“ออดี้ ไทยแลนด์” เป็นปลื้มยอดจอรถออดี้ 184 คัน หลังเพิ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่ายในไทยไม่กี่เดือนที่ผ่านมา สำหรับดาวเด่นในงานเป็นออดี้ TT สปอร์ตพันธุ์แรงและเอสยูวี ตระกูล Q Model อย่าง Audi Q7 ที่จัดออฟชั่นเต็ม สร้างยอดจองโดดเด่น มั่นใจจะกลับมาปลุกตลาดรถยนต์ออดี้ในประเทศไทย ให้กลับมาแข็งแกร่งมีชีวิตชีวาอีกครั้ง
นายกฤษฎา ล่ำซำ ประธานกรรมการและประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด หรือ ออดี้ ไทยแลนด์ ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์ออดี้อย่างเป็นทางการรายใหม่ในประเทศไทย เปิดเผยว่า ในงาน Bangkok International Motor Show 2017 ครั้งที่ 38 ที่จัดขึ้นในวันที่ 29 มีนาคม ถึง 9 เมษายน 2560 ณ อิมแพค เมืองทองธานี ที่ผ่านมา บูธของรถยนต์ออดี้ ได้การตอบรับและความสนใจจากผู้เข้าร่วมชมงานเป็นอย่างมาก ด้วยตัวโปรดักท์ของออดี้ที่มีหลากหลายรุ่น ตอบรับกับทุกไลฟ์สไตล์ตาม Key Success Factor ของบริษัทฯ คือเรื่อง “Product Variety” และ “Right Product, Right Price” ซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าในกลุ่มต่างๆ ได้อย่างครบถ้วน และในราคาที่เหมาะสม เริ่มตั้งแต่ระดับราคา 2 ล้านกว่าบาท ไปจนถึง 18 ล้านบาท รวมถึงรายการส่งเสริมการขายที่สร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าออดี้ ส่งผลให้รถยนต์ออดี้ ประสบความสำเร็จทางด้านยอดขายเป็นอย่างสูงในงานนี้
สำหรับในงานมอเตอร์โชว์ในปีนี้ ถือเป็นการเข้าร่วมงานครั้งแรกของบริษัทฯ หลังจากที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์ออดี้ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการจาก ออดี้ เอจี เรามีความมุ่งมั่นในการที่จะปลุกตลาดรถยนต์ออดี้ในประเทศไทย ให้กลับมาเป็นรถยนต์ระดับพรีเมี่ยมในใจคนไทยอีกครั้ง ซึ่งภายในงาน รถยนต์ออดี้ได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมงานเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะ Audi TT รถสปอร์ตคูเป้ที่ยังคงเป็นดาวเด่นของออดี้ และเป็นรถที่กลุ่มคนรักออดี้ต่างต้องการมีไว้ครอบครอง สร้างยอดจองภายในงานได้เกินความคาดหมายคือ 184 คัน รถอีกรุ่นหนึ่งที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากลูกค้า คือ SUV พี่ใหญ่สุดในตระกูล Q Model อย่าง Audi Q7 ที่จัดออฟชั่นมาเต็มรูปแบบพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ quattro อันเลื่องชื่อจาก Audi ทำให้ Q7 สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในกลุ่มครอบครัวที่มองหารถยนต์ที่สามารถให้ประสบการณ์การเดินทางที่สะดวกสบายหรูหราและมีสมรรถนะเป็นเลิศได้อย่างครบเครื่อง สร้างยอดจองที่น่าพึงพอใจให้กับทางทีมงาน Audi Thailand เป็นอย่างมาก ในส่วนของรถยนต์ Audi รุ่นอื่นๆ ที่มีมานำเสนอภายในงาน ไม่ว่าจะเป็น Q2, Q3, Q5, A4, A5 Coupe’ และ A6 ก็ต่างได้รับกระแสการตอบรับที่ดีจากลูกค้าเช่นกัน
นายกฤษฎา กล่าวต่อไปว่า สืบเนื่องจากกระแสตอบรับแบรนด์ Audi หลังจากที่ทางบริษัทฯ ได้ทำการแถลงข่าวเปิดตัวอย่างเป็นทางการ และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้าในงานมอเตอร์โชว์ ทำให้มีผู้สนใจติดต่อขอสมัครเป็นดีลเลอร์หรือตัวแทนจำหน่ายเข้ามาเป็นจำนวนมาก ทำให้ทางบริษัทฯ มีการปรับแผนที่จะเปิดสาขาและดีลเลอร์ให้เร็วขึ้นกว่ากำหนด เพื่อที่จะสามารถดูแลลูกค้า Audi ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงเพื่อให้ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างครอบคลุมและดีที่สุด โดยบริษัทฯ มีแนวทางในการขยายธุรกิจและตัวแทนจำหน่าย ดังนี้
•ภายในปี 2017 จะมี Audi full fledge outlet ทั้งหมด 3 ที่ ได้แก่ ถ.เพชรบุรีตัดใหม่, Audi Lighthouse ถ.ประดิษฐ์มนูธรรม, และอีกแห่งในฝั่งธนบุรี
•ภายในปี 2018 จะมีเปิดดีลเลอร์ Audi เพิ่มอีกอย่างน้อย 3 แห่ง ประกอบด้วย ในกรุงเทพฯ 1 แห่ง และต่างจังหวัด 2 แห่ง คือ ภาคอีสาน 1 แห่ง และ ภาคใต้ที่ จ.ภูเก็ตอีก 1 แห่ง
•ในปี 2019 จะมี Audi full fledge outlet ทั่วประเทศอย่างน้อย 10 แห่ง ครอบคลุมเพิ่มเติมพื้นที่ในภาคเหนือและภาคตะวันออก และ กรุงเทพอีก 2 แห่ง
รถยนต์ Audi ใหม่ทุกรุ่น รับประกันระยะเวลา 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน Audi Roadside Assistance ตลอดระยะเวลา 5 ปี
เปิดตัวอีวี เคาะราคา 5 ล้าน
จากแนวโน้มตลาดรถอีวีที่มาเร็ว อาวดี้ จึงได้เปิดตัวจำหน่าย Audi e-tron ยนตรกรรมเอสยูวีพรีเมียม 5 ที่นั่ง รุ่น Audi e-tron 55 quattro ในประเทศไทย ราคา 5,099,000 บาท มอเตอร์ไฟฟ้าทั้ง 2 ตัว ให้กำลังสูงสุด 266 กิโลวัตต์ หรือ 360 แรงม้า ทำความเร็วสูงสุดได้ 200 กม./ชม. รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร และรับประกันรถใหม่ 5 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร โดยเป็นรถยนต์นำเข้าและผลิตจากโรงงานของอาวดี้ในเมือง บรัสเซลล์ ประเทศเบลเยียม ประเทศไทยเปิดตัวทำตลาดรถอีวี Audi e-tron เป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

โดย Audi e-tron เป็น Full EV ที่ใช้งานได้จริง ด้วยราคาที่จับต้องได้ในตลาดรถลักชัวรี่ ก่อนเคาะราคาขายที่ 5 ล้านบาท กระแสในโลกโซเชียลคาดเดาว่าราคาน่าจะอยู่ที่ 6-7 ล้านบาท ด้วยราคาดังกล่าวหากโครงสร้างพื้นฐานประเทศไทยด้านสถานีชาร์จไฟฟ้า มีรองรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รถอีวีจะเป็นอนาคตของโลกและของประเทศไทย
วันนี้อนาคตของรถไฟฟ้ากำลังจะเกิด และอาวดี้ เป็นรถยนต์เซ็กเมนต์พรีเมียม ลักชัวรี ที่กระโดดเข้ามาทำตลาดในเวลาที่ถูกต้อง เรียกว่าไม่เร็วเกินไป ไม่ช้าเกินไป
อาวดี้ เปิดให้ลูกค้าพรีออเดอร์รถอีวี Audi e-tron 55 quattro ตั้งแต่วันนี้ คาดว่าจะส่งมอบรถได้ตั้งแต่ปลายปีนี้ถึงต้นปี 2020 โดยวางเป้าหมายยอดขายรถอีวีมีสัดส่วน 5-8% ในปี 2020
สำหรับคนที่จะซื้อรถอีวีวันนี้ คงเป็นกลุ่มที่ซื้อรถคันที่สอง และเน้นใช้งานในกรุงเทพฯ เป็นหลัก เพราะหากจะขับข้ามจังหวัดจะต้องรอโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ด้านการติดตั้งสถานีชาร์จไฟฟ้า ถ้าขยายตัวได้เร็วและระบบชาร์จไฟฟ้าต่อครั้งทำได้เร็วขึ้น จะเป็นปัจจัยผลักดันการเติบโตของรถอีวีอย่างรวดเร็ว
กฤษฎา กล่าวว่า อีกจุดเปลี่ยนสำคัญของการขับเคลื่อนรถอีวีในไทยและการผลักดันให้ประเทศไทยเป็น smart city คือการสนับสนุนนโยบายรักษาสิ่งแวดล้อมของบริษัทเอกชน ด้วยการใช้รถอีวี โดยอาวดี้และแสนสิริได้ร่วมมือกันเพื่อร่วมกันยกระดับ Green Ecosystem โดยแสนสิริเริ่มนำร่องใช้งาน Audi e-tron ภายในองค์กรและในโครงการที่อยู่อาศัย ทำให้อาวดี้สามารถนำเข้ารถอีวีมาทำตลาดในประเทศไทยได้อย่างรวดเร็ว
“หลังการเปิดตัว Audi e-tron ที่สหรัฐฯ ปีก่อน คุณอภิชาติ จูตระกูล (ประธานอำนวยการ แสนสิริ) ก็บอกทันทีว่าสนใจและต้องการใช้รถรุ่นนี้ โดยโควต้ารถ Audi e-tron ล็อตแรกจะส่งมอบให้แสนสิริทั้งหมด”
“แสนสิริ” ชู Green Mission

อภิชาติ จูตระกูล ประธานอำนวยการ บริษัทแสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “แสนสิริ” มีวิสัยทัศน์ด้าน Green Mission เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืนและตั้งเป้าสร้าง Green Ecosystem ภายใน 3 ปี
หนึ่งในเป้าหมายคือ โครงการ Smart Move แบ่งปันการใช้รถขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ส่วนกลางสำหรับลูกบ้าน (Sharing Economy) โดยเริ่มต้นจากการนำ Audi e-tron รถยนต์ไฟฟ้า 100% มาใช้ในองค์กรแสนสิริ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงดีเอ็นเอขององค์กรในด้านนี้
ในการร่วมมือเป็นพันธมิตรกับ อาวดี้ ประเทศไทย ครั้งนี้ จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง 3 ด้าน ทั้งภายในและภายนอกองค์กรแสนสิริ ประกอบด้วย
1.“เปลี่ยน” มาใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้า
ส่งเสริมให้ลูกบ้านใช้รถอีวี เพื่อสร้างโลกสีเขียว ทั้งโครงการแนวราบและแนวสูง โดยเตรียมขยายการติดตั้ง EV charger station ในโครงการใหม่บ้านเดี่ยวระดับเซ็กเมนต์ B ขึ้นไป โดยเตรียมระบบไฟ 3 เฟสรองรับการใช้งานสำหรับชาร์จไฟรถอีวี และทุกโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ที่สร้างตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นไป

2.“เปลี่ยน” มาใช้ Luxury Electric Car Sharing
โดยร่วมกับอาวดี้ ส่งเสริมให้ลูกบ้านกลุ่มระดับลักชัวรีใช้ระบบ Car Sharing ด้วยรถอีวี สำหรับส่วนกลางในโครงการไฮเอนด์ใหม่ในปีนี้ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ลูกบ้านในเมือง สำหรับการเดินทางระยะสั้น จองการใช้งานผ่าน Sansiri Home Service Application เริ่มต้นที่โครงการ เดอะ โมนูเม้นท์ ทองหล่อ
3.เปลี่ยนรถยนต์ที่ใช้งานภายในองค์กรเป็นระบบไฟฟ้า
แสนสิริ เป็นองค์กรแรกในเอเชียในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ ที่นำรถอีวี Audi e-tron มาใช้ภายในองค์กร โดยจะเปลี่ยนรถยนต์ผู้บริหารระดับสูง 20 คัน เป็นรถไฟฟ้า 100% ของอาวดี้ และขยายสู่การใช้งานในส่วนอื่นๆ ขององค์กรต่อไป เพื่อสร้าง Green Ecosystem


