• Sample Page
filmth.moicaucachep.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
filmth.moicaucachep.com
No Result
View All Result

N3101083 กคนโตร บภาระท งหมดของครอบคร part2

admin79 by admin79
January 27, 2026
in Uncategorized
0
N3101083 กคนโตร บภาระท งหมดของครอบคร part2

BYD ผงาด! แซงทุกค่าย ครองตลาดรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ในจีนอย่างเบ็ดเสร็จ เผยเทรนด์ตลาดโลกปี 2025

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้เฝ้ามองการเปลี่ยนแปลงของตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) อย่างใกล้ชิด และสิ่งที่ปรากฏต่อสายตาในปี 2024-2025 บ่งชี้ถึงคลื่นการปฏิวัติที่กำลังโหมกระหน่ำ โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ที่กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนตลาด และหากจะกล่าวถึงผู้นำที่ไร้เทียมทานในเซ็กเมนต์นี้ คงปฏิเสธไม่ได้ว่า BYD คือชื่อที่ต้องถูกยกขึ้นมาเป็นอันดับต้นๆ

รายงานล่าสุดจากสมาคมรถยนต์นั่งส่วนบุคคลแห่งประเทศจีน (CPCA) ชี้ให้เห็นภาพที่ชัดเจนถึงความแข็งแกร่งของ BYD ในตลาด PHEV โดยในเดือนกรกฎาคม 2024 ที่ผ่านมา รถยนต์ PHEV จาก BYD สามารถกวาด 9 อันดับแรกในตารางยอดขายสูงสุดได้อย่างน่าประทับใจ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ที่เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคในวงกว้าง และเทคโนโลยีอันก้าวล้ำที่ BYD ได้พัฒนาอย่างต่อเนื่อง

BYD: ผู้นำที่ไม่มีใครเทียบในตลาด PHEV จีน

เมื่อเจาะลึกข้อมูลยอดขายเดือนกรกฎาคม 2024 จะพบว่า BYD Song มียอดขายสูงถึง 48,769 คัน ตามมาด้วย BYD Qin L ที่ 32,941 คัน และ BYD Qin ที่ 29,074 คัน ในขณะที่ BYD Destroyer 05 และ BYD Seal 06 ก็ทำยอดได้อย่างแข็งแกร่งที่ 25,558 คัน และ 25,200 คัน ตามลำดับ

ที่น่าสังเกตคือ ใน 9 อันดับแรก มีเพียง Chery Fulwin T9 เพียงรุ่นเดียวเท่านั้นที่ไม่ใช่แบรนด์ในเครือ BYD ที่สามารถแทรกเข้ามาได้ในอันดับที่ 10 ส่วน Denza D9 แม้จะมีชื่อแบรนด์ที่แตกต่าง แต่ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักร BYD ที่กำลังเติบโต

เทรนด์ “คุ้มค่า” มาแรง: PHEV ราคาประหยัดครองใจตลาด

สิ่งที่น่าสนใจเป็นพิเศษจากรายงานนี้คือ การที่ BYD Han ซึ่งเคยเป็นรุ่นเรือธงและได้รับความนิยมอย่างสูง ได้ร่วงมาอยู่อันดับที่ 6 ชี้ให้เห็นถึงเทรนด์ที่กำลังเปลี่ยนไป ผู้บริโภคในจีนให้ความสำคัญกับรุ่นราคาประหยัดมากขึ้น โดย 5 อันดับแรกล้วนเป็นรถยนต์ PHEV ที่มีราคาเข้าถึงได้ง่าย ซึ่ง BYD สามารถตอบสนองความต้องการนี้ได้อย่างยอดเยี่ยม

เมื่อพิจารณาถึงยอดขายสะสมตั้งแต่ต้นปี 2024 (มกราคม – กรกฎาคม) BYD ยังคงครองความเป็นหนึ่งอย่างแท้จริง โดย BYD Song นำมาเป็นอันดับหนึ่งด้วยยอดขาย 359,187 คัน ตามมาด้วย BYD Qin (179,439 คัน) และ BYD Destroyer 05 (163,745 คัน) จะเห็นได้ว่า BYD มีถึง 7 รุ่น ที่ติดอันดับ Top 10 ของยอดขาย PHEV สะสมทั้งปี

PHEV: ขุมพลังขับเคลื่อนตลาด NEV ทั่วโลก

สถิติยอดขาย PHEV ในเดือนกรกฎาคม 2024 ที่มีมากถึง 318,000 คัน คิดเป็น 33.7% ของตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ทั้งหมด และเติบโตขึ้นถึง 73% เมื่อเทียบรายปี ย้ำให้เห็นถึงความสำคัญของ PHEV ในฐานะตัวเร่งการเติบโตของอุตสาหกรรม NEV อย่างไม่ต้องสงสัย

ในตลาดประเทศไทยเอง BYD ก็ได้เปิดตัว BYD Sealion 6 ซึ่งเป็นรถยนต์ PHEV รุ่นแรก โดยตั้งราคาที่น่าสนใจเริ่มต้นเพียง 939,900 บาท ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า BYD พร้อมที่จะเข้ามาเขย่าตลาด PHEV ในภูมิภาคนี้อย่างจริงจัง

การแข่งขันที่ดุเดือดในตลาดโลก: BYD ท้าชนแบรนด์ดั้งเดิม

นอกเหนือจากตลาดจีน การรุกคืบของ BYD ยังขยายไปยังตลาดอื่นๆ ทั่วโลกอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในประเทศญี่ปุ่น ตลาดที่เคยเป็นฐานที่มั่นของแบรนด์รถยนต์ดั้งเดิมอย่าง Toyota

แม้ว่า BYD จะมียอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ในญี่ปุ่นลดลง 33% ในปี 2024 แต่เมื่อเทียบกับยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าของ Toyota ที่ลดลง 30% ในช่วงเวลาเดียวกัน การที่ BYD สามารถทำยอดขายได้ถึง 2,223 คัน เพิ่มขึ้น 54% จากปีก่อนหน้า ยิ่งตอกย้ำถึงศักยภาพในการแข่งขัน

BYD เริ่มเข้ามาทำตลาดในญี่ปุ่นอย่างจริงจังในปี 2023 ด้วยรุ่น Atto 3 (Yuan Plus) และ Dolphin ก่อนจะตามมาด้วย Seal ในปี 2024 และเตรียมเปิดตัวรุ่นที่สี่ BYD Sealion 07 ในปี 2025 โดยมีจุดขายที่สำคัญคือ ราคาที่เข้าถึงง่าย เมื่อเทียบกับรถยนต์ไฟฟ้าจากแบรนด์ญี่ปุ่น

ความท้าทายของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในญี่ปุ่น

แม้ว่า BYD จะแสดงความแข็งแกร่ง แต่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในญี่ปุ่นกลับเผชิญกับความท้าทาย โดยส่วนแบ่งการตลาดของรถยนต์ไฟฟ้าลดลงต่ำกว่า 2% ในปี 2024 ซึ่งถือเป็นสถิติที่ต่ำที่สุดในบรรดาตลาดพัฒนาแล้ว แม้ว่าตลาดอื่นๆ จะเติบโตช้าลง แต่ความลังเลในการเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้าของญี่ปุ่นก็เป็นที่ประจักษ์

Toyota bZ4X รถยนต์ไฟฟ้าคันแรกของ Toyota มียอดขายเพิ่มขึ้น 10% แต่ก็ยังคงมีราคาเริ่มต้นสูงถึง 5.5 ล้านเยน ในขณะที่ Nissan ผู้เคยเป็นผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในญี่ปุ่น กลับมียอดขายลดลงอย่างน่าใจหายถึง 44% โดยเฉพาะรุ่น Sakura และ Leaf ที่ยอดขายดิ่งลงอย่างหนัก

Tesla ยังคงเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่นำเข้าจากต่างประเทศ โดย BYD มียอดขายประมาณ 40% ของ Tesla และมีแผนจะขยายเครือข่ายร้านค้าให้ได้ 100 แห่งภายในปี 2025

สหรัฐอเมริกา: ตลาดที่ซับซ้อนและมีการแข่งขันสูง

ข้ามมายังฝั่งสหรัฐอเมริกา ตลาดรถยนต์ในปี 2024 มียอดขายรวม 16.09 ล้านคัน ลดลง 3% จากปีก่อนหน้า ซึ่งถือว่ายังดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาและอัตราเงินเฟ้อที่สูง

แบรนด์รถยนต์อเมริกันยังคงครองส่วนแบ่งตลาด 42% ซึ่งถือว่าสูงรองจากเยอรมนี (50%) แต่สูงกว่าฝรั่งเศส (37%)

Ford F-Series ยังคงเป็นที่นิยมอย่างต่อเนื่อง โดย Ford F-150 ครองอันดับ 2 ของรถยนต์ขายดีที่สุด แม้ว่ายอดขายจะลดลง 5% แต่ก็ยังคงเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจ

Toyota RAV4 ขึ้นแท่นผู้นำตลาดรถยนต์นั่งในสหรัฐฯ

สำหรับ Toyota RAV4 สามารถก้าวขึ้นมาเป็นรถยนต์นั่งที่มียอดขายสูงสุดในสหรัฐฯ ประจำปี 2024 ด้วยยอดขาย 475,193 คัน เพิ่มขึ้น 9% จากปีก่อนหน้า ตามมาด้วย Ford F-150 และ Honda CR-V ที่มียอดขายแข็งแกร่งเช่นกัน

น่าสนใจว่า Tesla Model Y แม้จะมียอดขายลดลง 3% แต่ก็ยังคงติดอันดับ 4 ด้วยยอดขาย 372,613 คัน สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าในตลาดสหรัฐฯ ที่ยังคงมีอยู่

เทรนด์การใช้รถยนต์พลังงานทางเลือกในออสเตรเลีย

ในออสเตรเลีย เดือนกรกฎาคม 2024 มียอดขายรถยนต์รวม 99,486 คัน เพิ่มขึ้น 2.7% จากปีก่อนหน้า และยอดขายสะสม 7 เดือนแรกอยู่ที่ 731,898 คัน เพิ่มขึ้น 7.9%

สัดส่วนของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) อยู่ที่ 6.6% ของยอดขายทั้งหมด ซึ่งลดลงเล็กน้อยจากปีก่อนหน้า ในขณะที่ PHEV และ Hybrid กลับเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดย PHEV เติบโตถึง 88% และ Hybrid เติบโต 129%

Toyota RAV4 ยังคงเป็นผู้นำในตลาดออสเตรเลียเช่นกัน โดยมียอดขาย 5,933 คัน เพิ่มขึ้นถึง 116% ในเดือนกรกฎาคม ตามมาด้วย Ford Ranger และ Toyota HiLux

Hyundai Motor Group: ความท้าทายในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลก

ขณะที่ BYD กำลังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง Hyundai Motor Group กลับเผชิญกับความท้าทาย โดยยอดขายรถยนต์รวมในเดือนมิถุนายนลดลงมากกว่า 6% ทั่วโลก แม้ว่ายอดขายในสหรัฐฯ จะยังคงแข็งแกร่ง แต่เกมรถยนต์ไฟฟ้าของ Hyundai กลับลดลงถึงสองหลักในระดับโลก

ยอดขายรถยนต์ไฮบริด ทั้งแบบไฟฟ้า 100% และ PHEV ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเดือนมิถุนายนเป็นเดือนที่ 8 ติดต่อกันที่ยอดขายลดลงเมื่อเทียบรายปี ซึ่งสวนทางกับตลาดรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกที่ยังคงขยายตัว แม้จะเติบโตไม่สม่ำเสมอก็ตาม

PHEV ของ Hyundai ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

ยอดขายรถยนต์ Plug-in hybrid ของ Hyundai และ Genesis ในเดือนมิถุนายน มีจำนวน 21,028 คัน ลดลง 34% เมื่อเทียบรายปี ตัวเลขนี้สะท้อนถึงความท้าทายที่ Hyundai ต้องเผชิญในการรักษาฐานลูกค้าในกลุ่ม PHEV

ในขณะที่ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมดทั่วโลกของ Hyundai ก็ลดลง 34% เช่นกัน โดย Hyundai BEV ลดลง 34% และ Genesis BEV ลดลง 33%

กลยุทธ์ของ Hyundai: เน้นรถยนต์ไฟฟ้าราคาย่อมเยา

เพื่อแก้ไขสถานการณ์ Hyundai ตั้งใจที่จะเพิ่มยอดขายด้วยการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าคันเล็กอย่าง Hyundai INSTER (หรือ Casper EV ในเกาหลีใต้) ที่มีราคาไม่แพง โดยคาดว่าจะช่วยเพิ่มยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าให้กับแบรนด์ได้ในอนาคต

อย่างไรก็ตาม โมเดลไฟฟ้าล้วนรุ่นยอดนิยมของ Hyundai อย่าง IONIQ 5, Kona Electric และ IONIQ 6 กลับมียอดขายลดลงในช่วงครึ่งแรกของปี โดยเฉพาะ IONIQ 6 ที่ลดลงอย่างมากถึง 62% เมื่อเทียบรายปี

การแข่งขันในตลาดรถยนต์ปี 2025: ใครจะอยู่ใครจะไป?

จากภาพรวมทั้งหมดที่ได้วิเคราะห์มา สามารถสรุปแนวโน้มสำคัญสำหรับตลาดรถยนต์ในปี 2025 ได้ดังนี้:

BYD จะยังคงเป็นผู้นำในตลาด PHEV: ด้วยกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกกลุ่มราคาและเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำ BYD จะยังคงครองตลาด PHEV ได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในตลาดจีนและกำลังขยายอิทธิพลไปยังภูมิภาคอื่นๆ
PHEV จะเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญของตลาด NEV: การที่ PHEV มอบความยืดหยุ่นในการใช้งานระหว่างเครื่องยนต์สันดาปภายในและมอเตอร์ไฟฟ้า ทำให้ยังคงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้บริโภคจำนวนมาก
การแข่งขันในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าจะทวีความรุนแรงขึ้น: แบรนด์รถยนต์จีนจะยังคงบุกตลาดทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง ทำให้แบรนด์ดั้งเดิมต้องเร่งปรับตัวและพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าที่มีราคาเข้าถึงได้มากขึ้น
ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในญี่ปุ่นยังคงเผชิญความท้าทาย: แม้จะมีผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามา แต่ความคุ้นเคยและวัฒนธรรมการใช้รถยนต์ของชาวญี่ปุ่น อาจเป็นอุปสรรคต่อการเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้าอย่างรวดเร็ว
Hyundai ต้องเร่งปรับกลยุทธ์: การลดลงของยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าและ PHEV ทั่วโลก บีบให้ Hyundai ต้องทบทวนกลยุทธ์ โดยเฉพาะการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีราคาเหมาะสมและตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในตลาดที่หลากหลาย

ในฐานะผู้ที่อยู่ในวงการ ผมเชื่อว่าปี 2025 จะเป็นอีกปีที่น่าจับตามองในอุตสาหกรรมยานยนต์ การปรับตัวอย่างรวดเร็ว การพัฒนานวัตกรรม และการเข้าใจความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภค จะเป็นกุญแจสำคัญที่จะนำพาแบรนด์ไปสู่ความสำเร็จ

หากคุณกำลังมองหาโอกาสในการลงทุน หรือต้องการทราบข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวโน้มตลาดรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) หรือรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง อย่าลังเลที่จะติดต่อเรา เราพร้อมให้คำปรึกษาและนำเสนอข้อมูลที่ทันสมัยที่สุด เพื่อให้คุณสามารถตัดสินใจได้อย่างแม่นยำในโลกยานยนต์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วนี้

Previous Post

N3101104 แม เล ยงแอบเต มบางอย างลงในอาหารของล กสาม part2

Next Post

N3101086 ครอบคร วจะด องเร มจากพ อแม กล กเท าก part2

Next Post
N3101086 ครอบคร วจะด องเร มจากพ อแม กล กเท าก part2

N3101086 ครอบคร วจะด องเร มจากพ อแม กล กเท าก part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • D1404151_ ใต พรม พวกแ_part2
  • D1404152_เร องน สอนให_part2
  • D1404153_กค าโวยเวย อาหารป_part2
  • D1404154_กสะใภ วแสบร งแกแม_part2
  • D1404155_ใต พรม ผมต_part2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • April 2026
  • March 2026
  • February 2026
  • January 2026

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.