บี ออโต้ ฮาวส์ เผยกลยุทธ์ปรับตัวสู้โควิด-19 ดันยอดขายรถพุ่ง
อัครวัชร คงสิริกาญจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี ออโต้ ฮาวส์ ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์นำเข้าพร้อมศูนย์บริการครบวงจร เปิดเผยว่า เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 และสงครามรัสเซีย-ยูเครน ทำให้การผลิตรถยนต์ไม่เป็นตามเป้าหมาย ทางบี ออโต้ ฮาวส์ จึงปรับตัวด้วยการหยุดรับจองรถยนต์ทั้งหมด และหันมาขายรถที่หายากแทน (แรร์ ไอเทม) ทำให้ลูกค้าที่จองรถยนต์กับตัวแทนจำหน่ายรายอื่น หรือจองกับตัวแทนนำเข้าอิสระรายอื่น รวมทั้งรถมือสองหันมาเป็นลูกค้า บี ออโต้ ฮาวส์ แทน
“ก่อนหน้านี้ การส่งมอบรถยนต์ไม่ใช่จุดเด่นในการซื้อขายรถยนต์ แต่ปัจจุบันใครมีรถในมือ ก็จะขายได้ง่ายกว่า ซึ่งในส่วนของเราจะมีสต็อกรถจำนวนมาก เพียงพอที่จะขาย อีกทั้งเราได้ขายรถยนต์มือสองด้วย โดยลูกค้าเก่าที่ต้องการซื้อรถใหม่จะนำรถมาขายกับเราในช่วงที่รถขาดตลาด ทำให้ราคาขายรถเดิมๆนั้น มีราคาเท่าเดิมหรือมีราคาเพิ่มขึ้นมานิดหน่อย ลูกค้าก็พอใจ ปีหน้าเราก็โฟกัสรถมือสองอย่างต่อเนื่อง”
ยอดขายรถเพิ่มสูงขึ้น
สำหรับปี 2565 มีเป้าหมายส่งมอบรถรวม 420 คัน (ทั้งรถป้ายแดง-มือสอง) เพิ่มขึ้นจากปี 2564 ที่ส่งมอบรถไปทั้งสิ้น 315 คัน หรือมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น 50% แต่มูลค่าเพิ่มขึ้น 80% เนื่องจากมูลค่าขายของรถยนต์ปีนี้สูงกว่าปีก่อน ประกอบกับได้จัดโรดโชว์ต่างจังหวัดโดยร่วมมือกับห้างสรรพเซ็นทรัลอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะเป็นไปตามเป้าหมายที่ได้วางไว้อย่างแน่นอน
แผนงานในส่วนของเครือข่าย ปัจจุบันมีโชว์รูมและศูนย์บริการ 2 แห่งได้แก่ สาขาวิภาวดี และ สาขาลุมพินี และจะปรับปรุงโกดังย่านพระราม 3 ให้เป็นโชว์รูมรถ ที่ลูกค้าสามารถมาดูรถที่นี่ได้ นอกจากนั้นแล้วจะขยายพื้นที่สาขาวิภาวดีเพิ่มในปีหน้า คาดลงทุนไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท
B AUTOHAUS THE ULTRA COLLECTION
ส่วนงาน B AUTOHAUS THE ULTRA COLLECTION มีรถมาโชว์ 14 คัน มูลค่ารวมทั้งสิ้น 235 ล้านบาท ราคาเริ่มต้น 4.4 – 47.9 ล้านบาท ประกอบไปด้วยรถแรร์ กลุ่มรถหายาก รุ่น Collective แบรนด์ดังระดับโลกกว่า 5 แบรนด์ที่หลายคนใฝ่ฝันอยากเป็นเจ้าของมาร่วมจัดแสดงพร้อมให้จับจอง
แบ่งเป็น 3 โซนคือ
- Ultra Rare Zone
- Ultra Customization Zone
- Ultra SUV Zone
ประกอบไปด้วย Porsche ครบทุกรุ่น, Bentley, Mercedes-AMG G63, The Chevrolet Corvette (C8), Toyota Land Cruiser, Toyota Alphard และไฮไลต์ The Rolls-Royce Cullinan รวมไปถึงชุดแต่งชั้นนำระดับโลก TECHART GERMANY และ ROWEN พร้อมโปรโมชันที่น่าสนใจมากมาย ให้เหล่าคนรักรถหรูได้สัมผัสยนตรกรรมระดับพรีเมี่ยมได้ที่ The EmQuartier ชั้น G (Quartier Avenue ลานน้ำตก) ตั้งแต่วันนี้ – 7 พฤศจิกายน 2565
อัปเดตข่าวรถล่าสุด ดูรีวิวรถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์ ทุกยี่ห้อ โดยทีมงานมืออาชีพ ตรวจสอบราคา ตารางผ่อน พร้อมเกาะติดข่าวสารรถยนต์ไฟฟ้า EV ไปกับ Autospinn
ค้นหารถมือสองทุกรุ่น ทุกแบบ ทั้งรถเก๋งมือสอง รถตู้มือสอง รถกระบะมือสอง ราคาดี ฟรีดาวน์ ผ่อนถูก คุณภาพพร้อมใช้งาน ดูรายละเอียด และราคารถมือสองได้ที่ ตลาดรถ One2car
Andy Palmer–CEO ของ Aston Martin ยอมรับว่าเป็นปีที่น่าผิดหวังของบริษัทหลังต้องเผชิญความท้าทายมากมาย อย่างไรก็ตาม ข่าวร้ายของ Aston Martin ยังไม่หมดแค่นั้น
เพราะในไตรมาสแรกต้องหาเงินให้ได้ 200 ล้านปอนด์ (ราว 78,000 ล้านบาท) มาจ่ายหนี้และผลิต DBX รถอเนกประสงค์ (SUV) รุ่นแรกที่มียอดจองเข้ามามากให้ตรงวันส่งมอบให้บรรดาลูกค้ากระเป๋าหนัก

รถ Aston Martin รุ่น DBX
ตามเทรนด์รถ SUV ที่กำลังโตวันโตคืนจนเป็นเหตุให้ปี 2019 Rolls-Royce แบรนด์รถคู่แข่งทำยอดขายได้มากสุดตั้งแต่ก่อตั้งแบรนด์มา
หลายปัญหาของ Aston Martin ที่ประดังเข้ามาพร้อมกันในปี 2019 เกิดจากหลายเหตุผลประกอบกัน ทั้งตลาดรถทั่วโลกหดตัว ความผันผวนจากการถอนตัวของอังกฤษจากสหภาพยุโรป (Brexit) ที่ยังไม่ได้ข้อยุติ สงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ

รถ Aston Martin รุ่น Vantage
ประกอบกับ Vantage รถสปอร์ตรุ่นล่าสุดขายไม่ค่อยออก และยังต้องจ่ายโบนัสหรือค่าคอมมิชชั่นให้ฝ่ายขายตาม Showroom เป็นเงินไม่น้อย
ประวัติ Aston Martin
Aston Martin ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1913 จากการจับมือกันของ Lionel Martin กับ Robert Bamford นักธุรกิจและวิศวกรชาวอังกฤษ ผ่านเงินจากการขาย Singer แบรนด์รถอังกฤษในขณะนั้น และนำชื่อของหุบเขาจัดแข่งรถกับนามสกุลของ Lionel Martin มารวมกัน
อีกหลาย 10 ปีถัดจากนั้น Aston Martin ต้องขับผ่านทางธุรกิจที่ขรุขระมากมาย ทั้งสงครามโลกถึง 2 ครั้ง การล้มละลายและเปลี่ยนมือเจ้าของมาอีกหลายคน แต่ DB5 รถสปอร์ตรุ่นดังที่ Sean Connery ขับปราบเหล่าร้ายในหนัง 007 ภาค Goldfinger ปี 1964 ก็เป็นที่จดจำของคนทั่วโลกและสร้างตำนาน Product Placement เอาไว้

รถ Aston Martin รุ่น DB5
ปี 1980 สถานการณ์ของ Aston Martin กลับมาดีขึ้นอีกครั้งหลังคนทั่วโลกกำลังซื้อเพิ่มขึ้นตามสภาพเศรษฐกิจ พอถึงปี 1987 Aston Martin ต้องการขยายธุรกิจแต่ติดขัดเรื่องเงินทุน
Ford ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ ซึ่งปูทางสู่การซื้อในเวลาต่อมาในปี 1991 จนในที่สุด Aston Martin กลายเป็นกลุ่มแบรนด์รถหรู (PAG) ของ Ford ร่วมกับ Jaguar, Lincoln และ Volvo

