
อังกฤษ-เปิดตัวไปเรียบร้อยแล้วที่กรุงลอนดอนเมื่อปลายเดือนกรกฎาคมที่เพิ่งผ่านพ้นไป คือ รถเก๋งซาลูนระดับอัครฐาน โรลล์ส-รอยศ์ แฟนทอม (ROLLS-ROYCE PHANTOM) รุ่นใหม่ ซึ่งใช้เวลาในการออกแบบ/พัฒนายาวนานถึง 6 ปี มีขนาดตัวถังสั้นกว่าแต่กว้างกว่าและสูงกว่ารถรุ่นเดิม จะเริ่มการจำหน่ายในปีจอ ด้วยค่าตัวที่คาดหมายกันว่าน่าจะอยู่ที่ระดับ 400,000 ปอนด์
ยอดผู้ผลิตรถสุดหรูของเมืองผู้ดีเริ่มนำรถติดป้ายชื่อ โรลล์ส-รอยศ์ แฟนทอม (ROLLS-ROYCE PHANTOM) ออกจำหน่ายเมื่อปี 1925 และในช่วงเวลาเกือบ 1 ศตวรรษที่ผ่านมานี้ ได้เปลี่ยนรุ่นรถอนุกรมนี้ไปแล้วรวม 6 ครั้ง เมื่อปี 1929, 1936, 1950, 1959, 1968 และ 2003 รุ่นล่าสุดนี้จึงนับได้ว่าเป็นรถรุ่นที่ 8 และเป็นรุ่นที่ 2 ในยุคที่ผู้ผลิตรถหรูรายนี้ตกเป็นสมบัติของค่าย บีเอมดับเบิลยู (BMW) เป็นรถที่ออกแบบและกำหนดคุณสมบัติทางวิศวกรรมขึ้นใหม่ทั้งหมด รวมทั้งเป็นรถใหม่แบบแรกของค่ายนี้ที่ตัวถังมีโครงสร้างทำจากอลูมิเนียม อย่างที่เรียกกันในภาษาอังกฤษว่า ALUMINIUM SPACEFRAME เช่นเดียวกับรถรุ่นเดิม รถรุ่นใหม่นี้จะมีตัวถังให้เลือก 2 แบบ คือ ตัวถังฐานล้อมาตรฐาน ซึ่งยาว 5.762 ม. กว้าง 2.018 ม. และสูง 1.646 ม. (สั้นลง 7.7 ซม. กว้างขึ้น 2.9 ซม. และสูงขึ้น 0.8 ซม. เมื่อเทียบกับตัวถังของรถรุ่นเดิม) กับตัวถังฐานล้อยืดซึ่งขนาดความยาวจะเพิ่มประมาณ 20 ซม. ที่น่าสังเกตก็คือแม้ว่าใช้โครงสร้างอลูมิเนียมดังที่กล่าวข้างต้น ตัวถังทั้ง 2 แบบนี้ ก็ยังมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นถึง 75 กก. ทั้งนี้นิตยสารรถยนต์ฉบับหนึ่งของเมืองผู้ดีระบุว่า เป็นผลลัพธ์ของการบรรจุบรรดาสรรพเทคโนโลยีอันนำสมัยที่ไม่เคยมีมาก่อนในรถรุ่นเดิมไว้ในรถรุ่นใหม่นี้ ที่ไม่เหมือนกับรถรุ่นเดิมซึ่งมีให้เลือกทั้งตัวถังซาลูน ตัวถังคูเป และตัวถังเปิดประทุนก็คือ โรลล์ส-รอยศ์ ยังไม่มีโครงการทำรถรุ่นใหม่นี้ในตัวถังแบบอื่นๆ นอกเหนือจากตัวถังซาลูนอย่างที่เห็นในภาพ ส่วนเครื่องยนต์ที่ใช้เป็นเครื่องทวินเทอร์โบ เบนซิน วี 12 สูบ 6.75 ลิตร ที่ออกแบบใหม่ และให้กำลังสูงถึง 420 กิโลวัตต์/571 แรงม้า
คาดว่ารถยนต์รุ่นที่ BMW ได้ทำร่วมกับ Toyota อาจเป็นรูปทรง SUV ซึ่งทาง BMW เคยได้ทดสอบเทคโนโลยีพลังงานไฮโดรเจนไปแล้วใน iX5 เนื่องจาก BMW มองเทคโนโลยีไฮโดรเจนหรือพลังงานเชื้อเพลิงว่าเหมาะกับรถขนาดใหญ่

การร่วมมือดังกล่าวทำให้ทั้งสองบริษัททั้ง BMW และ Toyota สามารถป้องกันความเสี่ยงจากการลงทุนในยานยนต์ที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ได้ ซึ่งขณะนี้ BMW ตั้งเป้าให้ EVs คิดเป็นครึ่งหนึ่งของยอดขายแบรนด์องค์กร รวมถึง Rolls-Royce และ MINI ก็วางแผนที่จะทำภายในสิ้นทศวรรษนี้
ถือเป็นข่าวที่น่าสนใจว่ามีแบรนด์ดังระดับโลกฝั่งยุโรป ได้เข้ามาร่วมมือกับบริษัทสัญชาติญี่ปุ่นอีกครั้ง เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคทั่วโลกได้ง่ายขึ้น เทคโนโลยีในฝั่งของ Toyota ก็น่าสนใจเนื่องจากได้ผลิตรถยนต์ประเภทพลังงานไฮโดรเจนมายาวนานแล้ว ซึ่งเคยได้ออกมาในรุ่น Mirai ที่ใช้พลังงานไฮโดรเจนและออกซิเจนในการผลิตกระแสไฟฟ้า
HPS (High Performance and Supercar) ผู้จำหน่ายยนตรกรรมหรู และซูเพอร์คาร์มือสอง ภายใต้บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) ยกทัพยนตรกรรมไฮไลท์ จัดแสดงพร้อมจำหน่ายภายในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41” คือ Rolls-Royce Provenance และ Aston Martin Timeless ให้ลูกค้าได้เป็นเจ้าของยนตรกรรมในฝัน กับราคาที่คุ้มค่ามากยิ่งขึ้น

Rolls-Royce Cullinan (โรลล์ส-รอยศ์ คัลลิแนน) เอสยูวีรุ่นแรกในประวัติศาสตร์ของ Rolls-Royce เป็นชื่อของเพชรที่มีขนาดใหญ่สุดในโลก ปัจจุบันประดับอยู่บนมงกุฎของพระราชินีแห่งอังกฤษ มากับตัวถังสีน้ำเงิน (Midnight Sapphire) ลงตัวกับห้องโดยสาร Bespoke Interior สีน้ำเงิน (Navy Blue) สลับกับสีเหลือง (Forge Yellow) และล้ออัลลอย Part Polished Twin Spoke Wheels ห้องโดยสารหรูหราด้วยเบาะหลัง Lounge Seat, หลังคาดาวตก (Shooting Star Headliner) ตกแต่งตามจุดต่างๆ ด้วยลายไม้ธรรมชาติ (Open Pore Paldao) อุ่นใจด้วยระบบช่วยขับ ADAS และ Night Vision นำพาผู้ขับก้าวข้ามอุปสรรคทุกพรมแดนได้อย่างหรูหรา และสะดวกสบาย ตามแบบฉบับของคอนเซพท์ “Effortless Everywhere”

รับข้อเสนอพิเศษ เมื่อจอง Rolls-Royce Provenance ภายในงาน
• โปรแกรมบริการหลังการขายจากผู้ผลิต รวมถึงค่าบำรุงรักษาตลอดระยะเวลา 2 ปีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย*
• รับรองมาตรฐานการตรวจสภาพรถยนต์แบบ 360 องศา โดยทีมช่างที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจาก Rolls-Royce Motor Cars ประเทศอังกฤษ*
• รับสิทธิ์เข้าถึงโปรแกรม Whispers กับประสบการณ์เหนือระดับสำหรับผู้ครอบครอง*

Aston Martin Timeless เป็นยนตรกรรมมือสองสภาพดี ที่ผ่านการคัดสรร และการันตีคุณภาพโดยผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก Aston Martin Lagonda ประเทศอังกฤษ ไฮไลท์ของงานนี้ คือ Aston Martin Vantage Roadster (แอสตัน มาร์ทิน วานเทจ โรดสเตอร์) เวอร์ชันเปิดหลังคาท้าสายลมของรุ่น Vantage สะกดทุกสายตาด้วยสี Q Satin Lime Essence และล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว กลางแดชบอร์ดติดตั้งจอแอลซีดีขนาด 8 นิ้ว เครื่องยนต์เบนซิน วี 8 สูบ 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ 503 แรงม้า (BHP) ที่ 6,000 รตน. แรงบิดสูงสุด 685 นิวทันเมตร ที่ 2,000-5,000 รตน. ส่งกำลังสู่ล้อคู่หลัง ผ่านเกียร์อัตโนมัติ ZF 8 จังหวะ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 3.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 306 กม./ชม. มั่นใจทุกช่วงความเร็ว กับช่วงล่างหน้า ดับเบิลวิชโบน ช่วงล่างหลัง มัลทิลิงค์ ควบคุมด้วย Adaptive Damping System พร้อมเทคโนโลยี Skyhook ปรับความหนืดชอคอับแปรผันอัตโนมัติแบบเรียลไทม์ และ 3 โหมดการขับ คือ Sport, Sport+ และ Track
รับข้อเสนอพิเศษ เมื่อจอง Aston Martin Timeless ภายในงาน
• โปรแกรมบริการหลังการขายจากผู้ผลิต รวมถึงค่าบำรุงรักษาตลอดระยะเวลา 2 ปีไม่จำกัดระยะทาง และไม่มีค่าใช้จ่าย*
• เพิ่มมูลค่าเทรด-อินสูงสุด 1,000,000 บาท*
• บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นานสูงสุด 2 ปี*
• แพคเกจเยี่ยมชม The Home of Aston Martin ถึงประเทศอังกฤษ สูงสุด 2 ที่นั่ง*
• บัตรโดยสารการบินไทย Royal Silk สูงสุด 2 ที่นั่ง*
• คะแนนสะสม Mobilife สูงสุด 500,000 คะแนน*
• วงเงินยอดจัดไฟแนนศ์สูง พร้อมอัตราเงินดาวน์พิเศษจาก Alpha X*

