“เบนซ์ไพรม์มัส” ประกาศศักดาผู้นำ CSI 5 Star Rater ยกระดับความพึงพอใจสูงสุด เดินหน้าเปิดประสบการณ์พิสูจน์ความแกร่ง กับกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “Mercedes-Benz SUV Driving Events” รองรับไลฟ์สไตล์แนว Adventure สนาม Grand Prix Motor Park อ. บ่อพลอย จ. กาญจนบุรี
ณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ ประธาน บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด ในเครือบริษัท ทีโอเอ เวนเจอร์ โฮลดิ้ง จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี อย่างเป็นทางการ เปิดเผยว่า “เบนซ์ไพรม์มัส” ได้จัดกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “Mercedes-Benz SUV Driving Events” โดยเชิญชวนลูกค้าที่สนใจรถยนต์ Mercedes-Benz และ Mercedes-AMG ในตระกูล SUV ได้ร่วมสัมผัสและเปิดประสบการณ์ใหม่ในการพิสูจน์สมรรถนะรถยนต์ในแบบ Off Road พร้อมเสริมทักษะในการขับขี่ เพื่อการใช้งานรถยนต์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และปลอดภัยมากขึ้น ที่สำคัญ การได้ทดสอบรถยนต์ก่อนตัดสินใจเป็นเจ้าของ จะทำให้ลูกค้าได้รู้ถึงความต้องการที่แท้จริง ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้ จัดขึ้นที่สนาม Grand Prix Motor Park อ. บ่อพลอย จ. กาญจนบุรี

“จากแนวนโยบายของ ‘เบนซ์ไพรม์มัส’ ที่เน้นการสร้างความพึงพอใจของลูกค้าเป็นสำคัญ โดยดำเนินนโยบายตามหลักแนวคิด ‘Customer Centric’ ทำให้การพัฒนาด้านบริการทั้งส่วนการขายและการบริการหลังการขาย จะมุ่งเน้นการตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง
ด้วยเหตุนี้ ทำให้ ‘เบนซ์ไพรม์มัส’ สามารถครองแชมป์อันดับ 1 ด้วยคะแนน 5 Star Rater สูงสุด ด้านบริการหลังการขาย ในกลุ่มผู้จำหน่ายรถยนต์เขตกรุงเทพฯ ประจำเดือนมีนาคม 2563 และล่าสุด เดือนสิงหาคม 2563 ด้วยคะแนน 4.87 คะแนน จากการแข่งขันในโครงการ Dealer Best 5 Star Rater ประจำปี 2563 ดังนั้น การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ จะเป็นอีกสิ่งที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นและความตั้งใจจริงของ ‘เบนซ์ไพรม์มัส’ ที่จะมอบสิ่งที่ดีที่สุดในการเปิดประสบการณ์การขับขี่รูปแบบใหม่ให้แก่ลูกค้าคนสำคัญ”
สำหรับกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “Mercedes-Benz SUV Driving Events” เริ่มสตาร์ทกันที่ โชว์รูม เบนซ์ไพรม์มัส ย่านเลียบด่วนเอกมัย-รามอินทรา เพื่อออกเดินทางมุ่งหน้าสู่จังหวัดกาญจนบุรี ร่วมสมทบกับสมาชิกบางส่วน ที่ร้านอาหาร “คีรีมันตรา” พร้อมสัมผัสรสชาติความอร่อยและชื่นชมบรรยากาศแห่งขุนเขาอย่างเต็มอิ่ม ก่อนที่จะเดินทางสู่สนาม Grand Prix Motor Park กับบทพิสูจน์ความแกร่งของรถยนต์ SUV สุดหรูจากค่ายดาวสามแฉก
และในโอกาสสำคัญนี้ ณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ ประธานเบนซ์ไพรม์มัส ได้ให้เกียรติขึ้นมากล่าวต้อนรับและเปิดกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “Mercedes-Benz SUV Driving Events” อย่างเป็นทางการ พร้อมด้วย จิระพล รุจิวิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการเบนซ์ไพรม์มัส กล่าวถึงวัตถุประสงค์ และแนวคิดในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ ตามด้วย คุณอโณทัย เอี่ยมลำเนา ผู้บริหาร บมจ. กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล ในฐานะเจ้าของสนาม Grand Prix Motor Park ได้ชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับรูปแบบและโซนต่าง ๆ สำหรับการทดสอบ
ก่อนที่จะเริ่มการทดสอบ ทางผู้บริหารและทีมงาน “เบนซ์ไพรม์มัส” และ “กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล” พร้อมลูกค้าคนสำคัญ ได้ให้เกียรติร่วมถ่ายรูปกับกองทัพรถ SUV ที่จัดมาให้ทดสอบกันอย่างมากมาย

จากนั้นเริ่มเข้าสู่กิจกรรมการทดสอบความแกร่งของรถตระกูล SUV ที่ “เบนซ์ไพรม์มัส” จัดเตรียมไว้ให้ลูกค้าคนสำคัญได้เลือกขับตามต้องการ มีทั้งรถยนต์ Mercedes-Benz และ Mercedes-AMG ในกลุ่ม GLA, GLC และ GLE รวมกว่า 10 รุ่นด้วยกัน ซึ่งการทดสอบจะแบ่งกลุ่มลูกค้าออกเป็น 3 กลุ่ม เพื่อทดสอบสมรรถนะในแต่ละโซนของสนาม Off Road โดยพื้นที่จะแบ่งออกเป็น 3 โซน ได้แก่
โซนแรก “10 Stations Thailand 4×4 Academy” เป็นโซนสำหรับการเรียนรู้วิธีการขับขี่ในแบบ Off Road ผ่านอุปสรรครูปแบบต่าง ๆ ที่ใกล้เคียงกับเส้นทางธรรมชาติ ประกอบด้วยฐานต่าง ๆ จำนวน 10 ฐาน ได้แก่ การขับในเส้นทางที่เป็นหลุมสลับ, หลุมบ่อโคลนและทางโคลน, เนินระนาดซุง หินและดิน, เนินเอียง 20-35 องศา, ทางขึ้น-ลงเนินชัน, ทางขรุขระและเป็นหินกรวด, การขับข้ามบ่อน้ำและลำธาร ที่ลึก 50-80 เซนติเมตร ยาว 50 เมตร, ทางเนินเอียงและโค้งครึ่งวงกลม, การขับผ่านสะพานซุงและน้ำตกจำลอง
โซนที่ 2 “Twin Track Speed Circuit” เป็นโซนสำหรับทดสอบด้านสมรรถนะในการควบคุมรถยนต์บนทางเรียบและทางฝุ่น และโซนสุดท้าย “4×4 Adventure” เป็นเส้นทางธรรมชาติที่มีทั้งอุปสรรคและความท้าทาย สำหรับฝึกทักษะการขับขี่ในแบบ Off Road
ลูกค้าทั้ง 3 กลุ่มจะสลับขับในโซนต่าง ๆ จนครบทั้ง 3 โซน เพื่อให้สัมผัสถึงสมรรถนะของระบบต่าง ๆ อาทิ ระบบเกียร์ ระบบช่วงล่าง ระบบขับเคลื่อน และระบบเครื่องยนต์ ที่ได้รับการเลือกสรรและติดตั้งในรถยนต์ Mercedes-Benz และ Mercedes-AMG ได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์แบบ พร้อมกันนี้ลูกค้าทุกท่านจะได้รับประกาศนียบัตรสำหรับกิจกรรมการขับขี่รถยนต์ SUV ในครั้งนี้อีกด้วย

นอกจากนี้ “เบนซ์ไพรม์มัส” ได้จัดทริปท่องเที่ยวสุดพิเศษสำหรับลูกค้าคนสำคัญ กับการเดินทางย้อนยุคสู่อดีต ที่ “เมืองมัลลิกา ร.ศ. 124” เมืองแห่งวัฒนธรรมและวิถีชนชาวสยาม ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ยุคสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ด้วยการแต่งกายชุดไทย เที่ยวชมเมืองโบราณ อาทิ สะพานหัน, ถนนสามแพร่ง, หอชมเมือง, บ้านเรือน ที่มีให้เลือกชมหลากหลายแบบ ทั้งเรือนคฤหบดี, เรือนหมู่, เรือนแพ รวมทั้งอาหารการกินและของใช้ในยุคนั้น ที่สามารถจับจ่ายใช้สอยด้วยเงินสมัยโบราณ “เงินรู” ในยุคอยุธยาและสุโขทัย พร้อมร่วมชมการแสดงนาฏศิลป์สุดพิเศษ ในชุดระบำศรีชัยสิงห์ การเชิดหุ่นคน และโขนรามเกียรติ์ ตอนยกรบ
ด้านกิจกรรมยามค่ำคืน “เบนซ์ไพรม์มัส” ได้เนรมิตห้องมณฑาทิพย์ บอลลูม ของ อะเมย์ เทวมันตร์ทรา รีสอร์ท แอน สปา ที่ผสมผสานความงามสง่าของอาคารสไตล์โคโลเนียลกับบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและมิตรภาพ พร้อมดื่มด่ำรสชาติของอาหารชั้นเลิศ คลอเคล้ากับเสียงดนตรีที่ให้ความเพลินเพลิด และสนุกสนานกับการลุ้นรับของรางวัลต่าง ๆ อีกมากมาย ทำให้ค่ำคืนนี้อบอวลไปด้วยความสุขและรอยยิ้มแห่งความประทับใจกับทริปสุดเอ็กซ์คลูซีฟจาก “เบนซ์ไพรม์มัส”
Mercedes Benz แบรนด์ยักษ์ใหญ่ได้เปิดตัวรถไฟฟ้ารุ่นแรกของโลกที่วิ่งได้ไกลถึง 770 กิโลเมตรโดยไม่ต้องแวะชาร์จไฟฟ้า เป็นที่ฮือฮากันในวงการรถยนต์ไฟฟ้า
แบรนด์รถยนต์ที่ใครๆก็ต้องรู้จักและใฝ่ฝันหาอย่าง Mercedes Benz เจ้าของตำนานรถคันแรกของโลก ได้มาผงาดวงการรถไฟฟ้าอีกครั้ง
EQS450+ คือ EV เต็มตัวรุ่นแรกจากค่ายดาวสามแฉกที่มาขายในไทย ด้วยการตั้งโรงงานประกอบชิ้นส่วนในบ้านเรา ทั้งแบตเตอร์รี่จนถึงตัวถังรถยนต์ ตามมาตรฐานระดับเดียวกับเยอรมัน ซึ่งรุ่นนี้ได้เทียบเคียงกับ Tesla Model S และ Porsche Taycan และก็เชื่อว่ามีบางมุมที่สู้รถคู่แข่งได้ง่ายๆ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
- รถไฮบริด-รถไฟฟ้า ทำไมน่าใช้ในยุคน้ำมันแพง
- ผู้สร้างรถคันแรกของโลก Mercedes Benz โลโก้ดาวสามแฉก ที่ใครๆก็ต้องรู้จัก
- EQXX รถยนต์ไฟฟ้าจาก Mercedes Benz วิ่งได้ไกลเกือบ 1,000 กม.
Mercedes-Benz EQS450+ แตกต่างจากรถจากค่ายดาวสามแฉกที่เราคุ้นเคย โดยมีพื้นที่ด้านหน้าแบบปิดทึบ มาแทนที่กระจังหน้าเดิม ทำให้มีค่าแรงเสียดทานอากาศเพียง 0.20 เท่านั้น ถือเป็นรถโปรดักชั่นที่มีความลู่ลมตามหลักแอโรไดนามิกมากที่สุดในโลก
Cr.Mercedesbenz
การออกแบบที่เป็นจุดเด่นของ 2022 Mercedes-Benz EQS450+ คือไฟหน้ารูปทรงสามเหลี่ยมแนวนอน ที่รับกับขอบมุมกระจังหน้า มีเส้นเดย์ไลท์ LED แนวนอนอยู่ที่ขอบบนกระจังหน้าหน้ารถ ซึ่งเป็นดีไซน์ที่ไม่มีมาก่อนในเบนซ์ หรือใน EV รุ่นคู่แข่ง ส่วนไฟท้ายเป็นทรงหยดน้ำแนวนอน เชื่อมด้วยแถบเส้นไฟพาดจากซ้ายจรดขวาคล้ายกับไฟหน้า ซึ่งทางค่ายรถเยอรมันนี้ระบุว่าได้แรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากโคมไฟสมัยโบราณ
ภายในห้องโดยสาร 2022 Mercedes-Benz EQS450+ ล้ำสมัยสุดๆ กับหน้าจอไฮเปอร์สกรีน แบ่งการแสดงผลออกเป็น 3 ช่อง อยู่บนกระจกผืนเดียวกันบนคอนโซล มีขนาดรวมกันใหญ่ถึง 56 นิ้ว
Cr.Mercedesbenz
EQS 450+ ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า eATS Electric Powertrain กำลังสูงสุด 333 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 570 นิวตัน-เมตร สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 6.1 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ 210 กม./ชม. ด้วยประสิทธิภาพขนาดนี้เรียกได้ว่าขับสบายหายห่วง
แบตเตอรี่เป็นแบบลิเธียม-ไอออนขนาด 107.8 kWh สามารถขับขี่ได้เป็นระยะทางราว 770 กิโลเมตรต่อการชาร์จแต่ละครั้งตามมาตรฐาน WLTP โดยอ้างอิงตามสเปกของเยอรมนีจะสามารถชาร์จด่วนแบบ DC จากระดับ 10-80% ได้ในเวลาราว 31 นาที และชาร์จด่วนประมาณ 15 นาที ซึ่งถือเป็นจุดขายของรถรุ่นนี้เลยก็ว่าได้
พร้อมด้วยระบบล้ำสมัย
ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ Intelligent Park Pilot รถจะไปหาที่จอดเอง
ระบบขับขี่อัตโนมัติ Drive Pilot จนถึงความเร็วสูงสุด 60 กม./ชม.
ระบบ ATTENTION ASSIST ตรวจจับสภาพผู้ขับขี่ เพื่อความปลอดภัยสูงสุด
ขณะนี้ก็ได้มี YouTuber และนักรีวิวรถยนต์หลายคนได้นำไป Test-Drive กันและรีวิวหลากหลายข้อมูล เชื่อว่าจะวางจำหน่ายเต็มตัวในไม่ช้านี้ ซึ่ง EQS 450+ รุ่นนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนของวงการรถไฟฟ้าเลยก็ว่าได้ ตัดปัญหาเรื่องหาปั้มชาร์จไฟฟ้ายากเพราะรถรุ่นนี้สามารถวิ่งได้ไกลโดยไม่ต้องชาร์จไฟบ่อยครั้ง

