• Sample Page
filmth.moicaucachep.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
filmth.moicaucachep.com
No Result
View All Result

N0302103 โกหกเร องโรคร ายเพ อลองใจ, แต บกรรมกล บเป นแฟนใหม part2

admin79 by admin79
January 30, 2026
in Uncategorized
0
N0302103 โกหกเร องโรคร ายเพ อลองใจ, แต บกรรมกล บเป นแฟนใหม part2

ท่ามกลางความผันผวน: เจาะลึกผลประกอบการอสังหาริมทรัพย์ไทย ปี 2567 สูงสุด-ต่ำสุดใครยืนหยัด?

ปี 2567 ที่กำลังจะผ่านพ้นไปนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งปีที่ท้าทายอย่างยิ่งสำหรับวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย แม้จะมีความคาดหวังว่าตลาดจะฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งตามโมเมนตัมจากปี 2565 ที่เคยรุ่งเรือง แต่ความเป็นจริงกลับสวนทาง ตลาดกลับเข้าสู่ภาวะชะลอตัวอีกครั้งตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้งใหญ่ และต่อเนื่องมาจนถึงช่วงปลายปี แม้แต่ช่วงเวลาทองของตลาดอสังหาริมทรัพย์อย่างไตรมาส 4 ก็ยังไม่สามารถจุดประกายการฟื้นตัวได้อย่างมีนัยสำคัญ ทำให้หลายคนตั้งคำถามว่า ท่ามกลางสถานการณ์เช่นนี้ บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ใดบ้างที่สามารถยืนหยัดและก้าวข้ามผ่านความยากลำบากไปได้?

Property Mentor ได้รวบรวมข้อมูลเชิงลึกของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รวมทั้งสิ้น 41 แห่ง เพื่อวิเคราะห์และประเมินผลการดำเนินงานในปี 2567 โดยพิจารณาจากตัวชี้วัดสำคัญ ทั้งรายได้รวม รายได้จากการขาย และกำไรสุทธิ เพื่อค้นหา “ผู้ชนะตัวจริง” ที่สามารถบริหารจัดการธุรกิจท่ามกลางความท้าทายได้อย่างยอดเยี่ยม

ภาพรวมรายได้รวม: การปรับฐานที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

จากการรวบรวมข้อมูล พบว่าในปี 2567 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ทั้ง 41 แห่ง มีรายได้รวมกันอยู่ที่ประมาณ 371,560 ล้านบาท ซึ่งลดลงเล็กน้อย หรือประมาณ 1.2% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่มีรายได้รวม 376,141 ล้านบาท ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นถึงภาวะตลาดที่ค่อนข้างทรงตัว แต่เมื่อพิจารณาในรายละเอียดรายบริษัท จะพบว่ามีถึง 25 จาก 41 บริษัท ที่มีรายได้รวมลดลง ซึ่งบ่งชี้ว่าไม่ใช่ทุกบริษัทจะสามารถรักษาการเติบโตไว้ได้

บางบริษัทต้องเผชิญกับการลดลงของรายได้ที่รุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง L.P.N. Development, Eastern Star Real Estate, และ Country Group Development ที่มีรายได้รวมลดลงในอัตราที่สูงกว่า 20% นอกจากนี้ Raimon Land ยังมีรายได้รวมลดลงถึง 26% ขณะที่ Lalin Property และ Major Development ก็มีรายได้รวมลดลงมากกว่า 20% และ Siamese Asset ก็ไม่น้อยหน้า โดยมีรายได้รวมลดลงกว่า 21%

แม้แต่บริษัทใหญ่ที่มีชื่อเสียงอย่าง Land and Houses ก็ยังเผชิญกับรายได้รวมที่ลดลงถึง 18% และเป็นที่น่าสังเกตว่า ในกลุ่ม 10 บริษัทที่ทำรายได้รวมสูงสุดในปี 2567 มีถึง 5 บริษัทที่มีรายได้รวมลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า นอกเหนือจาก Land and Houses แล้ว ยังมี AP (Thailand) ที่มีรายได้รวมลดลงเล็กน้อยไม่ถึง 1% ขณะที่ Supalai มีรายได้รวมลดลง 10%, Pruksa Holding ลดลง 9% และ Origin Property มีรายได้รวมลดลงประมาณ 4%

10 อันดับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ทำรายได้รวมสูงสุด ปี 2567

แม้จะมีความท้าทาย แต่ก็ยังมีบริษัทที่สามารถรักษาการเติบโตและครองส่วนแบ่งทางการตลาดได้อย่างแข็งแกร่ง โดย 10 อันดับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ทำรายได้รวมสูงสุดในปี 2567 มีดังนี้:

แสนสิริ (Siri): 39,082 ล้านบาท (เติบโต 12%)
เอพี (ไทยแลนด์) (AP): 38,399 ล้านบาท
ศุภาลัย (SPALI): 31,818 ล้านบาท
แลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LH): 30,170 ล้านบาท
พฤกษา โฮลดิ้ง (PRUKSA): 26,132 ล้านบาท
เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น (SC): 24,487 ล้านบาท
ยูนิเวนเจอร์ (UV): 17,672 ล้านบาท
เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) (FPT): 16,169 ล้านบาท
ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI): 15,157 ล้านบาท
สิงห์ เอสเตท (S): 15,066 ล้านบาท

เจาะลึกรายได้จากการขาย: ตัวชี้วัดความแข็งแกร่งที่แท้จริง

การพิจารณารายได้จากการขายเพียงอย่างเดียว ถือเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญและสะท้อนถึงความสามารถในการแข่งขันและยอดขายที่แท้จริงของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากรายได้รวมอาจรวมถึงรายได้จากแหล่งอื่น เช่น การขายสินทรัพย์ การลงทุน หรือธุรกิจอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการขายอสังหาริมทรัพย์โดยตรง

จากการรวบรวมข้อมูลพบว่า ตลอดปี 2567 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ทั้ง 41 แห่ง สามารถทำรายได้จากการขายรวมกันได้ประมาณ 268,460 ล้านบาท ซึ่งลดลงประมาณ 11% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่มีรายได้จากการขายรวมประมาณ 299,979 ล้านบาท โดยมีถึง 30 จาก 41 บริษัท ที่มีรายได้จากการขายลดลงจากปี 2565

สถานการณ์นี้ส่งผลกระทบต่อบริษัทหลายแห่งอย่างมีนัยสำคัญ เช่น Raimon Land ที่มีรายได้จากการขายลดลงถึง 78% L.P.N. Development มีรายได้จากการขายลดลงเกือบ 40% และที่น่าตกใจคือ Land and Houses มีรายได้จากการขายลดลงถึง 38% แม้แต่บริษัทชั้นนำอย่าง AP (Thailand) ก็ยังคงมีรายได้จากการขายลดลงเล็กน้อยที่ 2% และไม่ใช่เพียงแค่บริษัทขนาดใหญ่เท่านั้น แต่ในกลุ่ม 10 บริษัทที่มีรายได้จากการขายสูงสุด ก็มีถึง 8 บริษัทที่รายได้จากการขายลดลง

10 อันดับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ทำรายได้จากการขายสูงสุด ปี 2567

เมื่อพิจารณาเฉพาะรายได้จากการขายอย่างเดียว ลำดับของบริษัทมีการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ โดยมีบริษัทที่แสดงศักยภาพในการสร้างยอดขายได้อย่างโดดเด่น ดังนี้:

เอพี (ไทยแลนด์) (AP): 36,927 ล้านบาท (รักษาตำแหน่งอันดับ 1)
แสนสิริ (Siri): 32,829 ล้านบาท (เติบโต 7% และเป็น 1 ใน 2 บริษัทที่มีรายได้จากการขายเติบโต)
ศุภาลัย (SPALI): 30,836 ล้านบาท (รักษาตำแหน่งอย่างเหนียวแน่น)
เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น (SC): 23,370 ล้านบาท (เติบโต 13% และเข้าสู่ Top 5)
พฤกษา โฮลดิ้ง (PRUKSA): 22,357 ล้านบาท
แลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LH): 18,966 ล้านบาท (ยังคงอยู่ใน Top 10 แม้รายได้ลดลง)
เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) (FPT): 10,019 ล้านบาท
ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI): 8,840 ล้านบาท (แม้รายได้ลดลง 24% แต่ยังเกาะกลุ่ม Top 10)
ควอลิตี้ เฮ้าส์ (QH): 7,619 ล้านบาท
พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค (PF): 7,171 ล้านบาท

นอกจากนี้ เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) ยังเป็นอีกหนึ่งบริษัทที่น่าจับตามอง ด้วยการเติบโตของรายได้จากการขายที่ก้าวกระโดดถึง 103% จาก 2,870 ล้านบาทในปี 2565 สู่ 5,835 ล้านบาทในปี 2567 ซึ่งสะท้อนถึงความสำเร็จจากการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายอย่างต่อเนื่อง

กำไรสุทธิ: สุดยอดตัวชี้วัดความสำเร็จที่แท้จริง

แม้ว่ารายได้จะเป็นปัจจัยสำคัญ แต่ในท้ายที่สุดแล้ว กำไรสุทธิคือสิ่งที่บ่งบอกถึงความสามารถในการทำกำไรและสร้างมูลค่าให้กับผู้ถือหุ้นได้อย่างแท้จริง ในปี 2567 ทั้ง 41 บริษัท สามารถทำกำไรสุทธิรวมกันได้ประมาณ 44,165 ล้านบาท ซึ่งลดลง 11% จากปี 2565 ที่มีกำไรสุทธิรวมกันประมาณ 49,602 ล้านบาท

สถานการณ์นี้น่าเป็นห่วงยิ่งขึ้นเมื่อพิจารณาว่า มีกว่า 12 บริษัทที่ประสบปัญหาขาดทุน ซึ่งบางบริษัทขาดทุนต่อเนื่องมา 3-4 ปีตั้งแต่ช่วงโควิด-19 และยังไม่สามารถฟื้นตัวกลับมาได้ นอกจากนี้ กว่า 20 บริษัท จาก 41 บริษัท มีผลกำไรลดลงเมื่อเทียบกับปี 2565

10 อันดับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ทำกำไรสูงสุด ปี 2567

ท่ามกลางความท้าทายเหล่านี้ มีบริษัทเพียงไม่กี่แห่งที่สามารถสร้างกำไรได้อย่างโดดเด่น โดย 10 อันดับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ทำกำไรสูงสุดในปี 2567 มีดังนี้:

แลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LH): 7,495 ล้านบาท (ยืนหนึ่งแม้รายได้ลดลง โดยมีกำไรพิเศษจากการขายโรงแรม)
ศุภาลัย (SPALI): 6,083 ล้านบาท
เอพี (ไทยแลนด์) (AP): 6,054 ล้านบาท
แสนสิริ (Siri): 5,846 ล้านบาท (เติบโตอย่างก้าวกระโดด 42%)
ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI): 3,160 ล้านบาท (แม้กำไรลดลง 25%)
เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น (SC): 2,525 ล้านบาท
ควอลิตี้ เฮ้าส์ (QH): 2,503 ล้านบาท
พฤกษา โฮลดิ้ง (PRUKSA): 2,339 ล้านบาท
เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) (FPT): 1,865 ล้านบาท
เซ็นทรัลพัฒนา (CPN): 1,610 ล้านบาท (ประมาณการจากกำไรก่อนหักภาษีเงินได้)

แนวโน้มปี 2567 และบทสรุป

ผลการดำเนินงานของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ทั้ง 41 แห่งในปี 2567 สะท้อนให้เห็นถึงความผันผวนและความท้าทายที่เกิดขึ้นในตลาด แม้รายได้รวมจะทรงตัว แต่รายได้จากการขายและกำไรสุทธิกลับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ บ่งชี้ถึงการแข่งขันที่รุนแรง ความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป และแรงกดดันด้านต้นทุน

ปี 2567 ถูกคาดการณ์ว่าจะเป็นอีกปีที่ยากลำบากสำหรับภาคอสังหาริมทรัพย์ แต่ในขณะเดียวกัน ก็เป็นโอกาสสำหรับบริษัทที่สามารถปรับตัว วางกลยุทธ์ได้อย่างชาญฉลาด และบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างผลประกอบการที่แข็งแกร่งท่ามกลางความไม่แน่นอน

หากคุณคือผู้ที่กำลังมองหาโอกาสในการลงทุน หรือต้องการศึกษาแนวทางการดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ให้ประสบความสำเร็จในสภาวะตลาดที่ท้าทาย การวิเคราะห์ผลการดำเนินงานของบริษัทเหล่านี้ ถือเป็นข้อมูลสำคัญที่จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ โปรดติดตามบทวิเคราะห์เชิงลึกและโอกาสใหม่ๆ ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ได้ในโอกาสต่อไป!

Previous Post

N0302087 แฟนสายเปย ชายในฝ นท ใครๆก จฉา! ดท ายความจร งค อฝ นร าย! part2

Next Post

N0402093 ดจบคนเนรค ณ! หล กฐานม ดต วทำเพ อนช อกท งวง! part2

Next Post
N0402093 ดจบคนเนรค ณ! หล กฐานม ดต วทำเพ อนช อกท งวง! part2

N0402093 ดจบคนเนรค ณ! หล กฐานม ดต วทำเพ อนช อกท งวง! part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N2602061 ทธ อะไรมาว าอ วน ไปอ วนในต บข าวแกเหรอ part2 | Viviann Vanzant
  • N2602058 ยอดขายหน เพ ออนาคตครอบคร part2 | Viviann Vanzant
  • N2602062 ชายท เก องม หญ งข างกายท เก งด วย part2 | Viviann Vanzant
  • N2602059 เห นคนอ อนแอกว าเป นขนม ดท ายขมปากเลย part2 | Viviann Vanzant
  • N2602060 วางแผนมาอย างด ดท ายทำไม ลง part2 | Viviann Vanzant

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.