• Sample Page
filmth.moicaucachep.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
filmth.moicaucachep.com
No Result
View All Result

N0402004 EP3 แค นน องชำระ จากล กเล ยงส กเศรษฐ ในค นเด ยว!!! part2

admin79 by admin79
February 2, 2026
in Uncategorized
0
N0402004 EP3 แค นน องชำระ จากล กเล ยงส กเศรษฐ ในค นเด ยว!!! part2

วงการอสังหาฯ ไทย ปี 2567: ท่ามกลางความท้าทาย โอกาสใหม่ที่ซ่อนเร้น

ปี 2566 ที่เพิ่งผ่านพ้นไป ถือเป็นบททดสอบครั้งสำคัญของภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยอย่างแท้จริง แม้จะมีความคาดหวังว่าโมเมนตัมเชิงบวกจากปี 2565 จะส่งผลให้ตลาดเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง แต่ความเป็นจริงกลับสวนทางอย่างสิ้นเชิง ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยเริ่มเข้าสู่ภาวะชะลอตัวอย่างเห็นได้ชัดก่อนหน้าการเลือกตั้งใหญ่ และต่อเนื่องยาวนานจนถึงช่วงปลายปี แม้แต่ช่วงเวลาที่ปกติจะเป็นไฮซีซั่นในไตรมาส 4 ก็ยังไม่มีสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจน และความซบเซาต่อเนื่องมาจนถึงต้นปี 2567 นี้ ทำให้หลายฝ่ายเริ่มตั้งคำถามถึงทิศทางของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยว่าจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์มานานกว่าทศวรรษ ผมได้ติดตามความเคลื่อนไหวของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อย่างใกล้ชิดเสมอ และในปี 2566 ที่ผ่านมานี้ ข้อมูลผลประกอบการของ 41 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ ที่ผมได้รวบรวมและวิเคราะห์ แสดงให้เห็นภาพที่น่าสนใจว่า แต่ละบริษัทสามารถปรับตัวและรับมือกับสภาวะตลาดที่ท้าทายนี้ได้อย่างไร และใครคือผู้ที่สามารถยืนหยัดและสร้างผลงานที่โดดเด่นท่ามกลางความผันผวน

ภาพรวมรายได้รวม: แรงเหวี่ยงที่ชะลอตัว

การวิเคราะห์รายได้รวมของ 41 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ พบว่าในปี 2566 บริษัทเหล่านี้มีรายได้รวมทั้งสิ้น 371,560 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยประมาณ -1.2% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่ทำรายได้รวมไว้ที่ 376,141 ล้านบาท แม้การลดลงโดยรวมจะดูไม่มากนัก แต่เมื่อเจาะลึกรายบริษัท จะพบว่ามีถึง 25 จาก 41 บริษัท ที่มีรายได้รวมลดลง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันที่บริษัทจำนวนมากกำลังเผชิญ

บางบริษัทประสบกับภาวะรายได้ติดลบในระดับที่น่ากังวล โดยเฉพาะ แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ (LPN), อีสเทอร์น สตาร์ เรียล เอสเตท (ESTAR) และ คันทรี่ กรุ๊ป ดีเวลลอปเมนท์ (CGD) ที่มีรายได้รวมลดลงถึงราว -28% นอกจากนี้ ยังมี ไรมอน แลนด์ (RML) ที่รายได้ลดลง -26%, ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ (LPH) -23%, เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ (MJD) -22% และ ไซมิส แอสเสท (SA) -21%

แม้แต่บริษัทยักษ์ใหญ่ที่เคยแข็งแกร่งอย่าง แลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LH) ก็ยังไม่สามารถหลุดพ้นจากภาวะรายได้รวมติดลบ โดยมีรายได้รวมลดลงถึง -18% และเป็นที่น่าสังเกตว่า ในกลุ่ม Top 10 บริษัทที่ทำรายได้รวมสูงสุด กลับมีถึง 5 บริษัท ที่มีรายได้รวมลดลงจากปีก่อน นอกเหนือจาก LH แล้ว ยังมี เอพี (ไทยแลนด์) (AP) ที่มีรายได้รวมลดลงเล็กน้อยแต่ก็ติดลบที่ -1%, ศุภาลัย (SPALI) -10%, พฤกษา โฮลดิ้ง (PSH) -9% และ ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI) ที่รายได้รวมลดลงประมาณ -4%

แสนสิริ ผงาดแชมป์รายได้รวม 39,082 ล้านบาท เติบโต 12%

เมื่อพิจารณา 10 อันดับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ทำรายได้รวมสูงสุดในปี 2566 สามารถจัดลำดับได้ดังนี้:

แสนสิริ (SIRI): 39,082 ล้านบาท (เติบโต 12%)
เอพี (ไทยแลนด์) (AP): 38,399 ล้านบาท
ศุภาลัย (SPALI): 31,818 ล้านบาท
แลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LH): 30,170 ล้านบาท
พฤกษา โฮลดิ้ง (PSH): 26,132 ล้านบาท
เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น (SC): 24,487 ล้านบาท
ยูนิเวนเจอร์ (UV): 17,672 ล้านบาท
เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) (FPT): 16,169 ล้านบาท
ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI): 15,157 ล้านบาท
สิงห์ เอสเตท (S): 15,066 ล้านบาท

รายได้จากการขาย: ตัวชี้วัดที่สะท้อนความสามารถในการแข่งขันที่แท้จริง

อย่างไรก็ตาม การวัดผลประกอบการที่แท้จริง ควรพิจารณาจาก รายได้จากการขาย (Sales Revenue) เป็นหลัก เนื่องจากรายได้รวมของบางบริษัทอาจมีการรับรู้รายได้จากแหล่งอื่นนอกเหนือจากการขายอสังหาริมทรัพย์โดยตรง เช่น การบริหารโครงการ หรือรายได้จากการลงทุน ซึ่งอาจไม่สะท้อนความสามารถในการสร้างยอดขายที่แข็งแกร่งในตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยตรง

ตลอดทั้ง 41 บริษัทที่ทำการวิเคราะห์ พบว่าสามารถสร้างรายได้จากการขายรวมกันได้ 268,460 ล้านบาท ลดลงประมาณ -11% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่มียอดขายรวม 299,979 ล้านบาท และเป็นที่น่ากังวลว่า มีถึง 30 จาก 41 บริษัท ที่มียอดขายลดลงจากปีก่อน

ตัวเลขที่น่าตกใจคือ ไรมอน แลนด์ (RML) ที่มียอดขายตกลงถึง -78%, แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ (LPN) มียอดขายลดลงเกือบ -40%, และ แลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LH) ซึ่งเป็นผู้นำในตลาดมาอย่างยาวนาน ก็มียอดขายลดลงถึง -38% แม้แต่ เอพี (ไทยแลนด์) (AP) ซึ่งเป็นอันดับ 1 ในด้านยอดขาย ก็ยังมียอดขายลดลงเล็กน้อยที่ -2% และไม่ใช่เพียงแค่บริษัทใหญ่เท่านั้นที่เผชิญปัญหานี้ ในกลุ่ม Top 10 บริษัทที่มีรายได้จากการขายสูงสุด มีถึง 8 บริษัท ที่มียอดขายลดลงจากปีก่อน

เอพี (ไทยแลนด์) ครองความเป็นหนึ่งด้านรายได้จากการขาย 36,927 ล้านบาท

เมื่อพิจารณา 10 อันดับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ทำรายได้จากการขายสูงสุดในปี 2566 มีดังนี้:

เอพี (ไทยแลนด์) (AP): 36,927 ล้านบาท
แสนสิริ (SIRI): 32,829 ล้านบาท (เติบโต 7%)
ศุภาลัย (SPALI): 30,836 ล้านบาท
เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น (SC): 23,370 ล้านบาท (เติบโต 13%)
พฤกษา โฮลดิ้ง (PSH): 22,357 ล้านบาท
แลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LH): 18,966 ล้านบาท
เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) (FPT): 10,019 ล้านบาท
ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI): 8,840 ล้านบาท (ลดลง -24%)
ควอลิตี้ เฮ้าส์ (QH): 7,619 ล้านบาท
พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค (PF): 7,171 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังมีบริษัทที่น่าจับตามองเป็นพิเศษคือ เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) ที่เริ่มเก็บเกี่ยวผลจากการลงทุนในโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย โดยในปี 2566 ทำรายได้จากการขายได้ 5,835 ล้านบาท เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 103% จากปี 2565 ที่มีรายได้จากการขาย 2,870 ล้านบาท

กำไรสุทธิ: ความสามารถในการทำกำไรภายใต้แรงกดดัน

แม้ว่ายอดขายจะเป็นสิ่งสำคัญ แต่การที่บริษัทจะถือเป็น “ผู้ชนะตัวจริง” อย่างแท้จริงนั้น ต้องพิจารณาถึง กำไรสุทธิ (Net Profit) ซึ่งเป็นผลลัพธ์สุดท้ายของการดำเนินงาน โดยในปี 2566 ทั้ง 41 บริษัท มีกำไรสุทธิรวมกัน 44,165 ล้านบาท ลดลง -11% จากปี 2565 ที่มีกำไรสุทธิรวมราว 49,602 ล้านบาท

สถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงคือ มีถึง 12 บริษัท ที่ประสบภาวะ ขาดทุน ในปี 2566 โดยบางบริษัทขาดทุนต่อเนื่องมา 3-4 ปี ตั้งแต่ช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 และไม่สามารถฟื้นตัวกลับมาได้ และกว่า 20 บริษัท จาก 41 บริษัท มีผลกำไรลดลงจากปีก่อน

แลนด์แอนด์เฮ้าส์ ครองแชมป์กำไรสุทธิ 7,495 ล้านบาท

สำหรับ 10 อันดับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่สามารถทำกำไรสุทธิได้สูงสุดในปี 2566 มีดังนี้:

แลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LH): 7,495 ล้านบาท (แม้รายได้รวมลดลง แต่มีกำไรจากการขายโรงแรม 2 แห่งเข้ากองทุน มูลค่า 2,500 ล้านบาท เป็นปัจจัยสำคัญ)
ศุภาลัย (SPALI): 6,083 ล้านบาท
เอพี (ไทยแลนด์) (AP): 6,054 ล้านบาท
แสนสิริ (SIRI): 5,846 ล้านบาท (เติบโต 42%)
ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI): 3,160 ล้านบาท (กำไรลดลง -25%)
เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น (SC): 2,525 ล้านบาท
ควอลิตี้ เฮ้าส์ (QH): 2,503 ล้านบาท
พฤกษา โฮลดิ้ง (PSH): 2,339 ล้านบาท
เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) (FPT): 1,865 ล้านบาท
เซ็นทรัลพัฒนา (CPN): 1,610 ล้านบาท (ประมาณการจากกำไรก่อนหักภาษี 1,975 ล้านบาท)

มองไปข้างหน้า: ปี 2567 กับความท้าทายและโอกาสที่ต้องไขว่คว้า

จากข้อมูลผลประกอบการของ 41 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ Property Mentor ได้รวบรวมมา ชี้ให้เห็นว่าปี 2567 นี้ จะยังคงเป็นปีที่ท้าทายสำหรับภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยลบจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่แน่นอน, อัตราดอกเบี้ยที่ทรงตัวในระดับสูง, กำลังซื้อของผู้บริโภคที่อาจยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่, และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าและคุณภาพชีวิตมากขึ้น ล้วนเป็นปัจจัยที่ผู้ประกอบการต้องเผชิญ

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความท้าทายเหล่านี้ ก็ยังมี โอกาสใหม่ๆ ที่ซ่อนเร้น อยู่เสมอ สำหรับผู้ประกอบการที่สามารถปรับกลยุทธ์ได้อย่างคล่องตัว, เข้าใจความต้องการของตลาดอย่างลึกซึ้ง, นำเสนอนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่, และบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะสามารถยืนหยัดและเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง

ในปี 2567 นี้ ผู้ประกอบการที่มีวิสัยทัศน์ควรมุ่งเน้นการสร้าง “คุณค่า” ที่มากกว่าแค่ตัวอาคาร แต่เป็นการมอบประสบการณ์การอยู่อาศัยที่ครบวงจร, การออกแบบที่ใส่ใจในรายละเอียด, และการบริการหลังการขายที่น่าประทับใจ การให้ความสำคัญกับ “ความยั่งยืน” ในการพัฒนาโครงการ ก็จะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่สร้างความแตกต่างและดึงดูดผู้บริโภคยุคใหม่

อีกหนึ่งกลยุทธ์ที่สำคัญคือ การ “สร้างพันธมิตร” หรือการร่วมทุน (Joint Venture) กับผู้พัฒนาโครงการที่มีความเชี่ยวชาญในตลาดเฉพาะกลุ่ม หรือการผนึกกำลังกับผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีเพื่อยกระดับประสบการณ์ของผู้พักอาศัย ก็เป็นแนวทางที่น่าสนใจในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

การวิเคราะห์เชิงลึกนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการทำความเข้าใจตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย ผู้ที่ประสบความสำเร็จในปี 2566 คือผู้ที่สามารถ “ปรับตัว” และ “สร้างสรรค์” ได้อย่างต่อเนื่อง ในปี 2567 นี้ ความสามารถในการ “คาดการณ์” และ “ตอบสนอง” ต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดได้อย่างรวดเร็ว จะเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ

หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่กำลังมองหาโอกาส หรือต้องการวางแผนกลยุทธ์สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปี 2567 นี้ การทำความเข้าใจข้อมูลเชิงลึกและแนวโน้มตลาด จะเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการตัดสินใจอย่างชาญฉลาด มาร่วมกันก้าวข้ามความท้าทาย และคว้าโอกาสใหม่ๆ ที่กำลังรออยู่ในวงการอสังหาริมทรัพย์ไทยไปด้วยกัน!

Previous Post

N0402013 นน ณอาจร กพอใจ แต พร งน ณจะต องชดใช บการกระทำของต วเอง part2

Next Post

N0402005 EP4 แค นน องชำระ จากล กเล ยงส กเศรษฐ ในค นเด ยว!!! part2

Next Post
N0402005 EP4 แค นน องชำระ จากล กเล ยงส กเศรษฐ ในค นเด ยว!!! part2

N0402005 EP4 แค นน องชำระ จากล กเล ยงส กเศรษฐ ในค นเด ยว!!! part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • D1304126_เพ อนสน ทแอบนอนก บแฟนต วเอง เธอจะแก เกมน งไง_part2
  • D1304127_คนเรา ตอนเราลำบาก คนรอบข างก จะเผยธาต แท เอง โดยเฉ_part2
  • D1304128_วพาเม ยน อยมาหยามเม ยหลวงถ งบ าน แถมย งเช อเม_part2
  • D1304129_คณอายไหมทมภรรยาแบบน!!_part2
  • D1304130_ดราม าช อก! หญ งพยายามหน แต กผ ชายข งไว_part2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • April 2026
  • March 2026
  • February 2026
  • January 2026

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.