เปิดตัวอีวี เคาะราคา 5 ล้าน
จากแนวโน้มตลาดรถอีวีที่มาเร็ว อาวดี้ จึงได้เปิดตัวจำหน่าย Audi e-tron ยนตรกรรมเอสยูวีพรีเมียม 5 ที่นั่ง รุ่น Audi e-tron 55 quattro ในประเทศไทย ราคา 5,099,000 บาท มอเตอร์ไฟฟ้าทั้ง 2 ตัว ให้กำลังสูงสุด 266 กิโลวัตต์ หรือ 360 แรงม้า ทำความเร็วสูงสุดได้ 200 กม./ชม. รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร และรับประกันรถใหม่ 5 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร โดยเป็นรถยนต์นำเข้าและผลิตจากโรงงานของอาวดี้ในเมือง บรัสเซลล์ ประเทศเบลเยียม ประเทศไทยเปิดตัวทำตลาดรถอีวี Audi e-tron เป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

โดย Audi e-tron เป็น Full EV ที่ใช้งานได้จริง ด้วยราคาที่จับต้องได้ในตลาดรถลักชัวรี่ ก่อนเคาะราคาขายที่ 5 ล้านบาท กระแสในโลกโซเชียลคาดเดาว่าราคาน่าจะอยู่ที่ 6-7 ล้านบาท ด้วยราคาดังกล่าวหากโครงสร้างพื้นฐานประเทศไทยด้านสถานีชาร์จไฟฟ้า มีรองรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รถอีวีจะเป็นอนาคตของโลกและของประเทศไทย
วันนี้อนาคตของรถไฟฟ้ากำลังจะเกิด และอาวดี้ เป็นรถยนต์เซ็กเมนต์พรีเมียม ลักชัวรี ที่กระโดดเข้ามาทำตลาดในเวลาที่ถูกต้อง เรียกว่าไม่เร็วเกินไป ไม่ช้าเกินไป
อาวดี้ เปิดให้ลูกค้าพรีออเดอร์รถอีวี Audi e-tron 55 quattro ตั้งแต่วันนี้ คาดว่าจะส่งมอบรถได้ตั้งแต่ปลายปีนี้ถึงต้นปี 2020 โดยวางเป้าหมายยอดขายรถอีวีมีสัดส่วน 5-8% ในปี 2020
สำหรับคนที่จะซื้อรถอีวีวันนี้ คงเป็นกลุ่มที่ซื้อรถคันที่สอง และเน้นใช้งานในกรุงเทพฯ เป็นหลัก เพราะหากจะขับข้ามจังหวัดจะต้องรอโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ด้านการติดตั้งสถานีชาร์จไฟฟ้า ถ้าขยายตัวได้เร็วและระบบชาร์จไฟฟ้าต่อครั้งทำได้เร็วขึ้น จะเป็นปัจจัยผลักดันการเติบโตของรถอีวีอย่างรวดเร็ว
กฤษฎา กล่าวว่า อีกจุดเปลี่ยนสำคัญของการขับเคลื่อนรถอีวีในไทยและการผลักดันให้ประเทศไทยเป็น smart city คือการสนับสนุนนโยบายรักษาสิ่งแวดล้อมของบริษัทเอกชน ด้วยการใช้รถอีวี โดยอาวดี้และแสนสิริได้ร่วมมือกันเพื่อร่วมกันยกระดับ Green Ecosystem โดยแสนสิริเริ่มนำร่องใช้งาน Audi e-tron ภายในองค์กรและในโครงการที่อยู่อาศัย ทำให้อาวดี้สามารถนำเข้ารถอีวีมาทำตลาดในประเทศไทยได้อย่างรวดเร็ว
“หลังการเปิดตัว Audi e-tron ที่สหรัฐฯ ปีก่อน คุณอภิชาติ จูตระกูล (ประธานอำนวยการ แสนสิริ) ก็บอกทันทีว่าสนใจและต้องการใช้รถรุ่นนี้ โดยโควต้ารถ Audi e-tron ล็อตแรกจะส่งมอบให้แสนสิริทั้งหมด”
“แสนสิริ” ชู Green Mission

อภิชาติ จูตระกูล ประธานอำนวยการ บริษัทแสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “แสนสิริ” มีวิสัยทัศน์ด้าน Green Mission เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืนและตั้งเป้าสร้าง Green Ecosystem ภายใน 3 ปี
หนึ่งในเป้าหมายคือ โครงการ Smart Move แบ่งปันการใช้รถขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ส่วนกลางสำหรับลูกบ้าน (Sharing Economy) โดยเริ่มต้นจากการนำ Audi e-tron รถยนต์ไฟฟ้า 100% มาใช้ในองค์กรแสนสิริ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงดีเอ็นเอขององค์กรในด้านนี้
ในการร่วมมือเป็นพันธมิตรกับ อาวดี้ ประเทศไทย ครั้งนี้ จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง 3 ด้าน ทั้งภายในและภายนอกองค์กรแสนสิริ ประกอบด้วย
1.“เปลี่ยน” มาใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้า
ส่งเสริมให้ลูกบ้านใช้รถอีวี เพื่อสร้างโลกสีเขียว ทั้งโครงการแนวราบและแนวสูง โดยเตรียมขยายการติดตั้ง EV charger station ในโครงการใหม่บ้านเดี่ยวระดับเซ็กเมนต์ B ขึ้นไป โดยเตรียมระบบไฟ 3 เฟสรองรับการใช้งานสำหรับชาร์จไฟรถอีวี และทุกโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ที่สร้างตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นไป

2.“เปลี่ยน” มาใช้ Luxury Electric Car Sharing
โดยร่วมกับอาวดี้ ส่งเสริมให้ลูกบ้านกลุ่มระดับลักชัวรีใช้ระบบ Car Sharing ด้วยรถอีวี สำหรับส่วนกลางในโครงการไฮเอนด์ใหม่ในปีนี้ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ลูกบ้านในเมือง สำหรับการเดินทางระยะสั้น จองการใช้งานผ่าน Sansiri Home Service Application เริ่มต้นที่โครงการ เดอะ โมนูเม้นท์ ทองหล่อ
3.เปลี่ยนรถยนต์ที่ใช้งานภายในองค์กรเป็นระบบไฟฟ้า
แสนสิริ เป็นองค์กรแรกในเอเชียในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ ที่นำรถอีวี Audi e-tron มาใช้ภายในองค์กร โดยจะเปลี่ยนรถยนต์ผู้บริหารระดับสูง 20 คัน เป็นรถไฟฟ้า 100% ของอาวดี้ และขยายสู่การใช้งานในส่วนอื่นๆ ขององค์กรต่อไป เพื่อสร้าง Green Ecosystem
ในปัจจุบัน ถือได้ว่าตลาดรถยนต์ประเภท SUV หรือ Sport Utillty Vehicle ได้เข้ามามีบทบาทค่อนข้างสูงโดยเฉพาะในบ้านเรา เนื่องมาจากการใช้งานที่ง่าย หลากหลาย สะดวกสบาย และห้องโดยสารก็มีความกว้างขวาง ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพมากกว่ารถยนต์ทั่วไป โดยที่ยังคงไว้ซึ่งความสปอร์ตและสวยงามตามสไตล์ของ SUV ซึ่งขนาดของรถก็มีทั้งขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ ขึ้นอยู่กับสมรรถนะและความต้องการของผู้ใช้งาน จึงจะเห็นได้ว่าในปัจจุบันมี SUV มากมายให้เลือกสรร ไม่เว้นแม้กระทั่งในตลาดรถยนต์มือสองด้วยเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะ SUV ยุโรปมือสอง ที่นอกจากจะได้รับความนิยมแล้วยังเป็นที่ต้องการในตลาดค่อนข้างสูง โดยวันนี้ Khaorot.com จะมาแนะนำ 3 อันดับ SUV ยุโรปมือสองที่ดีและปังที่สุดในยุคนี้ ให้ได้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับคนหลงรัก SUV โดยเฉพาะ
SUV ยุโรป มือสอง BMW X3 xDrive20d M Sport 2017

รีวิวรถยนต์ BMW X3 xDrive20d M Sport
โดย BMW X3 xDrive20d M Sport ถือเป็นอีกหนึ่ง SUV ที่ค่อนข้างตีตลาดรถยนต์บ้านเราได้ค่อนข้างดี ด้วยการตกแต่งแบบสปอร์ตที่ลงตัว เร้าใจ ทั้งภายนอกและภายในที่ทำให้หลายๆคนเทใจให้กับ BMW X3 xDrive20d M Sport อย่างไม่ลังเล โดยการดีไซน์ภายนอกจะมีความแตกต่างกับรุ่น BMW X3 xDrive20d Highline คือ ชุดแต่งแบบ M Aerodynamic ซึ่งจะได้ทั้งกันชนหน้า-หลัง รวมถึงสเกิร์ตข้างแนวสปอร์ต ไฟหน้าแบบ Adaptive LED พร้อมระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ การออกแบบให้รับกับกระจังหน้าทรงไตคู่ขนาดใหญ่แบบแอคทีฟ สามารถเปิด-ปิดตะแกรงได้ตาสภาพภายนอก ไฟตัดมอกแบบ LED รูปทรงหกเหลี่ยมที่ได้รับการออกแบบมาใช้ในตระกูล X เป็นครั้งแรก นอกจากนี้ ยังถูกผสานไว้ด้วยระบบ Comfort Access เป็นอุปกรณ์มาตรฐานของตัวรถ
ในขณะที่การตกแต่งภายในจะได้พวงมาลัยแบบสปอร์ต M leather Steering Wheel แบบ 3 ก้าน เพรียวบาง แถบประดับเป็นแบบอะลูมิเนียมปัดเงาสีเงิน เบาะหนังสีน้ำตาลแบบสปอร์ตพร้อมหนัง Vernasca ให้ความรู้สึกที่นุ่ม และละเอียดมากขึ้น เพดานห้องโดยสารใช้สีดำแบบ Anthracite หลังคากระจกแบบ Panoramic Roof

ดีไซน์และการออกแบบ BMW X3 xDrive20d M Sport
ในส่วนของขุมพลังมาพร้อมกับเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ BMW TwinPower Turbo ความจุ 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า (HP) ที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตร ที่ 1,750-2,500 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด Steptronic ให้อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลา 8.0 วินาที ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 213 กม./ชม. พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ xDrive เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน โดยจะปล่อยก๊าซ CO2 เพียง 149 กรัม/กม. เทานั้น นอกจากนี้ ยังได้รับการติดตั้งเทคโนโลยี Performance Control ที่ช่วยจัดสรรพละกำลังของเครื่องยนต์และการทำงานของเบรกแต่ละล้อในยามที่เข้าโค้งได้อย่างดีและมีประสิทธิภาพ ส่งผลต่อความปลอดภัยโดยตรง
สำหรับราคาจำหน่ายของ BMW X3 xDrive20d M Sport 2017 มือสองนั้น เริ่มต้นที่ 1,490,000 ล้านบาท
สุดยอด SUV ยุโรป มือสอง Audi Q5 2018
รถยนต์ Audi Q5 2018
ถือเป็นอีกหนึ่ง SUV ยุโรป ที่กำลังฮอตฮิตติดลมบนอยู่ในขณะนี้ โดยเฉพาะในซีรีส์ตระกูลของ Q Fancination โดย Audi Q5 จะจัดอยู่ในรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดกลาง ซึ่งค่อนข้างประสบความสำเร็จค่อนข้างสูงในการเปิดตัวที่ยุโรป ไม่เว้นในตลาดรถยนต์บ้านเราด้วยเช่นเดียวกัน จากการพัฒนาและปรับเปลี่ยนองค์ประกอบต่างๆ ก็ยิ่งทำให้ Audi Q5 เป็น SUV ที่ขายดีและได้รับคำวิจารณ์ในเชิงบวกมากขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของเครื่องยนต์ที่มีให้เลือกทั้ง เครื่องยนต์เบนซิน Q5 45 TFSI Quattro S Line และเครื่องยนต์ดีเซลในรุ่น Q5 35 TDI Quattro แน่นอนว่ามาพร้อมจุดเด่นตั้งแต่ดีไซน์ไปจนถึงสมรรถนะ
สำหรับดีไซน์ภายนอกนั้น ไม่ว่าจะเป็นรุ่นใดก็ตามก็ยังคงความเป็น Audi Q5 ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในรุ่นล่าสุดอย่าง 2018 ไม่ว่าจะเป็นรุ่นย่อยอย่าง Audi Q5 45 TFSI Quattro S Line 2018 หรือ Audi Q5 35 TDI Quattro 2018 ก็จะคล้ายกับ Audi Q5 2017 เพียงแต่จะมีเส้นสาย และองค์ประกอบเล็กน้อยเท่านั้นที่แตกต่างออกไป อย่างเช่น ในส่วนของไฟหน้า LED แบบ 3 มิติ ที่มีสไตล์ 3D และที่น่าสนใจคือการใช้พลังงานน้อยลงแต่สวนทางกับอายุการใช้งานที่มากขึ้น และมีการใช้ Singleframe ในส่วนของด้านหลังรถ ที่สำคัญคือ Audi Q5 2018 มาพร้อมกับล้ออัลลอยด์ที่โดดเด่นและดีไซน์ที่ดุดันมากขึ้น

สมรรถนะและการใช้งาน Audi Q5 2018
ก็มีดีไซน์ที่ไม่น้อยหน้าไปกว่ากัน เพราะภายในนั้นมาพร้อมกับความหรูหราด้วยเบาะนั่งหุ้มหนังแบบพิเศษ พร้อมการปรับด้วยระบบไฟฟ้าสำหรับเบาะคู่หน้า ตลอดจนระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติแบบดีลักซ์ ที่สำคัญคือในส่วนของห้องโดยสารที่กว้างขวางนั้น เป็นเพราะตัวการออกแบบให้ตัวถังมีน้ำหนักเบา และโครงสร้างที่เป็นแบบวัสดุผสม และยังมีระบบ Comfort Key ด้วยไฟหน้าแบบ LED ไฟ Daytime เพื่อการขับขี่ในเวลากลางวันโดยเฉพาะ
ด้านสมรรถนะของ Audi Q5 2018 ก็ได้รับการออกแบบให้พัฒนาที่ค่อนข้างเห็นได้ชัด โดยในรุ่น Q5 35 TDI Quattro ได้รับขุมพลังพร้อมระบบจ่ายน้ำมันแบบคอมมอนเรล ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 190 แรงม้า ล้อขนาด 8Jx19 ผสานกับยางขนาด 235/55 R19 ในขณะที่เครื่องยนต์ในรุ่น Q5 45 TFSI Quattro S Line เป็นเครื่องยนต์เบนซิน ที่ทำงานร่วมกับระบบวาล์วแปรผัน ให้พละกำลังถึง 252 แรงม้า เข้ากันกับชุดแต่ง S Line ด้วยล้อที่มีขนาด 8Jx20 พร้อมยางขนาด 255/45 R20
สำหรับราคาจำหน่ายของ Audi Q5 2018 มือสอง นั้น เริ่มต้นที่ 2,950,000 บาท
Volvo XC60 2018 SUV ยุโรป มือสองที่ดีเยี่ยม

รถยนต์ Volvo XC60 2018
สำหรับ Volvo XC60 2018 ถือว่าเป็นอีกหนึ่ง Crossover SUV ที่เกิดขึ้นมาเพื่อบุกตลาด SUV โดยเฉพาะ และหลังจากเปิดตัวมาในปี 2006 จนมาถึงปัจจุบัน ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า Volvo XC60 กลายเป็นอีกหนึ่ง SUV ที่ครองใจสาวก SUV ได้อย่างไม่ยากเย็น โดยรุ่นที่ขึ้นแท่นเป็น SUV ที่ดีที่สุดในขณะนี้ก็คือ Volvo XC60 2018 นั่นเอง
สำหรับดีไซน์ภายนอกโดยหลักๆแล้วจะเน้นไปที่ความสวยงาม หรูหรา แต่ก็เรียบง่ายอยู่ในที เพราะรูปลักษณ์ไม่ได้มีความโฉบเฉี่ยวมากนัก แต่ก็ต้องยอมรับว่าเส้นสายของการออกแบบนั้นมีความเป็นเหลี่ยมและยังคงความสดใหม่ ทันสมัยอยู่เหมือนกัน เพราะรูปทรงก็ยังออกไปทางสปอร์ตตามความนิยมในยุโรป และยังได้เพิ่มมิติเพื่อทำให้ตัวถังมีความดุดัน พร้อมด้วยกรอบกระจกข้างที่มีไฟเลี้ยวในตัว ด้านหลังก็ยังคงเอกลักษณ์ของไฟท้ายที่เป็นแนวยาวตั้งขนาดกับเสา C แต่มีความพิเศษตรงที่ส่วนปลายล้ำเข้ามาบริเวณฝาท้าย ทำให้ดูคล้าย L-Shape

การออกแบบและดีไซน์ของ Volvo XC60 2018
ทางด้านคอนเซปต์การออกแบบภายในก็คือการย้ายปุ่มปรับและควบคุมต่างๆให้ไปปรากฏอยู่บนจอทัชสกรีน ที่มีขนาดเพียง 9 นิ้ว นอกจากจะทำให้รถเต็มไปด้วยเทคโนโลยีแล้ว ยังทำให้ดูกว้างขวางขึ้นอีกด้วย ในส่วนของการออกแบบแดชบอร์ด และแผงคอนโซลต่างๆ ก็ใช้วัสดุที่ทำจากพลาสติกกึ่งนิ่มคุณภาพสูงทั้งหมด ช่องแอร์แบบแนวตั้งขนาดใหญ่ และชิ้นตกแต่งแทรกกลางคอนโซลกับวัสดุอะลูมิเนียมแบบพิเศษ พร้อมกับเทคเจอร์ที่ให้ผิวสัมผัสที่เรียบเนียน แข็งแรง และมีระดับ หรือแม้ในส่วนของหัวเกียร์นั้น ก็ได้มีการดีไซน์ที่แปลกตาออกไป โดยจะเป็นการดีไซน์ผสมผสานระหว่างคริสตัลทำมือ Orrefors และวัสดุที่ให้ความหรูหรา โดยการใช้งานเกียร์ยังคงเป็นแบบดันขึ้น-ลง ตามสเตป พวงมาลัยแบบ 3 ก้าน R-Design เรียบๆ และมีระบบมัลติฟังก์ชั่น ควบคุมระบบ Cruise Control และระบบช่วยเหลือการขับขี่ต่างๆ ไม่รวมถึงสวิทช์สตาร์ทรถยนต์ก็มาในรูปแบบที่แตกต่างออกไปจากรถยนต์ตามตลาดทั่วไป การดีไซน์จะเป็นเอกลักษณ์โดยเฉพาะ ซึ่งเบาะรถยนต์เองก็ทำออกมาได้กระชับผู้นั่งเป็นอย่างมาก เพราะการโอบรับ และความแน่น ที่สอดคล้องกับสมรรถนะรถยนต์ได้อย่างลงตัว
โดย Volvo XC60 2018 มาพร้อมขุมพลัง Twin Engine AWD เบนซิน 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร พร้อมพ่วงด้วยเทอร์โบ-ซูเปอร์ชาร์จ-มอเตอร์ไฟฟ้า ทำให้มีกำลังแรงม้าจากเครื่องยนต์เพียวๆ ได้ที่ 320 แรงม้า ที่ 5,700 รอบต่อนาที แรงบิด 400 นิวตันเมตร ที่ 2,200-5,400 รอบต่อนาที พร้อมกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังแรงม้า 87 แรงม้า พร้อมแรงบิด 240 นิวตันเมตร ผลรวมทั้งระบบคือรถยนต์คันนี้จะมีแรงม้าที่ 407 แรงม้า พร้อมแรงบิดมหาศาลที่ 640 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยชุดเกียร์อัตโนมัติ Geartronic 8 สปีด และระบบขับเคลื่อน All-Wheel Drive
สำหรับราคาจำหน่าของ Volvo XC60 2018 มือสองนั้น เริ่มต้นที่ 2,990,000 บาท
สรุป
สำหรับ 3 อันดับ SUV ยุโรปมือสอง นั้น เป็นการจัดอันดับโดยคัดเลือกจากคำวิจารณ์และการใช้งานจริงของผู้ใช้งานจริงเป็นหลัก เนื่องด้วยในปัจจุบันตลาดรถยนต์ SUV ค่อนข้างกว้างขวางมากขึ้น คนเริ่มให้ความสนใจและเลือกซื้อ โดยเฉพาะรถยนต์มือสอง ที่นอกจากจะได้รถยนต์สมรรถนะสูงมาใช้งานแล้ว ยังสามารถประหยัดเงินในกระเป๋าได้เป็นอย่างดี ซึ่งไม่ว่าจะเป็นรุ่นใดการเลือกซื้อรถยนต์มือสองก็จะต้องอยู่ภายใต้การตัดสินใจที่ดี และตรวจสอบอย่างละเอียดก่อนทุกครั้ง


