โตโยต้า ยาริส ใหม่: เปิดมุมมองใหม่ สู่การเดินทางที่ใช่ ในยุค ECO Car
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มาสิบปี ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของตลาดรถยนต์มานับไม่ถ้วน โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์นั่งขนาดเล็ก หรือ Sub-Compact Hatchback ซึ่งเป็นตลาดที่แข่งขันกันอย่างดุเดือด และปี 2013 คือปีที่ Toyota ต้องเผชิญกับความท้าทายครั้งสำคัญ เมื่อ Toyota ตัดสินใจเปิดตัว All-New Yaris รุ่นที่ 3 เข้าสู่ตลาดไทย ภายใต้ข้อจำกัดและนโยบายสนับสนุนรถยนต์ประหยัดพลังงานของภาครัฐ หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ “ECO Car”
การมาถึงของ Yaris โฉมใหม่นี้ ไม่ใช่เรื่องง่าย สิ่งที่ผมได้ยินจากเพื่อนร่วมวงการเมื่อสองปีก่อนถึงการออกแบบที่ดู “เหลี่ยมๆ สปอร์ตๆ” และ “กระจังหน้าเหมือน Mitsubishi RVR/ASX” ในตอนแรก ฟังแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ เพราะหากเป็นเช่นนั้นจริง ย่อมเป็นเรื่องน่ากังวลสำหรับรถยนต์ที่ตลาดหลักคือกลุ่มผู้หญิง ซึ่งมักชื่นชอบรถยนต์ที่มีเส้นสายโค้งมน น่ารัก
อย่างไรก็ตาม โลกของยานยนต์นั้นเต็มไปด้วยความคาดไม่ถึง และ Yaris ใหม่ ก็เป็นอีกครั้งที่พิสูจน์ให้เห็นว่า แม้แต่แบรนด์ที่แข็งแกร่งอย่าง Toyota ก็สามารถสร้างความประหลาดใจให้กับตลาดได้เสมอ
ภาพลักษณ์ใหม่ที่ฉีกทุกการคาดหมาย
เมื่อภาพแรกของ Yaris ใหม่ ถูกเผยแพร่ออกมาในงาน Auto Shanghai 2013 ผู้คนต่างตกตะลึงไปกับดีไซน์ที่แตกต่างจาก Yaris รุ่นก่อนอย่างสิ้นเชิง ด้านหน้าที่ดูดุดัน คล้ายคลึงกับ Mitsubishi Lancer EX (ซึ่งในอดีตเคยเป็นบทเรียนว่ารถดีไซน์ Masculin เกินไปอาจไม่ตอบโจทย์ตลาด) และชุดไฟท้ายที่มีรูปทรงแปลกตาคล้ายก้อนเลือดกำเดาไหล ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก
ในมุมมองของผม ความกล้าที่จะฉีกกรอบดีไซน์เดิม ถือเป็นจุดเด่นที่น่าสนใจ แต่ก็แฝงด้วยความเสี่ยงสูง การตลาดแบบ “Colorful Marketing” คือทางเดียวที่จะพยายามทำให้ Yaris ใหม่ ดูน่าสนใจขึ้น ด้วยการนำเสนอสีสันที่สวยงาม เพื่อดึงดูดสายตาผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายหลักที่เป็นผู้หญิง
ช่วงเวลาแห่งความท้าทาย: หลังโครงการคืนภาษีรถคันแรก
การเปิดตัว Yaris ใหม่ ในช่วงเวลานั้น เกิดขึ้นหลังสิ้นสุดโครงการคืนภาษีรถยนต์คันแรกของรัฐบาล ซึ่งส่งผลให้ตลาดรถยนต์เกิดภาวะสต็อกล้น ผู้ผลิตต้องเร่งระบายสินค้า และกำลังซื้อของผู้บริโภคลดลงอย่างเห็นได้ชัด กลุ่มรถยนต์ B-Segment และ ECO Car ได้รับผลกระทบหนักที่สุด ยอดขายไม่กระเตื้อง แม้จะอัดโปรโมชั่นหนักแค่ไหนก็ตาม
ในสถานการณ์เช่นนี้ การเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ในกลุ่มนี้ ถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่ง Yaris ใหม่ ก็ไม่พ้นจากชะตากรรมนี้ ต้องตกอยู่ในสภาวะเดียวกันกับ Vios ซึ่งเป็นญาติร่วมแพลตฟอร์ม การเปิดตัว Yaris ในเวลานั้น ดูเหมือนจะเป็น “ไฟท์บังคับ” ที่ Toyota ต้องทำ เพื่อรักษาตำแหน่งในตลาด ECO Car
กระแสตอบรับที่เปลี่ยนไป: จากเงียบเหงา สู่ความคุ้นเคย
ในช่วงแรก กระแสการพูดถึง Yaris ใหม่ ในโลกโซเชียลมีเดียค่อนข้างบางตา เมื่อเทียบกับรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ของ Toyota ในอดีต น้อยคนที่จะให้ความสนใจ ยิ่งเมื่อต้องเผชิญหน้ากับ Nissan Teana ที่เปิดตัวไล่เลี่ยกัน ยิ่งทำให้กระแสของ Yaris จมหายไป
แต่เวลาผ่านไป ภาพที่ผมเห็นบนท้องถนนกลับเปลี่ยนไป ปริมาณ Yaris ใหม่ ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง บ่งบอกว่า ผู้บริโภคเริ่มให้การยอมรับรถยนต์หน้าตาประหลาดคันนี้แล้ว คำถามที่เคยค้างคาใจของผู้คน ไม่ว่าจะเป็นอัตราเร่ง อัตราสิ้นเปลือง ความประหยัด การขับขี่ ช่วงล่าง หรือแม้แต่การเปรียบเทียบกับคู่แข่งอย่าง Suzuki Swift หรือแม้แต่ Vios เอง ก็เริ่มมีคำตอบที่ชัดเจนขึ้น
วิวัฒนาการของ Yaris: จากยุโรป สู่ตลาดโลก
ก่อนจะลงลึกถึง Yaris รุ่นใหม่ในตลาดไทย เรามาย้อนรอยประวัติศาสตร์ของ Yaris กันสักหน่อย Toyota ได้พยายามบุกตลาด Sub-Compact Hatchback ในยุโรปมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่ยุค Starlet จนกระทั่ง Sotiris Kovos นักออกแบบจาก Toyota European Office of Creation ได้ริเริ่มแนวคิดรถยนต์ขนาดเล็กใหม่ภายใต้ชื่อ “Fun” ในปี 1997 และนำมาสู่การเปิดตัว Yaris ครั้งแรกในยุโรปเมื่อปี 1998
ชื่อ “Yaris” มาจากการผสมผสานคำว่า “Ya” (Yes ในภาษาเยอรมัน) กับ “Charis” (เทพีแห่งความงามในเทพนิยายกรีก) สะท้อนถึงความมุ่งมั่นที่จะสร้างรถยนต์ขนาดเล็กที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุโรป Yaris สร้างชื่อเสียงให้กับ Toyota ด้วยการคว้ารางวัล European Car of the Year ในปี 2000 ซึ่งเป็นรางวัลที่รถยุโรปครองบัลลังก์มาโดยตลอด
Yaris รุ่นที่ 2 เปิดตัวในญี่ปุ่นปี 2005 และเข้าสู่ตลาดไทยในปี 2006 เป็น Yaris รุ่นแรกที่ผลิตในประเทศไทย แม้จะทำยอดขายทั่วโลกได้ดี แต่ในไทย ช่วงแรกยอดขายไม่ดีนัก เนื่องจากตั้งราคาสูงเกินคาด
Yaris รุ่นที่ 3 เปิดตัวในญี่ปุ่นปี 2010 โดยมุ่งเน้นตลาดญี่ปุ่น ยุโรป ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ แต่ก็ไม่เปรี้ยงปร้างเท่ารุ่นก่อนหน้า
Yaris ใหม่: การปรับตัวเพื่อตลาด ECO Car และตลาดจีน
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อ Toyota ตัดสินใจเข้าร่วมโครงการ ECO Car ของรัฐบาลไทย ซึ่งมีข้อกำหนดชัดเจนว่า ต้องผลิตรถยนต์รุ่นใหม่ที่ยังไม่เคยจำหน่ายในประเทศใดมาก่อน ทำให้การนำ Yaris รุ่นที่ 3 ที่เตรียมผลิตในญี่ปุ่น/ยุโรป มาทำตลาดในไทยนั้นเป็นไปไม่ได้
ทางเลือกอื่น เช่น Aygo ก็ดูเล็กเกินไปสำหรับตลาดไทย และมีข้อจำกัดด้านการผลิตและจำหน่าย
ดังนั้น Toyota จึงตัดสินใจพัฒนา Yaris รุ่นใหม่ขึ้นอีกหนึ่งตัวถัง โดยมีเป้าหมายหลักคือตลาดจีน ที่ต้องการรถ Hatchback ขนาดเล็ก แต่มีพื้นที่ใช้สอยมากกว่า Yaris เวอร์ชันญี่ปุ่น/ยุโรป โดยใช้ Platform และโครงสร้างวิศวกรรมบางส่วนร่วมกับ Vios แต่ปรับปรุงให้เข้ากับข้อกำหนด ECO Car
TakeShi Matsuda หัวหน้าวิศวกรโครงการ Yaris และ Vios รุ่นล่าสุด เปิดเผยว่า ความตั้งใจแรกคือต้องการสร้าง Yaris รุ่นเปลี่ยนโฉม Full Model Change สำหรับตลาดทั่วโลก (ยกเว้นยุโรป/ญี่ปุ่น) แต่เมื่อตลาดไทยกำหนดให้เป็น ECO Car จึงต้องหาทางออกสำหรับข้อจำกัดต่างๆ
Dear Qin: รถต้นแบบที่บอกทิศทาง
หนึ่งปีก่อนการเปิดตัว Yaris ใหม่ Toyota ได้สร้างความฮือฮาด้วยการเปิดตัวรถยนต์ต้นแบบ Toyota Dear Qin Hatchback (สีเขียว) และ Sedan (สีแดง) ในงาน Beijing Automotive Show 2012 เพื่อสื่อสารถึงแนวโน้มการออกแบบ Vios และ Yaris รุ่นต่อไปสำหรับตลาดโลก Dear Qin แสดงให้เห็นถึงการออกแบบที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะเวอร์ชัน Hatchback สีเขียว ที่ถูกออกแบบมาเพื่อเอาใจตลาดจีนโดยเฉพาะ
เปิดตัว Yaris-L ที่จีน และ Yaris ใหม่ ที่ไทย
Yaris ใหม่ ถูกเปิดตัวเป็นครั้งแรกของโลกที่งาน Auto Shanghai 2013 และเริ่มวางจำหน่ายในจีนในชื่อ Yaris-L เมื่อเดือนกันยายน 2013
ประเทศไทยเป็นประเทศลำดับที่ 2 ที่ Toyota เผยโฉม Yaris ใหม่ เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2013 ณ ห้างสรรพสินค้า Central World
Matsuda-san ย้ำว่า “ไม่ได้ตั้งใจทำรถคันนี้ให้เป็น ECO Car มาตั้งแต่แรก” แต่เมื่อต้องทำตามนโยบาย เขาก็พยายามเอาชนะอุปสรรคต่างๆ โดยเน้นการออกแบบภายนอกและภายในให้สะดวกสบาย เพิ่มความประหยัด ความเงียบ และการเกาะถนนให้ดีกว่ารุ่นก่อนอย่างชัดเจน
มิติใหม่ของ Yaris: กว้างขวาง โอ่อ่า สบายกว่าเดิม
Yaris ใหม่ มีตัวถังยาวขึ้นกว่ารุ่นเดิมถึง 315 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อยาวขึ้น 90 มิลลิเมตร ส่งผลให้พื้นที่ภายในห้องโดยสาร โดยเฉพาะพื้นที่วางขาด้านหลัง ยาวขึ้นกว่าเดิม 77 มิลลิเมตร และพื้นที่เหนือศีรษะก็โปร่งโล่งสบายกว่า Yaris รุ่นก่อนอย่างชัดเจน
ดีไซน์ภายนอก: การผสมผสานที่ลงตัว?
เส้นสายภายนอกของ Yaris ใหม่ มาในสไตล์เฉียบคม เน้นเหลี่ยมสัน กระจังหน้าคล้าย Mitsubishi RVR/ASX เพิ่มแถบสีเงิน “หนวดปลาดุก” (ในรุ่น G/E) หรือสีดำ (ในรุ่น J/J ECO) ทำให้ดูโดดเด่น
ชุดไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ในรุ่น G และ Multi-Reflector ในรุ่นอื่นๆ รายละเอียดบางชิ้นสามารถใช้ร่วมกับ Vios ได้ เช่น ครีบรีดอากาศ และมือจับประตู
ด้านท้ายรถ การออกแบบชุดไฟท้ายที่ลากยาวขึ้นไป ผสานกับแผงพลาสติกสีดำ Glossy ดูแปลกตา มีทั้งคนชอบและไม่ชอบ บางคนมองว่าทำลายความลงตัวของงานออกแบบ
ภายในห้องโดยสาร: ยกชุดจาก Vios เน้นฟังก์ชัน
แผงหน้าปัดยกชุดมาจาก Vios ใหม่แทบทั้งหมด ดีไซน์คุ้นตา วัสดุตกแต่งแตกต่างกันไปตามรุ่นย่อย
เบาะนั่งคู่หน้ายกมาจาก Vios ใหม่ เปลี่ยนแค่ลายผ้าเบาะตรงกลางเป็นสีส้ม เพื่อเพิ่มความสปอร์ต แม้จะนั่งสบาย แก้ปัญหาเบาะเดิมที่ทำเอาปวดหลังได้ แต่เบาะรองนั่งยังคงสั้นไปหน่อย
สิ่งที่น่าตำหนิคือ เข็มขัดนิรภัยแบบ ELR 3 จุด ยังคงปรับระดับสูง-ต่ำไม่ได้ ซึ่งเป็นข้อด้อยที่ควรได้รับการปรับปรุง
พื้นที่ด้านหลังคือจุดเด่นสำคัญ กว้างขวาง โอ่อ่า นั่งสบาย สามารถนั่งไขว่ห้างได้สบาย แม้แต่คนตัวสูงก็ยังเหลือพื้นที่เหนือศีรษะพอสมควร เบาะหลังพนักพิงรองรับได้สบาย ฟองน้ำแน่นกำลังดี
สมรรถนะ: เครื่องยนต์ 1.2 ลิตร ที่เกินคาด!
Toyota ตัดสินใจลดขนาดเครื่องยนต์จาก 1.5 ลิตร ใน Yaris รุ่นเดิม มาเป็น 1.2 ลิตร รหัส 3NR-FE DOHC 16 วาล์ว Dual VVT-i กำลังสูงสุด 86 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 108 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i เท่านั้น
สิ่งที่น่าตกใจคือ ตัวเลขอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. และ 80-120 กม./ชม. ออกมาสูสีกับ Toyota Vios 1.5 ลิตร 4AT! ซึ่งถือว่าทำได้ดีเกินคาดสำหรับเครื่องยนต์ 1.2 ลิตร แสดงให้เห็นถึงการปรับเซ็ตอัตราทดเกียร์และเฟืองท้ายที่จัดจ้าน
ช่วงล่างและเบรก: ขับสนุก มั่นใจ
ช่วงล่างหน้าแบบ McPherson Strut และหลังแบบ Torsion Beam ปรับปรุงจาก Vios เน้นความนุ่มนวล แต่ยังคงให้ความมั่นใจในการขับขี่ การทรงตัวทำได้ดีกว่าที่คาดคิด การเข้าโค้งทำได้นิ่งและมั่นใจ ยิ่งเมื่อเทียบกับ Suzuki Swift ที่เคยเป็นเจ้าตลาดด้าน Handling Yaris ใหม่ ก็สามารถเทียบเคียงได้ และบางด้านยังทำได้ดีกว่า
ระบบเบรก หน้าดิสก์ หลังดรัม พร้อม ABS, EBD, BA และ Brake Override ทำงานได้ดี ตอบสนองแม่นยำ แม้จะออกแนว “จิก” เล็กน้อย แต่ให้ความมั่นใจในการหยุดรถ
การประหยัดน้ำมัน: สมกับความเป็น ECO Car
จากการทดลองวิ่งบนเส้นทางมาตรฐาน Yaris 1.2 L CVT ทำอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยอยู่ที่ 16.64 กม./ลิตร ซึ่งถือว่าทำได้ดี เป็นไปตามมาตรฐาน ECO Car และประหยัดกว่า Vios 1.5 ลิตร อย่างชัดเจน
สรุป: Yaris ใหม่ ทางเลือกที่น่าสนใจในตลาด ECO Car
Toyota Yaris ใหม่ คือรถยนต์ที่เต็มไปด้วยการประนีประนอม แต่ก็สามารถตอบโจทย์ความต้องการของตลาดได้อย่างน่าทึ่ง
จุดเด่น:
สมรรถนะเกินคาด: อัตราเร่งดีเยี่ยมใกล้เคียง Vios 1.5 ลิตร
ห้องโดยสารกว้างขวาง: นั่งสบาย โอ่อ่า พื้นที่ใช้สอยดีเยี่ยม
ช่วงล่างขับสนุก: ให้ความมั่นใจ เกาะถนนได้ดี เทียบเคียง Suzuki Swift
ประหยัดน้ำมัน: สมกับความเป็น ECO Car
ราคาคุ้มค่า: เมื่อเทียบกับ Vios และอุปกรณ์ที่ได้รับ
ข้อควรปรับปรุง:
การปรับเบาะและเข็มขัดนิรภัย: ควรเพิ่มการปรับระดับสูง-ต่ำ
พวงมาลัย: ยังขาดความรู้สึกเป็นธรรมชาติ
รายละเอียดการออกแบบภายใน: บางส่วนยังดูลดต้นทุนเกินไป
การเปรียบเทียบกับคู่แข่ง:
Yaris ใหม่ ไม่ได้ถูกมองว่าเป็น ECO Car Hatchback 1.2 ลิตร เพียงอย่างเดียว แต่หลายครั้งถูกนำไปเปรียบเทียบกับ Vios Sedan 1.5 ลิตร โดยตรง เนื่องจากราคาที่ทับซ้อนกันและอุปกรณ์ที่ใกล้เคียงกัน
หากมองที่ราคา Yaris รุ่นท็อป 1.2G ราคา 599,000 บาท ใกล้เคียงกับ Vios 1.5J 4AT ราคา 589,000 บาท แต่ Yaris ได้อุปกรณ์ที่มากกว่าหลายรายการ
Yaris ใหม่ เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มองหารถยนต์ ECO Car ที่มีสมรรถนะดี ห้องโดยสารกว้างขวาง และขับขี่สนุกในราคาที่สมเหตุสมผล หากคุณกำลังมองหารถยนต์คู่ใจคันใหม่ ลองเปิดใจให้ Yaris ใหม่ พิจารณาดู แล้วคุณอาจพบว่ารถยนต์คันนี้ จะพาคุณไปสู่ทุกจุดหมายได้อย่างใช่และมั่นใจ
หากคุณกำลังมองหารถยนต์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ ทั้งความประหยัด พละกำลังที่เกินคาด ความสะดวกสบายในการเดินทาง และความคุ้มค่า โตโยต้า ยาริส ใหม่ คือคำตอบที่คุณไม่ควรมองข้าม เชิญสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่แตกต่างได้ที่ผู้จำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศ แล้วคุณจะรู้ว่าการเดินทางครั้งต่อไปของคุณ จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป