่นที่สร้างความฮือฮาคือ CLS เจเนอเรชั่นที่ 2 ซึ่งได้รับการปรับดีไซน์ทั้งภายนอกและภายในใหม่หมดจด ด้านหน้าโดดเด่นด้วยกระจังหน้า V-shaped และเส้นสายตัวถังที่โค้งเว้ามีมิติ สะท้อนความปราดเปรียวและความสปอร์ตได้อย่างลงตัว ด้านท้ายโค้งมนมาพร้อมไฟท้าย LED ประสิทธิภาพสูง
CLS 350 BlueEFFICIENCY ใช้เครื่องยนต์ V6 DOHC บล็อกเดียวกับ SLK 350 ให้กำลัง 306 แรงม้า และแรงบิด 370 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 6.1 วินาที โดดเด่นด้วยการประหยัดน้ำมันขึ้นถึง 25% จากการออกแบบตัวถังให้ลู่ลมและใช้อะลูมิเนียมในส่วนประกอบต่างๆ เพื่อลดน้ำหนักรถ CLS ใหม่ มีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ (Cd) เพียง 0.26 ซึ่งถือเป็นสถิติที่น่าทึ่ง
ระบบพวงมาลัย Electromechanic และช่วงล่างที่ปรับปรุงจาก E-Class มอบการควบคุมที่แม่นยำ คล่องแคล่ว และเกาะถนนดีเยี่ยม พร้อมโปรแกรมการขับขี่ที่หลากหลายเพื่อประสบการณ์ที่สมบูรณ์แบบในทุกสภาวะ
G 55 AMG: จอมบุกตะลุยทุกสภาพเส้นทาง
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบความท้าทาย และต้องการรถยนต์ที่พร้อมลุยทุกสถานการณ์ Mercedes-Benz G 55 AMG คือคำตอบ ด้วยเครื่องยนต์ V8 DOHC 5.5 ลิตร พร้อม Supercharge ให้กำลังสูงสุด 507 แรงม้า แรงบิดมหาศาล 700 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.5 วินาที ผสมผสานสมรรถนะอันดุดันเข้ากับรูปลักษณ์คลาสสิกอันเป็นเอกลักษณ์
Vito Monirchange: รถตู้หรู ตอบสนองทุกการใช้งาน
นอกจากรถยนต์นั่งและสปอร์ตแล้ว เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังนำเสนอ Vito Monirchange รุ่นใหม่ล่าสุด รถตู้ที่โดดเด่นทั้งรูปลักษณ์ภายในและภายนอก ตอบสนองการใช้งานที่หลากหลายได้อย่างลงตัว ด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ เทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์ 150 แรงม้า พร้อมเทคโนโลยี BlueTEC ที่ช่วยประหยัดน้ำมันและลดมลพิษ
S-Class และยนตรกรรม Niche Models: ตัวเลือกสำหรับผู้ที่มองหาความพิเศษ
เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังจัดแสดง S-Class รุ่น S 300 L และ S 350 CDI BlueEFFICIENCY L รวมถึงยนตรกรรม Niche Models หลากหลายรุ่น อาทิ E 250 CGI BlueEFFICIENCY AVANTGARDE Estate, Cabriolet, Coupe, R 300 CDI 4MATIC Executive และ ML 300 CDI BlueEFFICIENCY Premium Edition ที่พร้อมตอบสนองทุกความต้องการและไลฟ์สไตล์ของลูกค้า
Augmented Reality 4 มิติ: ประสบการณ์เสมือนจริงที่ไม่เคยมีมาก่อน
นอกเหนือจากการจัดแสดงยนตรกรรมสุดล้ำ เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังสร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้วยการนำเทคโนโลยี Augmented Reality (AR) 4 มิติ มาใช้ในชุดการแสดงพิเศษ “The world without an innovator” เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวประวัติศาสตร์แห่งนวัตกรรมยานยนต์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในรูปแบบที่ตระการตาและน่าประทับใจที่สุด
All-New Mazda3: นิยามใหม่แห่งความสปอร์ตและคุณภาพ
อีกหนึ่งแบรนด์ที่สร้างความตื่นเต้นในงานคือ มาสด้า กับการเปิดตัว All-New Mazda3 เจเนอเรชั่นใหม่ล่าสุดภายใต้แนวคิด “Dare to Be Bold” ซึ่งได้รับการยอมรับทั่วโลกกว่า 2.9 ล้านคัน และในประเทศไทยกว่า 28,000 คัน Mazda3 ใหม่ ไม่เพียงแต่คงเอกลักษณ์ความสปอร์ตตามแบบฉบับ “ซูม-ซูม” แต่ยังยกระดับขึ้นไปอีกขั้นด้วยเทคโนโลยีวิศวกรรมยานยนต์ล้ำอนาคต ระบบความปลอดภัยเต็มพิกัด และคุณภาพการผลิตที่ทัดเทียมรถยุโรปหรู
Mazda3 เจเนอเรชั่นใหม่ ได้รับการพัฒนาภายใต้ DNA ของมาสด้า ที่เน้นความ “Stylish” (รูปลักษณ์ดีไซน์โฉบเฉี่ยว), “Insightful” (ความพิถีพิถันทุกรายละเอียด) และ “Spirited” (ขีดสุดแห่งพลัง) เครื่องยนต์ MZR 2.0 ลิตร ปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 5 จังหวะ Activematic ใหม่ล่าสุด พร้อม Paddle Shift มอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกสนาน เร้าใจ และประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น ด้วยการใช้เทคโนโลยี “Lightweight Technology” ที่ช่วยลดน้ำหนักส่วนเกินลงถึง 15 กิโลกรัม
ระบบช่วงล่างอันเลื่องชื่อของมาสด้า ถูกปรับปรุงให้มอบการขับขี่ที่คล่องแคล่ว แม่นยำ และเกาะถนนดียิ่งขึ้น พร้อมระบบความปลอดภัยมาตรฐานระดับ 5 ดาวจากยุโรป อเมริกา และออสเตรเลีย ทำให้ Mazda3 ใหม่ เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มองหารถยนต์สปอร์ตซีดานคุณภาพสูง ที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
เมอร์เซเดส-เบนซ์ CLS Shooting Brake และ E 300 BlueTEC HYBRID: พรีเมียมดีเซลไฮบริด สู่ตลาดไทย
ในโอกาสเดียวกัน เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังได้เปิดตัว The new CLS Shooting Brake ยนตรกรรมรูปลักษณ์ใหม่ ดีไซน์อันน่าหลงใหล ผสานความสปอร์ตเข้ากับพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวาง พร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 2.1 ลิตร 204 แรงม้า ตอบสนองการขับขี่ที่คล่องตัวและประหยัดน้ำมัน
อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญคือ การเปิดตัว Mercedes-Benz E 300 BlueTEC HYBRID เป็นครั้งแรกในประเทศไทย รถยนต์พรีเมียมเครื่องยนต์ไฮบริดดีเซลที่สะอาดและประหยัดที่สุดในโลก ด้วยเทคโนโลยี BlueTEC HYBRID ที่ผสมผสานเครื่องยนต์ดีเซลเข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้า ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดพลังงานและมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เงียบ นุ่มนวล และทรงพลัง พร้อมอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่น่าทึ่งถึง 23.8 กม./ลิตร
Chevrolet Cruze: สมรรถนะเหนือชั้น พร้อมรองรับ E85
Chevrolet Cruze ไม่ได้มาเล่นๆ ในปี 2011 นี้ โดยเฉพาะรุ่นปรับโฉมใหม่ ที่มาพร้อมการปรับปรุงทั้งรูปลักษณ์ภายนอกให้ดูสปอร์ตและทันสมัยยิ่งขึ้น พร้อมจุดเปลี่ยนสำคัญคือ การปรับปรุงเครื่องยนต์ Ecotec 1.8 ลิตร ให้สามารถรองรับการใช้เชื้อเพลิงทางเลือก E85 ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางได้อย่างมหาศาล
การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดคือ ระบบส่งกำลังอัตโนมัติ 6 สปีด เจเนอเรชั่นที่ 2 ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ทั้งหมด เพื่อความนุ่มนวล การตอบสนองที่ฉับไว และอัตราทดเกียร์ที่เหมาะสม มอบสมรรถนะการขับขี่ที่เร้าใจยิ่งกว่าเดิม ควบคู่ไปกับระบบช่วงล่าง Euro Ride และระบบความปลอดภัย ESP, TCS, ABS, EBD ที่ทำงานได้อย่างยอดเยี่ยมในทุกสภาวะ
แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงภายนอกอาจดูไม่หวือหวามากนัก แต่ Chevrolet Cruze ใหม่ ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงศักยภาพที่เหนือกว่าในเรื่องสมรรถนะการขับขี่ และความประหยัดจาก E85 ทำให้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มองหารถยนต์ซีดานที่ครบครันทั้งด้านสมรรถนะ ความปลอดภัย และความคุ้มค่า
BMW Series 5: การกลับมาของซีดานหรู พร้อมนวัตกรรมแห่งการขับขี่
BMW ยังไม่น้อยหน้า ด้วยการเปิดตัว All-New Series 5 ใหม่ล่าสุด (รหัสตัวถัง F10) ซึ่งเป็นการเปลี่ยนโฉมทั้งคัน เน้นการออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรุ่นพี่อย่าง Series 3, 7 และ 5 GT โดดเด่นด้วยฐานล้อที่ยาวที่สุดในกลุ่ม (2,968 มม.) มอบพื้นที่ห้องโดยสารที่กว้างขวางและความสะดวกสบายสูงสุด
Series 5 ใหม่ มาพร้อมเครื่องยนต์ที่ได้รับการพัฒนาใหม่ ทั้งเบนซิน 4 รุ่น และดีเซล 3 รุ่น ให้เลือกสรรค์ พร้อมระบบส่งกำลังอัตโนมัติ 8 จังหวะ ใหม่ล่าสุด และระบบ Drive Dynamic Control (DDC) ที่ช่วยปรับการขับขี่ให้เหมาะสมกับสภาวะต่างๆ นวัตกรรมอย่างระบบสร้างพลังงานจากการเบรค และระบบ Auto Start-Stop ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมัน และลดการปล่อยมลพิษ
เทคโนโลยีอื่นๆ ที่น่าสนใจ เช่น ระบบ Night Vision พร้อมระบบตรวจจับคนเดินเท้า, ระบบ Head-Up Display, ระบบ iDrive เจเนอเรชั่นที่ 4 ที่มาพร้อมหน้าจอขนาดใหญ่ แสดงผลความละเอียดสูง มอบประสบการณ์การขับขี่ที่หรูหรา ปลอดภัย และเต็มไปด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย
สัมผัสประสบการณ์ยนตรกรรมแห่งอนาคตวันนี้
งาน Bangkok International Motor Show 2011 ไม่เพียงแต่เป็นงานแสดงรถยนต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด แต่ยังเป็นโอกาสอันดีที่คุณจะได้สัมผัสกับสุดยอดนวัตกรรมยานยนต์จากแบรนด์ชั้นนำระดับโลก พร้อมสัมผัสประสบการณ์การขับขี่แห่งอนาคต ก่อนใคร
อย่าพลาด! เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ยนตรกรรม และค้นหารถยนต์ที่ใช่สำหรับคุณ ได้ที่งาน Bangkok International Motor Show 2011 ณ Challenger Hall, IMPACT เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม – 4 เมษายน ศกนี้