• Sample Page
filmth.moicaucachep.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
filmth.moicaucachep.com
No Result
View All Result

N0502073 ทำด หว งผล ดท ายอดเส ยใจไม ไหว part 2

admin79 by admin79
February 3, 2026
in Uncategorized
0

แน่นอนครับ นี่คือบทความที่ปรับปรุงใหม่ตามที่คุณต้องการ โดยเน้นการเขียนใหม่ทั้งหมด พร้อมใส่ใจเรื่อง SEO และปรับให้เข้ากับสถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ล่าสุดในปี 2567/2568 ครับ

2567/2568: ตลาดอสังหาฯ ไทย ยอดขายทรงตัว – กลยุทธ์สู่การเติบโตที่ยั่งยืน

ปี 2566 ที่ผ่านมา ถือเป็นอีกปีแห่งความท้าทายสำหรับภาคอสังหาริมทรัพย์ไทย หลังจากที่หลายคนคาดหวังถึงการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งจากการส่งต่อโมเมนตัมที่ดีจากปี 2565 แต่ภาพที่ปรากฏกลับตรงกันข้าม ตลาดได้กลับเข้าสู่ภาวะชะลอตัวอีกครั้งก่อนช่วงการเลือกตั้งใหญ่ และต่อเนื่องยาวนานจนถึงปลายปี แม้แต่ช่วงไฮซีซั่นในไตรมาส 4 ก็ยังไม่สามารถจุดประกายการฟื้นตัวที่ชัดเจนได้ จนกระทั่งล่วงเข้าสู่ปี 2567/2568 ตลาดก็ยังคงเผชิญกับความไม่แน่นอน ท่ามกลางพลวัตทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์มากว่า 10 ปี ผมได้สังเกตเห็นถึงความผันผวนของตลาดอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการวิเคราะห์ผลประกอบการของบริษัทมหาชนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งสะท้อนภาพรวมของอุตสาหกรรมได้อย่างแม่นยำ การศึกษาข้อมูลเชิงลึกจากบริษัทอสังหาริมทรัพย์กว่า 41 แห่งที่ทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อประเมินผลการดำเนินงานในปี 2566 ที่ผ่านมา เป็นการยืนยันว่าบริษัทใดบ้างที่สามารถปรับตัวรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และใครคือผู้ที่สามารถก้าวข้ามความท้าทายไปได้อย่างโดดเด่น

ภาพรวมผลประกอบการปี 2566/2567: ยอดขายรวมชะลอตัว แต่มีปัจจัยบวกซ่อนเร้น

ตลอดปี 2566/2567 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ทั้ง 41 แห่งที่อยู่ในข่ายการวิเคราะห์ สามารถสร้าง รายได้รวม (Total Revenue) ไปได้กว่า 371,560 ล้านบาท ซึ่งเป็นการลดลงเล็กน้อยประมาณ -1.2% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่มีรายได้รวม 376,141 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม เมื่อเจาะลึกรายบริษัท จะพบว่ามีถึง 25 จาก 41 บริษัท ที่มี รายได้รวม (Gross Revenue) ลดลง สะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันที่เกิดขึ้นในตลาด

บริษัทบางแห่งเผชิญกับ รายได้รวมติดลบ (Negative Revenue Growth) ในระดับที่น่ากังวล เช่น L.P.N. Development Plc. (LPN), Eastern Star Real Estate Plc. (ESTAR) และ Country Group Development Plc. (CGD) ที่มีรายได้รวมลดลงราวๆ -28% นอกจากนี้ Raimon Land Plc. (RML) ก็ได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยมีรายได้รวมติดลบไปถึง -26%, Lalin Property Plc. (LPH) -23%, Major Development Plc. (MD) -22% และ Siamese Asset Plc. (SA) -21%

แม้แต่บริษัทขนาดใหญ่อย่าง Land and Houses Plc. (LH) ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เล่นหลักของตลาด ก็ยังมี รายได้รวมลดลง (Revenue Decline) ถึง -18% นอกจากนี้ ยังเป็นที่น่าสังเกตว่า ในกลุ่ม Top 10 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่มีรายได้รวมสูงสุด (Top 10 Real Estate Companies by Total Revenue) ในปี 2566/2567 มีถึง 5 บริษัทที่มี รายได้รวมลดลง เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า นอกเหนือจาก LH แล้ว ยังมี AP (Thailand) Plc. (AP) ที่มีรายได้รวมติดลบเล็กน้อยไม่ถึง -1%, Supalai Plc. (SPALI) -10%, Pruksa Holding Plc. (PPH) -9% และ Origin Property Plc. (ORI) ที่มี รายได้รวมลดลง ประมาณ -4%

แสนสิริ ครองแชมป์รายได้รวม พร้อมการเติบโตที่น่าจับตา

สำหรับ 10 อันดับแรกของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่มี รายได้รวมสูงสุด (Highest Total Revenue) ประจำปี 2566/2567 มีดังนี้:

แสนสิริ (SIRI): 39,082 ล้านบาท (เติบโต 12%)
เอพี (ไทยแลนด์) (AP): 38,399 ล้านบาท
ศุภาลัย (SPALI): 31,818 ล้านบาท
แลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LH): 30,170 ล้านบาท
พฤกษา โฮลดิ้ง (PPH): 26,132 ล้านบาท
เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น (SC): 24,487 ล้านบาท
ยูนิเวนเจอร์ (UV): 17,672 ล้านบาท
เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) (FPT): 16,169 ล้านบาท
ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI): 15,157 ล้านบาท
สิงห์ เอสเตท (S): 15,066 ล้านบาท

รายได้จากการขาย: ตัวชี้วัดที่สะท้อนการดำเนินงานที่แท้จริง

อย่างไรก็ตาม หากเราต้องการวัดผลการดำเนินงานที่แท้จริงของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ การพิจารณา รายได้จากการขาย (Sales Revenue) ถือเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญยิ่งกว่า เพราะในกลุ่ม Top 10 บริษัทที่มีรายได้รวมสูงสุด หลายบริษัทมีรายได้จากแหล่งอื่นเข้ามาเสริม แต่ถ้านับเฉพาะรายได้จากการขายอย่างเดียว โฉมหน้าของ Top 10 และอันดับต่างๆ ก็จะมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน

เมื่อรวม รายได้จากการขาย (Sales Revenue) ของทั้ง 41 บริษัท พบว่าสามารถทำไปได้ทั้งสิ้น 268,460 ล้านบาท ซึ่งเป็นการลดลงประมาณ -11% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่มีรายได้จากการขายรวมประมาณ 299,979 ล้านบาท และที่น่ากังวลคือ มีถึง 30 จาก 41 บริษัท ที่ รายได้จากการขายลดลง (Sales Revenue Decline) อย่างมีนัยสำคัญ

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ Raimon Land Plc. (RML) ที่มี รายได้จากการขายลดลง ถึง -78%, L.P.N. Development Plc. (LPN) -เกือบ 40% และที่น่าตกใจคือ Land and Houses Plc. (LH) ที่ รายได้จากการขายลดลง ถึง -38% แม้แต่ AP (Thailand) Plc. (AP) ผู้นำในด้านยอดขาย ก็ยังคงมี รายได้จากการขายลดลง เล็กน้อยที่ -2% สิ่งที่น่าสนใจคือ ไม่ใช่เพียงแค่บริษัทขนาดใหญ่เท่านั้นที่มี รายได้จากการขายติดลบ (Negative Sales Revenue) แต่ในกลุ่ม Top 10 บริษัทที่มี รายได้จากการขายสูงสุด (Top 10 Sales Revenue) มีถึง 8 บริษัทที่ รายได้จากการขายลดลง จากปีก่อนหน้า

AP (Thailand) ผงาดขึ้นสู่เบอร์ 1 ด้านรายได้จากการขาย

สำหรับ 10 อันดับแรกของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่มี รายได้จากการขายสูงสุด (Highest Sales Revenue) ประจำปี 2566/2567 มีดังนี้:

เอพี (ไทยแลนด์) (AP): 36,927 ล้านบาท
แสนสิริ (SIRI): 32,829 ล้านบาท (เติบโต 7%)
ศุภาลัย (SPALI): 30,836 ล้านบาท
เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น (SC): 23,370 ล้านบาท (เติบโต 13%)
พฤกษา โฮลดิ้ง (PPH): 22,357 ล้านบาท
แลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LH): 18,966 ล้านบาท
เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) (FPT): 10,019 ล้านบาท
ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI): 8,840 ล้านบาท (-24%)
ควอลิตี้ เฮ้าส์ (QH): 7,619 ล้านบาท
พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค (PF): 7,171 ล้านบาท

นอกจากนี้ บริษัทที่ต้องกล่าวถึงเป็นพิเศษคือ เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) ที่เริ่มแสดงผลงานอันโดดเด่น หลังจากทุ่มเทพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายมาอย่างต่อเนื่อง ในปี 2566/2567 บริษัทมี รายได้จากการขาย (Sales Revenue) สูงถึง 5,835 ล้านบาท เติบโตกว่า 103% จากปี 2565 ที่มีรายได้จากการขาย 2,870 ล้านบาท ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเติบโตของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์และโครงการผสมผสาน

กำไรสุทธิ: ตัวชี้วัดสุดท้ายสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน

แม้ว่ายอดขายจะเป็นปัจจัยสำคัญ แต่สุดท้ายแล้ว กำไรสุทธิ (Net Profit) คือหัวใจสำคัญที่บ่งบอกถึงความสำเร็จที่แท้จริง เพราะบริษัทที่สามารถบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะสามารถเก็บเกี่ยวผลตอบแทนที่คุ้มค่าที่สุด ในปี 2566/2567 ทั้ง 41 บริษัท สามารถทำ กำไรสุทธิรวม (Total Net Profit) ได้ 44,165 ล้านบาท ลดลง -11% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่มี กำไรสุทธิรวม ประมาณ 49,602 ล้านบาท และน่ากังวลว่า มีถึง 12 บริษัทที่ ประสบภาวะขาดทุน (Net Loss) บางบริษัทประสบปัญหาขาดทุนต่อเนื่องมา 3-4 ปี ตั้งแต่ช่วงการระบาดของโควิด-19 และยังไม่สามารถฟื้นตัวกลับมาได้ นอกจากนี้ กว่า 20 บริษัท จาก 41 แห่ง มี กำไรลดลง (Profit Decline) เมื่อเทียบกับปี 2565

Land and Houses ผงาดขึ้นเป็นผู้นำด้านกำไรสุทธิ

สำหรับ 10 อันดับแรกของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่สามารถทำ กำไรสุทธิสูงสุด (Highest Net Profit) ประจำปี 2566/2567 มีดังนี้:

แลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LH): 7,495 ล้านบาท (กำไรหลักมาจากการขายโรงแรม 2 แห่งเข้ากองทุนมูลค่า 2,500 ล้านบาท)
ศุภาลัย (SPALI): 6,083 ล้านบาท
เอพี (ไทยแลนด์) (AP): 6,054 ล้านบาท
แสนสิริ (SIRI): 5,846 ล้านบาท (เติบโต 42%)
ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI): 3,160 ล้านบาท (-25%)
เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น (SC): 2,525 ล้านบาท
ควอลิตี้ เฮ้าส์ (QH): 2,503 ล้านบาท
พฤกษา โฮลดิ้ง (PPH): 2,339 ล้านบาท
เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) (FPT): 1,865 ล้านบาท
เซ็นทรัลพัฒนา (CPN): 1,610 ล้านบาท (ประมาณการจากกำไรก่อนหักภาษี 1,975 ล้านบาท)

มองไปข้างหน้า: ปี 2567/2568 กับโอกาสและความท้าทายในตลาดอสังหาริมทรัพย์

จากข้อมูลผลประกอบการทั้งหมดของ 41 บริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯ สะท้อนให้เห็นว่า ปี 2567/2568 ยังคงเป็นอีกปีที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์จะเผชิญกับความท้าทายอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากปัจจัยมหภาคทางเศรษฐกิจ อัตราดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับสูง และกำลังซื้อของผู้บริโภคที่อาจยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความท้าทายนี้ ยังคงมีโอกาสสำหรับผู้ที่สามารถปรับกลยุทธ์ได้อย่างชาญฉลาด การมุ่งเน้นพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดอย่างแท้จริง (Demand-driven development) การบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ การสร้างนวัตกรรมในผลิตภัณฑ์และบริการ รวมถึงการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน จะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้บริษัทอสังหาริมทรัพย์สามารถก้าวข้ามผ่านความผันผวนและเติบโตได้อย่างยั่งยืน

หากคุณคือผู้ประกอบการ นักลงทุน หรือผู้ที่สนใจในตลาดอสังหาริมทรัพย์ การทำความเข้าใจในทิศทางตลาด การวิเคราะห์ผลประกอบการของผู้เล่นหลัก และการปรับกลยุทธ์ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง คือกุญแจสำคัญที่จะนำพาคุณไปสู่ความสำเร็จในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้

ร่วมกันสร้างสรรค์อนาคตของวงการอสังหาริมทรัพย์ไทยให้แข็งแกร่งและเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกัน!

Previous Post

N0502061 นเปล ยนช ตแล วให ก(ตอนจบ) #ครอบคร #ความร #ละครค ณธรรม #หน งส AsiaIdea part2

Next Post

N0502070 เพ อนต วแสบ แอบมาแท งข างหล (ตอนจบ) #เพ อน #ต วแสบ #ละครค ณธรรม #หน งส AsiaIdea part2

Next Post

N0502070 เพ อนต วแสบ แอบมาแท งข างหล (ตอนจบ) #เพ อน #ต วแสบ #ละครค ณธรรม #หน งส AsiaIdea part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • D0904088_เง นท ไปก มาร กษาเม แต ดท ายหมดต งานน จะไ_part2
  • D0904087_เธอถ กบ ลล จากเพ อนๆ แต ชายคนน มาปกป องเธอไว_part2
  • D0904086_เศรษฐ วยเด กเอาไว แต พอตามเด กไปท าน งก บช_part2
  • D0904091_เม ยให วอย เด อน วเลยโวยวาย แบบน ได วยเหรอ_part2
  • D0904089_เด กต ดอย ในบ านท ไฟไหม แต ยามไม ยอมให มด บเพ_part2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • April 2026
  • March 2026
  • February 2026
  • January 2026

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.