Honda CR-V ฉลอง 30 ปี: ปรับโฉมใหม่เพื่อสายแคมป์ปิ้ง ด้วยแพ็กเกจ Dream Pod Package
ในโอกาสครบรอบ 30 ปีของการเปิดตัวสู่ตลาดโลกในปี 1995, Honda CR-V ได้พิสูจน์ตัวเองว่าเป็นรถยนต์อเนกประสงค์ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง สร้างฐานลูกค้าที่แข็งแกร่งจนกลายเป็นหนึ่งในรุ่นที่ขายดีที่สุดของแบรนด์ และเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทยด้วย เมื่อเร็วๆ นี้ Honda Europe ได้ร่วมเฉลิมฉลองวาระสำคัญนี้ ด้วยการเปิดตัวแนวคิดใหม่ “CR-V Dream Pod Package” ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้ที่ชื่นชอบการผจญภัยและกิจกรรมแคมป์ปิ้งโดยเฉพาะ ได้รับแรงบันดาลใจจากดีไซน์โรงแรมแคปซูลอันเป็นเอกลักษณ์ของญี่ปุ่น
CR-V Dream Pod Package: สุนทรียภาพแห่งการพักผ่อนกลางแจ้ง
แนวคิด CR-V Dream Pod Package นี้ ไม่เพียงแต่เพิ่มอุปกรณ์เสริมภายนอก เช่น แร็คหลังคา และที่ยึดจักรยาน Thule เพื่อเสริมความพร้อมสำหรับการเดินทางผจญภัย แต่ยังมีการปรับปรุงที่โดดเด่นที่สุดภายในห้องโดยสาร เพื่อยกระดับประสบการณ์แคมป์ปิ้งให้เหนือกว่าที่เคย
หัวใจหลักของการเปลี่ยนแปลงภายใน คือการติดตั้งชุด EGOE Nestboard 650 บริเวณพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลัง ชุดนี้สามารถกางออกได้อย่างง่ายดาย กลายเป็นที่นอนแสนสบายที่รองรับผู้ใหญ่ได้ถึง 2 ท่าน นอกจากนี้ ยังมีอุปกรณ์เสริมที่สามารถติดตั้งเพิ่มเติมได้ เช่น มุ้งกันยุง เพื่อการพักผ่อนที่ปราศจากแมลงรบกวน และม่านบังตาแบบเลื่อนได้ เพื่อความเป็นส่วนตัวและควบคุมแสงสว่างภายใน
แต่หากชุดเตียง EGOE Nestboard 650 ยังไม่ตอบโจทย์ความต้องการทั้งหมด ความพิเศษของ CR-V Dream Pod Package ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เมื่อดึงลิ้นชักที่ซ่อนอยู่ออกมา คุณจะพบกับอุปกรณ์ที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้น นั่นคือเตาอเนกประสงค์แบบพับได้ พร้อมอ่างล้างจานในตัว เหมาะสำหรับการเตรียมอาหารง่ายๆ กลางธรรมชาติ นอกจากนี้ ยังมีช่องเก็บของที่ออกแบบมาอย่างชาญฉลาดสำหรับจัดเก็บอุปกรณ์เครื่องครัว หรือจานชามช้อนส้อมต่างๆ ได้อย่างเป็นระเบียบ
เพื่อเสริมบรรยากาศแห่งการพักผ่อนให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น CR-V Dream Pod Package ยังมาพร้อมกับพรมปูพื้นยางคุณภาพสูง โต๊ะอเนกประสงค์ที่สามารถใช้งานได้หลากหลาย และที่สำคัญคือ “Tech Pod” ชุดไฟ LED ที่ออกแบบมาเพื่อมอบแสงสว่างในยามค่ำคืน พร้อมด้วยพอร์ตชาร์จ USB ที่ช่วยให้คุณสามารถชาร์จอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ได้อย่างสะดวกสบาย
Honda CR-V Dream Pod Package นี้ ใช้แพลตฟอร์มพื้นฐานเดียวกับรุ่น CR-V e:PHEV ซึ่งขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าและชุดแบตเตอรี่ขนาด 17.7 กิโลวัตต์ชั่วโมง ให้ระยะทางวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ไกลสูงสุดถึง 80 กิโลเมตร ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Honda ในการพัฒนายานยนต์ที่ตอบสนองทั้งสมรรถนะ ความสะดวกสบาย และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
Mazda CX-30: นิยามใหม่ของ Crossover SUV ที่ผสมผสานความงามและสมรรถนะ
หลังจากที่ Honda CR-V ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ ในปี 2019 งาน Tokyo Motor Show ได้เป็นเวทีเปิดตัวของรถยนต์อีกรุ่นที่น่าจับตามอง นั่นคือ Mazda CX-30 ซึ่งได้รับการพัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด Crossover SUV ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าที่มองหารถยนต์ที่ผสมผสานดีไซน์อันโดดเด่น ประสิทธิภาพการขับขี่ที่เป็นเลิศ และฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน
ภาพรวมตลาดรถยนต์ Crossover SUV และความสำเร็จของ Mazda CX-30
ในยุคที่กระแสความนิยมของรถยนต์ประเภท Crossover SUV กำลังมาแรงอย่างชัดเจน รถยนต์ในรูปแบบ Sedan หรือ Hatchback แบบดั้งเดิมเริ่มถูกท้าทาย Mazda CX-30 ได้ก้าวเข้ามาเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจที่สุดสำหรับผู้บริโภคที่กำลังมองหารถยนต์ในเซกเมนต์นี้
หลังจากการเปิดตัวในประเทศไทยเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2020 Mazda CX-30 ได้สร้างผลงานยอดขายที่น่าประทับใจอย่างต่อเนื่อง จนถึงสิ้นปี 2020 สามารถทำยอดขายสะสมในประเทศรวมกว่า 5,725 คัน โดยเดือนธันวาคม 2020 เป็นเดือนที่ทำยอดขายสูงสุดถึง 936 คัน ตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความสามารถของ CX-30 ในการดึงดูดใจผู้บริโภค และสามารถแซงหน้าคู่แข่งในกลุ่มเดียวกันไปได้อย่างไม่ยากเย็น
ไม่เพียงแต่ในประเทศไทย แต่ Mazda CX-30 ยังกลายเป็น “Cash Cow” หรือแหล่งรายได้หลักให้กับ Mazda ในตลาดโลก และยังกวาดรางวัลด้านการออกแบบและยานยนต์มาครองอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2019 จนถึงปัจจุบัน อาทิ:
Golden Steering Wheel 2019 (เยอรมนี) ในพิกัด SUV/Crossover ความยาวไม่เกิน 4.4 เมตร
Red Dot Design Award 2020 (ประเภท รถยนต์นั่งส่วนบุคคล)
Autozeitung Design Trophy 2020 (เยอรมนี) ในประเภท SUV
Thailand Car of the Year 2020 (สมาคมผู้สื่อข่าวยานยนต์และจักรยานยนต์แห่งประเทศไทย)
Consumer Reports “Top Pick” 2021 (สหรัฐอเมริกา) ในกลุ่ม Subcompact SUV ราคาต่ำกว่า 25,000 เหรียญสหรัฐ
Car of the Year 2021 (นิตยสาร Wheels, ออสเตรเลีย)
รางวัลเหล่านี้ยืนยันถึงคุณภาพและความโดดเด่นของ Mazda CX-30 ทั้งในด้านการออกแบบ สมรรถนะ และประสบการณ์การขับขี่
Kodo Design: หัวใจของการออกแบบ Mazda CX-30
ความสวยงามอันเป็นเอกลักษณ์ของ Mazda CX-30 นั้น มีที่มาจากการพัฒนาแนวคิดการออกแบบ “Kodo Design” ซึ่งเป็นภาษาการออกแบบของ Mazda ที่มุ่งเน้นการถ่ายทอด “จิตวิญญาณแห่งการเคลื่อนไหว” (Soul of Motion) โดยสำหรับ CX-30 เป็นการต่อยอดสู่ Kodo Design Version 2.0 หรือ “Car as ART” (รถยนต์ที่เป็นงานศิลปะ) ที่เริ่มใช้กับ Mazda 3 รุ่นล่าสุด
ทีมออกแบบของ Mazda ได้ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการสร้างสรรค์ CX-30 ให้ออกมางดงามที่สุดในโลก โดยได้ศึกษาและพัฒนาแนวคิดการออกแบบจากศูนย์ออกแบบ MDE (Mazda Design Europe) ในเยอรมนี ผสมผสานกับทีมงานในญี่ปุ่น
แนวคิดสำคัญที่ถูกนำมาใช้ในการออกแบบ CX-30 ได้แก่:
Sori: เส้นสายที่วิ่งต่อเนื่องจากบังโคลนหน้าไปยังล้อหลัง เปรียบเสมือนแสงที่พุ่งทะลุผ่าน สร้างความรู้สึกถึงแรงส่งและพลวัต
Yohaku: ความงามที่เกิดจากพื้นที่ว่าง (Negative Space) การลดทอนองค์ประกอบที่ไม่จำเป็นออกไป เพื่อเน้นความโดดเด่นของรูปทรงตัวรถ
Utsuroi: การแสดงออกถึงการเคลื่อนไหวของแสงและเงาที่ตกกระทบบนพื้นผิวตัวรถ สร้างมิติและความรู้สึกราวกับรถยนต์มีชีวิต
ทีมออกแบบยังได้ตั้งเป้าหมายที่จะสร้าง “Cross Coupe SUV ที่งดงามที่สุดในโลก” โดยปรับสัดส่วนของรถให้มีความสมดุลระหว่างความสวยงามภายนอก และพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางขึ้น การเลื่อนจุดสูงสุดของหลังคาไปด้านหลัง และการออกแบบห้องโดยสารให้มีรูปทรงลิ่ม (Wedge Shape) ช่วยให้หน้ารถดูยาวขึ้น ส่งผลให้ภาพรวมด้านข้างมีความสวยงามลงตัว
การออกแบบภายใน: ความเรียบง่ายที่ใส่ใจในรายละเอียด
แนวคิดการออกแบบภายในของ Mazda CX-30 ยึดตามหลัก “Beauty Through Subtraction” เช่นเดียวกับ Mazda 3 โดยมุ่งเน้นความเรียบง่าย แต่แฝงไว้ด้วยความพิถีพิถันในทุกรายละเอียด การออกแบบที่นั่งของผู้ขับขี่ให้สามารถจดจ่อกับการขับขี่ได้อย่างเต็มที่ พร้อมสัมผัสถึงความปลอดภัยและความอิสระในการเคลื่อนไหว
แม้ว่าคอนโซลหน้าจะมีความคล้ายคลึงกับ Mazda 3 แต่ CX-30 ได้มีการปรับเปลี่ยนบางส่วนเพื่อให้เข้ากับสรีระการขับขี่ที่แตกต่างออกไป เช่น การออกแบบแผงหน้าปัดให้มีลักษณะคล้ายปีกนก เพื่อเพิ่มความรู้สึกสนุกสนานและปลอดภัยในการขับขี่
ขุมพลังและสมรรถนะ: SKYACTIV-G 2.0 ที่ปรับปรุงใหม่
ในตลาดประเทศไทย Mazda CX-30 มาพร้อมกับเครื่องยนต์ SKYACTIV-G 2.0 ลิตร ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ ให้กำลังสูงสุด 165 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 213 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ SKYACTIV-DRIVE ที่ให้การขับขี่ที่นุ่มนวลและตอบสนองได้ดั่งใจ
จากการทดสอบพบว่า Mazda CX-30 มีอัตราเร่งที่ยอดเยี่ยม สามารถทำความเร็ว 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ในเวลาที่น่าประทับใจ และมีอัตราเร่งแซงที่มั่นใจได้ในการขับขี่บนท้องถนนจริง ระบบช่วงล่างได้รับการปรับแต่งมาเป็นอย่างดี ให้ความสมดุลระหว่างความนุ่มนวลและความรู้สึกมั่นคงในการเข้าโค้ง
ความปลอดภัยและเทคโนโลยี: ครบครันเพื่อความอุ่นใจ
Mazda CX-30 ให้ความสำคัญกับระบบความปลอดภัยอย่างสูงสุด มาพร้อมกับเทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง (ADAS) มากมาย เช่น ระบบควบคุมความเร็วแปรผัน MRCC, ระบบเตือนการชนด้านหน้าและช่วยเบรก, ระบบควบคุมรถให้อยู่ในเลน, และระบบเตือนเมื่อเบี่ยงออกนอกเลน นอกจากนี้ยังมีกล้องรอบทิศทาง 360 องศา และระบบเซ็นเซอร์กะระยะรอบคัน เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่และจอดรถ
สรุป
Honda CR-V Dream Pod Package และ Mazda CX-30 คือตัวอย่างที่ชัดเจนของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ยานยนต์ที่ตอบสนองต่อเทรนด์และความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบัน CR-V นำเสนอทางเลือกใหม่ที่ยกระดับประสบการณ์การแคมป์ปิ้งให้สะดวกสบายและน่ารื่นรมย์ยิ่งขึ้น ในขณะที่ CX-30 ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาด Crossover SUV ด้วยการผสมผสานดีไซน์ที่งดงาม สมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม และเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ครบครัน
ไม่ว่าคุณจะเป็นสายผจญภัยที่ชื่นชอบการพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ หรือผู้ที่มองหารถยนต์ที่ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างลงตัว ยานยนต์เหล่านี้คือคำตอบที่น่าสนใจ หากคุณกำลังมองหารถยนต์คันใหม่ที่ใช่สำหรับคุณ ลองพิจารณา Honda CR-V หรือ Mazda CX-30 และสัมผัสประสบการณ์ที่เหนือกว่าได้ด้วยตัวคุณเองวันนี้

