• Sample Page
filmth.moicaucachep.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
filmth.moicaucachep.com
No Result
View All Result

N3009052_อย าใช ตำแหน งกดห วคนอ เพราะส กว นค ณจะโดนกดบ าง_part2

admin79 by admin79
September 27, 2025
in Uncategorized
0
N3009052_อย าใช ตำแหน งกดห วคนอ เพราะส กว นค ณจะโดนกดบ าง_part2

หลายปีก่อนผมได้ลองขับ Audi A4 Avant รุ่น 2.0 เทอร์โบและชอบมากในการที่ Audi สามารถผสานดีไซน์ตัวรถแบบสเตชั่นแวก้อน เข้ากับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ เครื่องยนต์เทอร์โบ และมาดของรถที่ดูหนุ่มแน่นมีพลัง ถ้ามีใครรู้วิธีในการทำรถแวก้อนให้เซ็กซี่ ค่ายนั้นก็คือ Audi แต่วันนี้ เราจะมาพบกับร่างซูเปอร์ไซย่าของ A4 รุ่นนั้น เมื่อมันกลายเป็น RS 4 Avant ลองคิดดูนะครับ ตอนมันมี 252 แรงม้า เราก็ยิ้มกันแล้ว มาคราวนี้พอเปลี่ยนเครื่องยนต์เป็น 2.9 V6 Bi-turbo แรงม้าเพิ่มเป็น 450 ..เป็น Combination ระหว่างรถบ้านกับเครื่องพันธุ์โหดที่เราได้แต่ฝันถึงในสมัยเด็ก แต่วันนี้ มีขายแล้วจริงๆ

เมื่อใส่ Launch Mode แล้วดีดออกตัว Audi RS 4 จะทำอัตราเร่ง 0-100kmh ได้ภายใน 4.2 วินาที…โดยมีผมเป็นผู้ขับ ซึ่งห่างจากที่โรงงานเคลมแค่ 0.1 วินาที และกดนาฬิกาวิ่งควอเตอร์ไมล์ได้ภายใน 12.6 วินาทีในชีวิตจริงไม่อิงโบรชัวร์ ซึ่งถ้ามานั่งคิดอีกที..ก็เครื่องยนต์มันเป็นบล็อคเกือบเหมือนกันกับ Porsche Panamera 4 S แต่มาอยู่ในรถที่เบากว่ากัน 200 กิโลกรัม รสชาติมันจึงเผ็ดดุ ต่างจากภายนอกที่ดูแล้วก็เกือบเหมือน A4 รุ่น 2.0 ลิตร ที่สำคัญคือเกียร์ Tiptronic ซึ่งเป็นออโต้แบบปกติ ไม่ใช่คลัตช์คู่ แต่กลับมีนิสัยการทำงานที่คมกว่า ยึกยักน้อยกว่า ตอบสนองเร็วกว่าเกียร์คลัตช์คู่ใหม่ๆของ Audi เสียอีก

จุดที่ผมชื่นชอบอีกประการคือเครื่องยนต์ที่มีแรงบิดเป็นช่วงกว้าง มีพลังในทุกช่วงที่กด ทำให้บางครั้งเราก็ไม่จำเป็นต้องเหยียบมิดด้ามตลอด การแซงเต่าช้าคาเลนขวาบนมอเตอร์เวย์ ก็แค่กดคันเร่งครึ่งเดียวแล้วมันจะไต่จาก 80 ไป 120 จบในเวลาพอๆกับ Golf GTi Mk6 บี้เต็มกำลัง โดยที่เครื่องยนต์ก็หมุนแถวๆ 3,000-4,000 รอบ มีเสียงครางของ V6 ผสมกับ V8 คอยรายงานให้คุณรู้อัตราการไต่ความเร็ว เวลาขับในเมืองผ่อนคลาย ไม่ต้องกดคันเร่งเยอะ

ช่วงล่าง RS Sports Tuning ไม่มีโปรแกรมปรับความหนืดใดๆมาให้ แต่การเซ็ตค่าจากโรงงาน ก็ทำมาได้สมดุลย์ระหว่างความมั่นใจและความนุ่ม แน่นอนว่ามันไม่ใช่รถนิ่มนวล แต่สำหรับรถประเภท Performance Car มันซับแรงกระแทกได้ค่อนข้างดี เป็นรถที่คนคุ้นชินกับช่วงล่างซิ่งจะบอกว่าสบาย ในขณะเดียวกัน เวลาโยนโค้ง ก็จะไม่ค่อยมีอาการท้ายดุ๊กดิ๊กชวนให้ดริฟท์แบบพวกเยอรมันขับหลังอย่าง M4 รุ่นเก่า, M2 หรือ C 63 Coupe นิสัยในโค้งของ RS 4 จะมาในแนวค่อยเป็นค่อยไป คาดเดาง่าย จะดิ้นก็ต่อเมื่อคุณใช้ความรุนแรงกับมัน ดังนั้น ไม่ก็ไม่สามารถซนเล่นเอาสนุกได้ แต่เมื่อคุณต้องการเร็วและมั่น RS 4 จะตอบโจทย์นี้ได้ ช่วงกดคันเร่งออกจากโค้ง ถ้ากดแรง อาการดีดดึงหน้าจะน้อยกว่าพวก 4 MATIC ของ Mercedes-Benz นี่ขนาดว่ารถใส่ยาง Hankook S1Evo นะครับ ไม่ใช่ยางสปอร์ตพรีเมียมแบรนด์ดัง

รสชาติการขับที่ทำให้นึกถึงสโลแกนปลากระป๋องอะยัม..มันอาจจะแพง..แต่มันคุ้ม บวกกับทรงรถที่เป็นแวก้อน ขึ้นลงง่ายเหมือนรถเก๋ง นั่งได้ 4-5 คน มีพื้นที่ขนของ นี่คือหนึ่งใน Combination ในฝันของรถแบบที่ผมอยากมีในโรงรถ เบาะหน้า ถ้าผมนั่งได้ คนส่วนใหญ่ก็ไม่น่าบ่น ส่วนเบาะหลังนั้น จะคล้ายพวกรถระดับ C-Class คือ ไม่ได้มีพื้นที่แบบเหลือเฟือ ตัวเบาะไม่ได้สบายแบบโซฟา แต่คนทั่วไปก็สามารถนั่งโดยสารทางไกลได้

แต่ถ้าถามว่ามันสมบูรณ์แบบทุกอย่างหรือเปล่า ก็ยัง เพราะในราคาระดับนี้ และเป็นยุคสมัยนี้ RS 4 ยังไม่มี Adaptive Cruise Control ไม่มีกล้องรอบคัน ไม่มีระบบเบรกอัตโนมัติฉุกเฉิน ไม่มีระบบรักษารถให้อยู่ในเลน ซึ่งทั้งหมดนี้ M4 สเป็คไทย มีให้ หรือถ้าเราไม่เทียบด้วยระดับคลาสพิกัดชกเดียวกัน มองว่าปาเงินมา 6 ล้าน มีรถอะไรที่แรง มีประตูมนุษย์ 4 บานให้เลือกอีก ก็แน่นอนว่าราคานี้คุณสามารถซื้อ Mercedes-AMG E 53 และ CLS 53 ได้ มีเงินทอนเหลือ ได้ขับสี่ ได้ม้า 435 ตัว และมีภายในที่ดูหรูหราอลังการ ลูกเล่น อุปกรณ์ครบกว่า RS 4 แน่นอน หรือถ้าไม่ชอบรถใหญ่ อยากได้ขับสี่มีหอย อาจจะลองดู BMW M340i ซึ่งเป็นรถคนละคลาสกัน มีม้าน้อยกว่าเยอะ แต่ราคาก็ถูกลงไปอีกมากเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ถ้าเทียบตามหลักสากลคนบ้ารถ RS 4 คือคู่แข่งของ M3/M4 และ C63 ซึ่งถ้ามองแบบนั้น มันจะมีความสมเหตุผลตรงที่ ถึงม้าจะน้อยกว่า ถึงอุปกรณ์บางรายการจะขาด แต่ส่วนต่างของราคาที่ถูกกว่าคู่แข่งอยู่มาก จนทำให้เกิดความน่าดึงดูดใจ ประกอบกับความเป็นพรีเมียมคอมแพคท์สเตชั่นแวก้อนตัวแรงตัวเดียวที่เหลือในตลาด Performance Car ตอนนี้ นั่นคือจุดที่ทำให้ RS 4 ได้รับความสนใจเกินคาด เป็นรถตระกูล RS ที่ขายดีที่สุดแบบไม่ต้องสืบ

หลังจากที่ Audi เจรจาพูดคุยกับ SAIC Motor อยู่เป็นเวลานาน เกี่ยวกับโครงการร่วมมือสร้างโรงงานผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ในประเทศจีน จนได้ข้อสรุปเป็นเรียบร้อยตั้งแต่ช่วงต้นปี 2020 ที่ผ่านมา และมีข่าวความเคลื่อนไหวของเรื่องราวดังกล่าวออกมาเป็นระยะๆ ล่าสุด All NEW Audi A7 L รุ่นฐานล้อยาว (Long Wheelbase)  ก็ถูกเปิดตัวพร้อมอวดโฉมครั้งแรกในโลก ที่งาน Auto Shanghai 2021 เป็นที่เรียบร้อย ในฐานะผลผลิตชิ้นแรกจากความร่วมมือของทั้ง 2 ค่าย

 

Audi A7 L ถูกพัฒนาต่อยอดมาจาก A7 Sportback ทำให้ดีไซน์งานออกแบบโดยเฉพาะครึ่งคันหน้าแทบไม่ต่างกัน ทว่ารายละเอียดของเปลือกกันชนหน้า ได้รับการปรับปรุงให้มีความแตกต่างจากรุ่น Sportback ด้านข้างยังคงใช้บานประตูแบบไร้กรอบ เสริมด้วยล้ออัลลอยเป็นแบบ 5 ก้าน ลวดลายสลับซับซอน สีทูโทน ขนาด 22 นิ้ว ในขณะที่ด้านหลังยังคงใช้ชุดไฟท้ายทรงยาวจากซ้ายจรดขวาเหมือนเดิม แต่สร้างความแตกต่างจากรุ่นท้ายลาด ด้วยการปรับรายละเอียดของชายล่างกันชนหลังแทน พร้อมกับแปะตราสัญลักษณ์ A7 L

อย่างไรก็ตาม ความแตกต่างสำคัญเมื่อมองจากภายนอกตัวรถ จะเห็นว่าระยะฐานล้อ (Wheelbase) ตลอดจนบานประตูคู่หลังถูกขยายให้ยาวขึ้นกว่า A7 Sportback อีกทั้งแนวหลังคาครึ่งคันหลังยังถูกปรับให้มีความลาดเอียงน้อยลง และเปลี่ยนรูปแบบฝากระโปรงหลัง จากเดิมออกแบบเป็นชิ้นเดียวกับกระจกบังลมหลัง มาเป็นแบบแยกส่วน ลักษณะเดียวกับรถยนต์ Sedan ทั่วไป

มิติตัวถังภายนอกของ Audi A7 L มีดังนี้

  • ยาว x กว้าง x สูง  : 5,076 x 1,908 x 1,422 มิลลิเมตร
  • ระยะฐานล้อ : 3,026 มิลลิเมตร

เมื่อเทียบกับ A7 Sportback จะพบว่า A7 L กว้างและสูงเท่าเดิม แต่มีระยะฐานล้อยาวขึ้น 98 มิลลิเมตร (ยาวกว่า A8 ฐานล้อสั้น 28 มิลลิเมตร) และมีความยาวจากปลายกันชนหน้าจรดกันชนหลังเพิ่มขึ้นอีก 107 มิลลิเมตร

ภายในห้องโดยสารยังคงเป็นแบบ Virtual Cockpit ไม่ได้มีการปรับดีไซน์แผงแดชบอร์ดด้านหน้าให้ต่างจากรุ่น Sportback แต่อย่างใด ทว่าความแตกต่างจะอยู่ที่ตัวเบาะนั่งทั้งคู่หน้าและด้านหลังที่ปรับรูปทรงใหม่ รวมถึงพื้นที่ห้องโดยสารด้านหลังที่กว้างขวางขึ้น จากการขยายระยะฐานล้อให้ยาวขึ้นเกือบ 10 เซนติเมตร รวมถึงมีบรรยากาศภายในดูปรอดโปร่งมากขึ้น จากการปรับเส้นสายแนวหลังคาให้ลาดเอียงน้อยลง

ภายใต้ฝากระโปรงหน้าของ Audi A7 L เป็นขุมพลัง Mild-Hybrid อันประกอบด้วยเครื่องยนต์เบนซิน V6 ขนาด 3.0 ลิตร พ่วงระบบอัดอากาศ Turbocharged และมอเตอร์ไฟฟ้า พละกำลังสูงสุด 335 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร จับคู่เกียร์อัตโนมัติ Dual Clutch 7 จังหวะ  พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Quattro

งานวิศวกรรมของ Audi A7 L หลายส่วนถูกยกมาจาก A7 Sportback แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ ระบบกันสะเทือนที่ติดตั้งมาให้เป็นมาตรฐานนั้น จะเป็นช่วงล่างถุงลม (Air Suspension) รวมถึงระบบบังคับเลี้ยว 4 ล้อ ที่จะช่วยให้รถฐานล้อยาว 3 เมตรกว่า สามารถลัดเลาะไปในพื้นที่คับแคบ อาทิ ลานจอดรถ ได้อย่างคล่องแคล่วไม่แพ้รุ่นฐานล้อปกติ

Audi A7 L มีกำหนดเริ่มเดินสายการผลิตเร็วๆ นี้ และคาดว่าจะเริ่มส่งมอบให้กับลูกค้าชาวจีนได้อย่างเร็วที่สุดในช่วงไตรมาสแรกของปี  2022 โดยจะทำตลาดควบคู่ไปกับ A7 Sportback

การจับมือกันกับ SAIC Motor ในครั้งนี้ จะช่วยให้สถานการณ์ยอดขายของ Audi ในแดนมังกร ดีขึ้นมากกว่าที่เป็นอยู่ได้หรือไม่ และเป้าหมายของพวกเขาที่จะทำยอดขาย

Previous Post

N0110001_เจ าของโรงแรม สวมบทเป นล กค และน อส งท เขาเจอ_part2

Next Post

N3009054_ความร กของเขาไม เคยอ อนโยน แต นคงเสมอ_part2

Next Post
N3009054_ความร กของเขาไม เคยอ อนโยน แต นคงเสมอ_part2

N3009054_ความร กของเขาไม เคยอ อนโยน แต นคงเสมอ_part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N2602061 ทธ อะไรมาว าอ วน ไปอ วนในต บข าวแกเหรอ part2 | Viviann Vanzant
  • N2602058 ยอดขายหน เพ ออนาคตครอบคร part2 | Viviann Vanzant
  • N2602062 ชายท เก องม หญ งข างกายท เก งด วย part2 | Viviann Vanzant
  • N2602059 เห นคนอ อนแอกว าเป นขนม ดท ายขมปากเลย part2 | Viviann Vanzant
  • N2602060 วางแผนมาอย างด ดท ายทำไม ลง part2 | Viviann Vanzant

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.