• Sample Page
filmth.moicaucachep.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
filmth.moicaucachep.com
No Result
View All Result

N0702050_เด กช างก บความร กท องปล อยม_part2

admin79 by admin79
February 3, 2026
in Uncategorized
0

วิกฤตอสังหาริมทรัพย์ปี 2567: ใครคือผู้รอด? วิเคราะห์เจาะลึกผลประกอบการ 41 บริษัทมหาชน

ปี 2566 ที่เพิ่งผ่านพ้นไป ถือเป็นบททดสอบอันหนักหน่วงของวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย แม้หลายฝ่ายจะคาดหวังถึงการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งต่อจากโมเมนตัมอันดีของปี 2565 แต่ความเป็นจริงกลับพลิกผัน ตลาดกลับเข้าสู่ภาวะชะลอตัวอย่างเห็นได้ชัด ก่อนการเลือกตั้งครั้งใหญ่ และยังคงยืดเยื้อต่อเนื่องมาจนถึงช่วงปลายปี แม้แต่ช่วงไฮซีซั่นของไตรมาส 4 ก็ยังไม่สามารถจุดประกายความหวังให้ตลาดกลับมาคึกคักได้ และเมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2567 สถานการณ์ก็ยังคงไม่สดใสไปกว่าปีก่อนหน้า

ด้วยความท้าทายที่ถาโถมเข้ามานี้ Property Mentor ได้ทำการรวบรวมข้อมูลผลประกอบการของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทั้งสิ้น 41 แห่ง เพื่อวิเคราะห์ว่าแต่ละบริษัทสามารถรับมือกับสภาพเศรษฐกิจที่ผันผวนนี้ได้อย่างไร และใครคือ “ผู้ชนะตัวจริง” ในสมรภูมิอสังหาฯ ปี 2566

ภาพรวมรายได้รวม: ภาพลวงตาของการทรงตัว

ในปี 2566 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ทั้ง 41 แห่ง สามารถสร้างรายได้รวมกันทั้งสิ้นกว่า 371,560 ล้านบาท ซึ่งดูเผินๆ แล้วอาจเป็นการลดลงเพียงเล็กน้อย หรือประมาณ -1.2% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่มีรายได้รวม 376,141 ล้านบาท แต่เมื่อเจาะลึกรายบริษัท กลับพบว่าถึง 25 จาก 41 บริษัท มีรายได้รวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

บริษัทที่เผชิญความท้าทายหนัก:

L.P.N. Development (LPN), Eastern Star Real Estate (ESTAR), Country Group Development (CGD): สามบริษัทนี้ประสบปัญหาหนักที่สุด โดยมีรายได้รวมติดลบในระดับ 20% อัพ โดยเฉพาะ LPN ที่ติดลบถึงราวๆ -28%
Raimon Land (RML): บริษัทนี้มีรายได้รวมติดลบไปถึง -26%
Lalin Property (LL): ประสบภาวะรายได้รวมลดลง -23%
Major Development (MJD): รายได้รวมติดลบ -22%
Siam Assets (SA): มีรายได้รวมลดลง -21%

แม้แต่บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Land and Houses (LH) ก็ไม่รอดพ้นจากภาวะชะลอตัว โดยมีรายได้รวมติดลบถึง -18% ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อพิจารณา 10 อันดับบริษัทที่ทำรายได้รวมสูงสุดในปี 2566 พบว่าถึง 5 บริษัท มีรายได้รวมลดลงจากปีก่อนหน้า นอกเหนือจาก LH แล้ว ยังมี AP (Thailand) (AP) ที่มีรายได้รวมลดลงเล็กน้อยไม่ถึง -1%, Supalai (SPALI) ติดลบ -10%, Pruksa Holding (PSH) -9%, และ Origin Property (ORI) รายได้รวมลดลงราวๆ -4%

10 อันดับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ทำรายได้รวมสูงสุด ปี 2566:

Sansiri (SIRI): 39,082 ล้านบาท (เติบโต 12%)
AP (Thailand) (AP): 38,399 ล้านบาท
Supalai (SPALI): 31,818 ล้านบาท
Land and Houses (LH): 30,170 ล้านบาท
Pruksa Holding (PSH): 26,132 ล้านบาท
SC Asset Corporation (SC): 24,487 ล้านบาท
Univentures (UV): 17,672 ล้านบาท
Frasers Property (Thailand) (FPT): 16,169 ล้านบาท
Origin Property (ORI): 15,157 ล้านบาท
Singha Estate (S): 15,066 ล้านบาท

รายได้จากการขาย: ตัวชี้วัดที่แท้จริงของความแข็งแกร่ง

อย่างไรก็ตาม การวัดผลการดำเนินงานที่แท้จริงของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ จำเป็นต้องพิจารณาที่ “รายได้จากการขาย” เป็นหลัก เนื่องจากหลายบริษัทใน Top 10 ของรายได้รวม อาจมีรายได้จากแหล่งอื่นเข้ามาช่วยเสริม แต่เมื่อตัดปัจจัยเหล่านั้นออกไป ตัวเลขรายได้จากการขายจะสะท้อนถึงความสามารถในการแข่งขันและการทำตลาดที่แท้จริง

ในภาพรวม บริษัททั้ง 41 แห่ง สามารถสร้างรายได้จากการขายรวมกันได้ 268,460 ล้านบาท ซึ่งลดลงประมาณ -11% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่มีรายได้จากการขายรวมกว่า 299,979 ล้านบาท โดยมีถึง 30 จาก 41 บริษัท ที่มีรายได้จากการขายลดลงจากปีก่อนหน้า

รายได้จากการขายที่น่ากังวล:

Raimon Land (RML): รายได้จากการขายตกลงอย่างรุนแรงถึง -78%
L.P.N. Development (LPN): รายได้จากการขายลดลงเกือบ -40%
Land and Houses (LH): น่าตกใจที่บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง LH มีรายได้จากการขายลดลงถึง -38%
AP (Thailand) (AP): แม้จะเป็นผู้นำในด้านรายได้จากการขาย แต่ก็ยังคงมีรายได้จากการขายลดลงเล็กน้อยที่ -2%
Top 10 บริษัท: ในกลุ่ม 10 อันดับแรกของบริษัทที่มีรายได้จากการขายสูงสุด มีถึง 8 บริษัทที่รายได้จากการขายลดลง

10 อันดับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ทำรายได้จากการขายสูงสุด ปี 2566:

AP (Thailand) (AP): 36,927 ล้านบาท
Sansiri (SIRI): 32,829 ล้านบาท (เติบโต 7%)
Supalai (SPALI): 30,836 ล้านบาท
SC Asset Corporation (SC): 23,370 ล้านบาท (เติบโต 13%)
Pruksa Holding (PSH): 22,357 ล้านบาท
Land and Houses (LH): 18,966 ล้านบาท
Frasers Property (Thailand) (FPT): 10,019 ล้านบาท
Origin Property (ORI): 8,840 ล้านบาท (ลดลง -24%)
Quality Houses (QH): 7,619 ล้านบาท
Property Perfect (PF): 7,171 ล้านบาท

Central Pattana (CPN): ดาวเด่นแห่งการเติบโต

อีกหนึ่งบริษัทที่ต้องกล่าวถึงเป็นพิเศษคือ Central Pattana (CPN) ที่เริ่มเก็บเกี่ยวผลจากการลงทุนพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายอย่างจริงจัง ในปี 2566 CPN ทำรายได้จากการขายได้ถึง 5,835 ล้านบาท เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 103% จากปี 2565 ที่มีรายได้จากการขาย 2,870 ล้านบาท สะท้อนถึงศักยภาพและความสำเร็จในการขยายธุรกิจสู่อสังหาริมทรัพย์อย่างน่าจับตา

กำไรสุทธิ: ตัวชี้วัดสุดท้ายของผู้ชนะที่แท้จริง

แม้การสร้างรายได้จะเป็นสิ่งสำคัญ แต่ท้ายที่สุดแล้ว “กำไรสุทธิ” คือตัวชี้วัดที่สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุน ความสามารถในการทำกำไร และความอยู่รอดของธุรกิจ ในปี 2566 บริษัททั้ง 41 แห่ง ทำกำไรสุทธิรวมกันได้ 44,165 ล้านบาท ลดลง -11% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่มีกำไรสุทธิรวมราว 49,602 ล้านบาท สถานการณ์น่าเป็นห่วงคือ มีกว่า 12 บริษัทที่ประสบภาวะขาดทุน และบางบริษัทขาดทุนต่อเนื่องมา 3-4 ปี นับตั้งแต่ช่วงโควิด-19 ยังไม่สามารถฟื้นตัวได้ และกว่า 20 บริษัทจาก 41 แห่ง มีกำไรลดลงจากปีก่อนหน้า

10 อันดับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ทำกำไรสุทธิสูงสุด ปี 2566:

Land and Houses (LH): 7,495 ล้านบาท (ได้รับแรงหนุนจากการขายโรงแรม 2 แห่ง มูลค่า 2,500 ล้านบาทเข้ากองทุน)
Supalai (SPALI): 6,083 ล้านบาท
AP (Thailand) (AP): 6,054 ล้านบาท
Sansiri (SIRI): 5,846 ล้านบาท (เติบโต 42%)
Origin Property (ORI): 3,160 ล้านบาท (ลดลง -25%)
SC Asset Corporation (SC): 2,525 ล้านบาท
Quality Houses (QH): 2,503 ล้านบาท
Pruksa Holding (PSH): 2,339 ล้านบาท
Frasers Property (Thailand) (FPT): 1,865 ล้านบาท
Central Pattana (CPN): 1,610 ล้านบาท (ประมาณการจากกำไรก่อนหักภาษีเงินได้ 1,975 ล้านบาท)

มองไปข้างหน้า: ปี 2567 ยังคงเป็นปีที่ท้าทาย

จากผลการดำเนินงานของ 41 บริษัทที่ Property Mentor ได้รวบรวมมานี้ ชี้ให้เห็นว่า ปี 2567 น่าจะเป็นอีกปีที่ยากลำบากสำหรับภาคอสังหาริมทรัพย์ไทย การแข่งขันที่รุนแรง ปัจจัยเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน และกำลังซื้อของผู้บริโภคที่อาจยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ล้วนเป็นความท้าทายที่ผู้ประกอบการต้องเผชิญ

แม้สถานการณ์จะดูท้าทาย แต่ในวิกฤตย่อมมีโอกาสเสมอ สำหรับผู้ประกอบการที่สามารถปรับตัว กลยุทธ์การตลาดที่ชาญฉลาด การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ และการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดอย่างแท้จริง จะเป็นกุญแจสำคัญในการฝ่าฟันอุปสรรค และก้าวขึ้นเป็น “ผู้ชนะ” ในสมรภูมิอสังหาริมทรัพย์ยุคใหม่

คุณล่ะ พร้อมที่จะรับมือกับความท้าทายและคว้าโอกาสในตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2567 แล้วหรือยัง? มาร่วมกันสร้างสรรค์อนาคตของวงการอสังหาริมทรัพย์ไทยไปด้วยกัน!

Previous Post

N0702048_หาเหต ผลมาอ างเพราะข เก ยจ_part2

Next Post

N0602080 กคามในท ทำงาน องกำจ ดให นซาก (ตอนจบ) #ค กคาม #ออฟฟ #ละครค ณธรรม #หน งส AsiaIdea part2

Next Post

N0602080 กคามในท ทำงาน องกำจ ดให นซาก (ตอนจบ) #ค กคาม #ออฟฟ #ละครค ณธรรม #หน งส AsiaIdea part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • D1404151_ ใต พรม พวกแ_part2
  • D1404152_เร องน สอนให_part2
  • D1404153_กค าโวยเวย อาหารป_part2
  • D1404154_กสะใภ วแสบร งแกแม_part2
  • D1404155_ใต พรม ผมต_part2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • April 2026
  • March 2026
  • February 2026
  • January 2026

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.