• Sample Page
filmth.moicaucachep.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
filmth.moicaucachep.com
No Result
View All Result

N0602114 ลองเป นข าด าง แล วจะเข าใจ part2

admin79 by admin79
February 3, 2026
in Uncategorized
0
N0602114 ลองเป นข าด าง แล วจะเข าใจ part2
วิเคราะห์เจาะลึกผลประกอบการอสังหาริมทรัพย์ไทยปี 2567: ใครยืนหยัด ใครร่วง? ปี 2566 ที่ผ่านมา ถือเป็นอีกปีที่ท้าทายอย่างยิ่งสำหรับวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย หลังจากการคาดหวังถึงการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งจากโมเมนตัมในปี 2565 กลับต้องเผชิญกับภาวะชะลอตัวที่ยืดเยื้อยาวนาน การเลือกตั้งใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและนักลงทุน และความซบเซาที่ต่อเนื่องมาจนถึงช่วงปลายปี แม้กระทั่งฤดูกาลขายแห่งปีในไตรมาส 4 ก็ยังไม่สามารถกระตุ้นตลาดให้กลับมาคึกคักได้อย่างที่คาดหวัง แนวโน้มที่ยังไม่สดใสนี้ยังคงส่งผ่านมาถึงช่วงต้นปี 2567 ทำให้หลายบริษัทต้องปรับกลยุทธ์อย่างเร่งด่วนเพื่อรับมือกับความผันผวนของตลาด ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์มากว่าทศวรรษ ผมได้ติดตามความเคลื่อนไหวของตลาดอย่างใกล้ชิด และเล็งเห็นถึงความสำคัญของการวิเคราะห์ผลประกอบการเชิงลึก เพื่อทำความเข้าใจถึงปัจจัยที่ขับเคลื่อนความสำเร็จและความล้มเหลวของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ การวิเคราะห์นี้จะช่วยให้เรามองเห็นภาพรวมของอุตสาหกรรม และระบุ “ผู้ชนะที่แท้จริง” ท่ามกลางสนามแข่งขันที่ดุเดือด ภาพรวมรายได้รวมของ 41 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์: การปรับตัวที่หลากหลาย Property Mentor ได้รวบรวมข้อมูลผลการดำเนินงานของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์จำนวน 41 บริษัท เพื่อประเมินว่าแต่ละบริษัทสามารถรับมือกับสถานการณ์ในปี 2566 ได้ดีเพียงใด จากการสำรวจ พบว่ารายได้รวมของทั้ง 41 บริษัทในปี 2566 อยู่ที่ประมาณ 371,560 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยประมาณ 1.2% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่ทำได้ 376,141 ล้านบาท การลดลงนี้อาจดูไม่มากนัก แต่เมื่อเจาะลึกรายบริษัท จะพบว่าถึง 25 จาก 41 บริษัท มีรายได้รวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
ผู้เล่นรายใหญ่ที่เผชิญความท้าทาย: การปรับตัวที่จำเป็น หลายบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ที่เคยครองตลาดและมีฐานรายได้ที่แข็งแกร่ง กลับเผชิญกับความท้าทายในปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทที่มีรายได้รวมติดลบในอัตราที่สูง เช่น L.P.N. Development (LPN) ที่มีรายได้ลดลงถึงราว 28%, Eastern Star Real Estate (ESTAR) ก็อยู่ในกลุ่มเดียวกัน โดยมีรายได้ลดลงประมาณ 28% เช่นกัน, และ Country Group Development (CGD) ที่มีรายได้ลดลงใกล้เคียงกันที่ 28% นอกจากนี้ Raimon Land (RML) ก็ประสบปัญหาด้านรายได้ที่ลดลงถึง 26%, Lalin Property (LL) ติดลบ 23%, Major Development (MJD) ลดลง 22%, และ Siamese Asset (SA) มีรายได้ลดลง 21% แม้แต่ยักษ์ใหญ่อย่าง Land and Houses (LH) ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทชั้นนำของประเทศ ก็ยังไม่สามารถหลีกหนีแนวโน้มขาลง โดยมีรายได้รวมติดลบถึง 18% สิ่งที่น่าสังเกตคือ ในกลุ่ม Top 10 บริษัทที่มีรายได้รวมสูงสุดในปี 2566 ถึง 5 บริษัท มีรายได้รวมลดลงจากปีก่อนหน้า นอกเหนือจาก LH แล้ว AP (Thailand) (AP) ยังมีรายได้รวมลดลงเล็กน้อยไม่ถึง 1%, Supalai (SPALI) ติดลบ 10%, Pruksa Holding (PSH) ลดลง 9%, และ Origin Property (ORI) มีรายได้รวมลดลงประมาณ 4% การชะลอตัวในกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่เหล่านี้ สะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันที่กระจายตัวไปทั่วทั้งอุตสาหกรรม แซนด์สิริ ผงาดขึ้นเป็นผู้นำรายได้รวม: การบริหารจัดการที่เหนือชั้น ท่ามกลางความท้าทายดังกล่าว Sansiri (SIRI) สามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำด้านรายได้รวมในปี 2566 ด้วยตัวเลขที่น่าประทับใจถึง 39,082 ล้านบาท เติบโตขึ้นถึง 12% และเฉือนอันดับ 2 อย่าง AP (Thailand) (AP) ที่ทำรายได้รวม 38,399 ล้านบาท ไปอย่างหวุดหวิด Supalai (SPALI) ตามมาในอันดับ 3 ด้วยรายได้รวม 31,818 ล้านบาท Land and Houses (LH) อยู่ในอันดับ 4 ด้วยรายได้รวม 30,170 ล้านบาท และ Pruksa Holding (PSH) ในอันดับ 5 ด้วยรายได้รวม 26,132 ล้านบาท อันดับ 6 ได้แก่ SC Asset Corporation (SC) ด้วยรายได้รวม 24,487 ล้านบาท, อันดับ 7 คือ Univentures (UV) ด้วยรายได้รวม 17,672 ล้านบาท, อันดับ 8 เป็นของ Frasers Property (Thailand) (FPT) ด้วยรายได้รวม 16,169 ล้านบาท, อันดับ 9 Origin Property (ORI) ที่ 15,157 ล้านบาท และอันดับ 10 สิงห์ เอสเตท (S) ที่ 15,066 ล้านบาท รายได้จากการขาย: เกณฑ์ชี้วัดที่สำคัญยิ่งกว่า อย่างไรก็ตาม หากเราต้องการวัดผลการดำเนินงานที่แท้จริงของธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ การพิจารณา “รายได้จากการขาย” ถือเป็นเกณฑ์ที่สำคัญที่สุด เนื่องจากรายได้รวมของบางบริษัทอาจมีส่วนมาจากธุรกิจอื่นหรือรายการพิเศษที่ไม่ใช่การดำเนินงานหลัก การพิจารณาเฉพาะรายได้จากการขายจะช่วยให้เห็นภาพความสามารถในการแข่งขันและการสร้างยอดขายของแต่ละบริษัทได้อย่างชัดเจน ตลอดปี 2566 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ทั้ง 41 แห่ง ทำรายได้จากการขายรวมกันได้ประมาณ 268,460 ล้านบาท ซึ่งลดลงประมาณ 11% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่มียอดขายรวม 299,979 ล้านบาท และที่น่าเป็นห่วงคือ 30 จาก 41 บริษัท มีรายได้จากการขายลดลงจากปีก่อนหน้า การร่วงหล่นของยอดขาย: ภาพสะท้อนความเปราะบางของตลาด หลายบริษัทประสบปัญหาอย่างหนักในด้านยอดขาย เช่น Raimon Land (RML) ที่รายได้จากการขายตกลงถึง 78%, L.P.N. Development (LPN) ยอดขายลดลงเกือบ 40% และที่น่าตกใจคือ Land and Houses (LH) แม้จะเป็นผู้นำตลาด แต่ก็มียอดขายลดลงถึง 38% แม้แต่ AP (Thailand) (AP) ซึ่งเป็นเบอร์หนึ่งในด้านยอดขาย ก็ยังมียอดขายลดลงเล็กน้อยที่ 2% และไม่ใช่เพียงแค่บริษัทขนาดใหญ่เท่านั้นที่เผชิญกับปัญหานี้ ในกลุ่ม Top 10 บริษัทที่มีรายได้จากการขายสูงสุด ถึง 8 บริษัท มียอดขายลดลงจากปีก่อนหน้า AP (Thailand) คว้าแชมป์ยอดขาย: ความแข็งแกร่งในการแข่งขัน แม้จะมียอดขายรวมลดลงเล็กน้อย แต่ AP (Thailand) (AP) ยังคงสามารถรักษาตำแหน่งผู้นำด้านรายได้จากการขายในปี 2566 ด้วยยอดขายรวม 36,927 ล้านบาท แซงหน้า Sansiri (SIRI) ที่อยู่ในอันดับ 2 ด้วยยอดขาย 32,829 ล้านบาท โดย Sansiri เป็นหนึ่งในเพียง 2 บริษัทที่มีรายได้จากการขายเติบโตขึ้นถึง 7%
Supalai (SPALI) ยังคงรักษาตำแหน่งอันดับ 3 ได้อย่างเหนียวแน่น ด้วยยอดขาย 30,836 ล้านบาท SC Asset Corporation (SC) ก้าวขึ้นมาติด Top 5 ด้วยยอดขาย 23,370 ล้านบาท และเป็นอีกบริษัทที่เติบโตได้อย่างน่าประทับใจถึง 13% Pruksa Holding (PSH) อยู่ในอันดับ 5 ด้วยยอดขายรวม 22,357 ล้านบาท อันดับ 6 ได้แก่ Land and Houses (LH) ที่ยังคงประคองตัวอยู่ใน Top 10 แม้จะมียอดขายลดลงไปมาก ด้วยยอดขายรวม 18,966 ล้านบาท อันดับ 7 คือ Frasers Property (Thailand) (FPT) ด้วยยอดขาย 10,019 ล้านบาท Origin Property (ORI) อยู่ในอันดับ 8 แม้จะมีรายได้ลดลงถึง 24% แต่ก็ยังคงอยู่ในกลุ่ม Top 10 ด้วยยอดขาย 8,840 ล้านบาท อันดับ 9 คือ Quality House (QH) ด้วยยอดขาย 7,619 ล้านบาท และอันดับ 10 เป็นของ Property Perfect (PF) ด้วยยอดขาย 7,171 ล้านบาท Central Pattana: ดาวรุ่งพุ่งแรงกับการเก็บเกี่ยวผลผลิต อีกหนึ่งบริษัทที่น่าจับตาคือ Central Pattana (CPN) ที่เริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตจากการลงทุนในโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายจำนวนมากในช่วงที่ผ่านมา ในปี 2566 CPN ทำยอดขายได้ถึง 5,835 ล้านบาท เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 103% จากปี 2565 ที่มียอดขาย 2,870 ล้านบาท ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความสามารถในการปรับตัวและขยายธุรกิจ กำไรสุทธิ: บทสรุปของประสิทธิภาพการดำเนินงาน แม้ว่ายอดขายจะเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญ แต่ “กำไรสุทธิ” คือตัวชี้วัดสุดท้ายที่จะบอกว่าบริษัทใดสามารถสร้างมูลค่าและเก็บเกี่ยวผลตอบแทนได้จริงในปี 2566 ภาพรวมกำไรสุทธิของทั้ง 41 บริษัท อยู่ที่ 44,165 ล้านบาท ลดลง 11% จากปี 2565 ที่ทำได้ 49,602 ล้านบาท ที่น่าเป็นห่วงคือ มีถึง 12 บริษัทที่ประสบภาวะขาดทุน และบางบริษัทขาดทุนต่อเนื่องมานานกว่า 3-4 ปี ตั้งแต่ช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 และยังไม่สามารถฟื้นตัวได้ นอกจากนี้ กว่า 20 บริษัท มีกำไรสุทธิลดลงจากปีก่อนหน้า Land and Houses ยืนหนึ่งแชมป์กำไรสูงสุด: การบริหารต้นทุนที่แข็งแกร่ง Land and Houses (LH) ยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำด้านกำไรสุทธิไว้ได้ แม้จะมีรายได้รวมลดลง แต่สามารถทำกำไรได้ถึง 7,495 ล้านบาท เหตุผลสำคัญที่ทำให้ LH รักษาอันดับหนึ่งไว้ได้ คือการบันทึกกำไรจากการขายโรงแรม 2 แห่งเข้ากองทุน เป็นมูลค่ากว่า 2,500 ล้านบาท หากไม่มีรายการพิเศษนี้ Supalai (SPALI) ซึ่งอยู่ในอันดับ 2 ด้วยกำไร 6,083 ล้านบาท น่าจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำแทน AP (Thailand) (AP) มาในอันดับ 3 ด้วยกำไร 6,054 ล้านบาท เฉือนอันดับ 4 Sansiri (SIRI) ที่มีกำไร 5,846 ล้านบาท โดย Sansiri เติบโตด้านกำไรอย่างก้าวกระโดดถึง 42% Origin Property (ORI) อยู่ในอันดับ 5 ด้วยกำไรสุทธิ 3,160 ล้านบาท แม้กำไรจะลดลง 25% จากปีก่อนหน้า อันดับ 6 คือ SC Asset (SC) ด้วยกำไร 2,525 ล้านบาท เฉือนอันดับ 7 Quality House (QH) ไปเพียงเล็กน้อยที่ 2,503 ล้านบาท Pruksa Holding (PSH) อยู่ในอันดับ 8 ด้วยกำไร 2,339 ล้านบาท อันดับ 9 เป็นของ Frasers Property (Thailand) (FPT) ด้วยกำไร 1,865 ล้านบาท และอันดับ 10 คือ Central Pattana (CPN) ที่ทำกำไรสุทธิได้ 1,610 ล้านบาท (เป็นการประมาณการจากกำไรก่อนหักภาษีเงินได้ 1,975 ล้านบาท) มองไปข้างหน้า: บทพิสูจน์ความแข็งแกร่งในปี 2567 ผลประกอบการที่ได้วิเคราะห์มานี้ สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายที่ภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยต้องเผชิญในปี 2566 และเป็นเครื่องยืนยันว่าปี 2567 ก็ยังคงเป็นอีกปีที่ยากลำบาก แต่ในวิกฤตย่อมมีโอกาสเสมอ บริษัทที่มีกลยุทธ์การดำเนินงานที่ยืดหยุ่น สามารถปรับตัวตามสถานการณ์ตลาด และมีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง จะสามารถยืนหยัดและเติบโตต่อไปได้ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญที่ติดตามตลาดมาอย่างยาวนาน ผมเชื่อมั่นว่าศักยภาพของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยยังคงมีอยู่ เพียงแต่ต้องอาศัยความเข้าใจในสภาวะตลาดปัจจุบัน การวิเคราะห์จุดแข็งและจุดอ่อนของตนเอง และการปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป
หากคุณเป็นนักลงทุน หรือผู้ที่สนใจในตลาดอสังหาริมทรัพย์ การศึกษาข้อมูลเหล่านี้อย่างละเอียด จะช่วยให้คุณสามารถตัดสินใจลงทุนได้อย่างชาญฉลาดและสร้างผลตอบแทนที่ดีท่ามกลางสภาวะตลาดที่ผันผวนนี้ มาร่วมกันสำรวจโอกาสและความเป็นไปได้ใหม่ๆ ในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ปี 2567 ไปด้วยกัน!
Previous Post

N0602116 หญ งคนน ผมเล อกแล part2

Next Post

N0602119 กท ญเท าน ได แลพ อแม part2

Next Post

N0602119 กท ญเท าน ได แลพ อแม part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • D1104086_กค าโวยวาย างทำส ไม ตรง งข นส งพ ชายให ไล_part2
  • D1104087_พลทหารกล บแอบกล บบ าน แต มาเจอเหต การณ แบบน_part2
  • D1104088_ชายท เห นแก ให ภรรยาเล ยงล กไม พอ งให_part2
  • D1104089_แม ออกจากค กล บถ งบ านเจอล กสาวต วเองในสภาพเป นท_part2
  • D1104090_ญาต ๆบางคนชอบอ างคำว าญาต มาขอย มเง แต พอได ไปแล_part2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • April 2026
  • March 2026
  • February 2026
  • January 2026

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.