
บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ปลุกตลาดซิทีคาร์ ประกาศกลับมาทวงแชมพ์ตลาดรถยนต์นั่งขนาดเล็กอีกครั้ง แนะนำ New Mazda2 2021 Collection (มาซดา 2 2021 คอลเลคชัน ใหม่) ยกระดับความคุ้มค่ากับออพชันที่เกินราคา อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำ ขับสนุก และปลอดภัยยิ่งขึ้น ดีไซจ์นเรียบหรู สง่างามดุจงานศิลปะชิ้นเอก ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ได้อย่างลงตัว วางราคาขายเริ่มต้นเพียง 546,000 บาท อัดโปรโมชันสุดพิเศษ ดอกเบี้ย 0 %1 พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 Mazda Premium Insurance 1 ปี2 ส่งผลให้ Mazda2 กลายเป็นรถยนต์ที่คุ้มค่า คุ้มราคามากที่สุดในตลาด พร้อมให้ลูกค้าสัมผัสได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูม Mazda (มาซดา) ทั่วประเทศ ชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า Mazda2 เป็นรถยนต์รุ่นที่ขายดีที่สุดของ Mazda ทำตลาดครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อปี 2009 มียอดขายสะสมกว่า 95,000 คัน ตามมาด้วยเจเนอเรชันที่ 2 มาพร้อมเทคโนโลยีสกายแอคทีฟในปี 2015 ขายสะสมสูงถึง 160,000 คัน และการปรับโฉมครั้งล่าสุดที่เปิดตัวไปเมื่อเดือนพฤศจิกายนปี 2019 ที่ผ่านมา มียอดขายสะสมแล้ว 25,000 คัน ด้วยความเอาใจใส่คัดสรรด้วยวัสดุคุณภาพ และสมรรถนะการใช้งานที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างลงตัว จึงทำให้รถ Mazda2 ประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้นจนผลักดันให้ Mazda ก้าวขึ้นสู่อันดับหนึ่งในตลาดรถยนต์นั่งขนาดเล็กรวมอีโคคาร์ และ B-Segment ติดต่อกันนานถึง 3 ปี ระหว่างปี 2017-2019 เป็นรุ่นเรือธงยอดนิยมที่อยู่ในการครอบครองของลูกค้าในประเทศไทยกว่า 280,000 คัน การเปิดตัวแนะนำ New Mazda2 2021 Collection ในวันนี้ นับว่าเป็นเจเนอเรชันใหม่ล่าสุดของ Mazda2 ในประเทศไทย ที่จะกลับมาสร้างประวัติศาสตร์เพื่อก้าวสู่เบอร์หนึ่งในตลาดได้อีกครั้ง Mazda ปรารถนาที่จะให้ลูกค้าทุกคนได้เข้าถึงเทคโนโลยี ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปตามแต่ละยุคสมัย และทำให้ช่วงเวลาในการขับขี่บนท้องถนนเต็มไปด้วยความสนุกสนานมากยิ่งขึ้น ผ่านการครอบครองยานพาหนะที่คุ้มค่า และตอบโจทย์การใช้งานอย่างแท้จริง เราจึงมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ดียิ่งขึ้นอยู่เสมอ รวมถึงรถ Mazda2 ด้วยเช่นกัน แม้ว่ารถรุ่นนี้จะได้รับการยอมรับในเรื่องการขับขี่ที่สนุกและใช้งานที่ง่ายอยู่แล้ว แต่ Mazda ก็ยังคงต้องการส่งมอบความคุ้มค่าที่เพิ่มขึ้น เพื่อให้ลูกค้าของเรามีความสุข และเกิดความพึงพอใจมากยิ่งขึ้นไปอีกระดับ และเราหวังว่า New Mazda2 2021 Collection จะเข้ามาเป็นส่วนสำคัญกับเป้าหมายความสำเร็จ ทั้งในด้านการตอบโจทย์วัตถุประสงค์การใช้งานของลูกค้า และช่วยให้ทุกช่วงเวลาบนท้องถนนเต็มไปด้วยความสนุกสนานยิ่งขึ้น ซึ่งMazda ได้ตั้งเป้าจำหน่ายไว้ที่ 30,000 คัน ธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารฝ่ายการตลาดและรัฐกิจสัมพันธ์ กล่าวเกี่ยวกับกลยุทธ์ทางการตลาดว่า กลุ่มเป้าหมายของ New Mazda2 2021 Collection ยังคงเน้นไปยังกลุ่มคนรุ่นใหม่ นิสิตนักศึกษา และกลุ่มวัยเริ่มทำงาน ที่มีไลฟ์สไตล์แอคทีฟ ให้ความใส่ใจในเรื่องของเทคโนโลยี และชื่นชอบสไตล์การขับขี่ที่สนุกสนาน โดยเราจะสื่อสารถึงเอกลักษณ์ของรถที่มีความสปอร์ทพรีเมียม ให้ความคุ้มค่าในอีกระดับ มีราคาที่เป็นมิตร ให้การขับขี่ที่สนุกสนาน และความปลอดภัยมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม พร้อมสื่อสารจุดเด่นด้านภาพลักษณ์สปอร์ท ด้านการใช้งานที่ตอบโจทย์อย่างครอบคลุมในทุกมิติ อาทิ ด้านเทคโนโลยีความสะดวกสบาย และความปลอดภัยสุดล้ำ ด้านสมรรถนะของเครื่องยนต์ที่ทั้งแรง และประหยัดน้ำมัน ด้านการออกแบบที่ประณีตสง่างาม โดยเฉพาะการคัดสรรวัสดุเกรดพรีเมียม ซึ่งการเปิดตัวรถรุ่นนี้เสมือนเป็นการสร้างความสดใหม่ให้กับ Mazda2 รวมถึงกระตุ้นตลาดรถซิทีคาร์ให้เกิดความคึกคัก New Mazda2 2021 Collection ยังคงเป็นรถยนต์นั่งขนาดเล็กที่ถ่ายทอดความโดดเด่นในเรื่องการออกแบบตามแนวคิด Kodo Design ที่เรียบง่าย แต่งดงาม ทั้งภายนอก และภายในที่แสดงถึงความพิถีพิถันในทุกรายละเอียด คัดสรรด้วยวัสดุคุณภาพที่ดีที่สุด ให้ความรู้สึกหรูหรา โดดเด่น ไม่เพียงเท่านี้ ทุกองค์ประกอบภายในห้องโดยสาร ยังได้รับการออกแบบ และจัดวางอย่างเหมาะสมกับการใช้งานของมนุษย์เป็นหลัก ตามคอนเซพท์ HMI (Human Machine Interface) ช่วยให้ผู้ขับรู้สึกถึงความเป็นหนึ่งเดียวกันกับรถ ได้แก่ หน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ Active Driving Display และ Center Commander ที่ถูกจัดวางอยู่ในตำแหน่งที่ลงตัว รวมถึงการติดต่อสื่อสารอย่างไร้ขีดจำกัดกับ Mazda Connect ที่รองรับทั้ง Apple Car Play® และ Android Auto™ เชื่อมต่อแอพพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน โดยแสดงข้อมูลผ่านหน้าจอสี Center Display แบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว รวมถึงระบบ Infotainment ที่มีให้เลือกมากมายพร้อมให้ความเพลิดเพลินไปตลอดการเดินทาง เพื่อให้รถรุ่นนี้มีความคุ้มค่ายิ่งขึ้น New Mazda2 2021 Collection มาพร้อมระบบความปลอดภัยสุดล้ำ I-Activsense ที่เหนือระดับ อาทิ ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (ABSM), ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTA) และระบบเซนเซอร์กะระยะด้านหน้าหลัง ระบบป้องกันล้อลอค (4W-ABS) พร้อมระบบกระจายแรงเบรค (EBD) และระบบช่วยเตือนเมื่อผู้ขับเบรค (BA), ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี และควบคุมการลื่นไหล TCS, ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวของรถ DSC, ระบบสัญญาณไฟฉุกเฉินเตือนอัตโนมัติ เมื่อเบรคกะทันหัน (ESS), ระบบแสดงภาพ 360° รอบทิศทาง, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า และระบบควบคุมการขับขี่อัจฉริยะขั้นสูง หรือ GVC Plus ช่วยให้รถมีเสถียรภาพ และผู้ขับควบคุมรถได้ง่าย และแม่นยำมากขึ้น นอกจากนี้ ยังมาพร้อมระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย (Sport Paddle Shift) และกล้องมองหลัง รวมถึงระบบช่วยประหยัดน้ำมัน I-Stop และประหยัดพลังงาน I-Eloop เพิ่มการขับขี่ไร้กังวลที่ทั้งประหยัด และปลอดภัย *อุปกรณ์มาตรฐานเพิ่มเติมขึ้นอยู่กับแต่ละรุ่น รถรุ่นนี้มาพร้อม 2 พลังขับเคลื่อน กับเครื่องยนต์สกายแอคทีฟคลีนดีเซล 1.5 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุด 105 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 25.5 กก.-ม. (250 นิวตัน-เมตร) ผสานการทำงานกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ พร้อมแมนวลโหมด Active Matic ให้การตอบสนองที่ดีเยี่ยม ประหยัดน้ำมันสูงสุด 26.3 กม./ลิตร* และเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน 1.3 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุด 93 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 12.5 กก.-ม. (123 นิวตัน-เมตร) ประหยัดน้ำมันสูงสุด 23.3 กม./ลิตร* ซึ่งทั้ง 2 เครื่องยนต์ได้รับมาตรฐานไอเสียยูโรระดับ 5 *ผลการทดสอบตามมาตรฐานยุโรป UN R101 Combine Mode สีภายนอกมีให้เลือกทั้งหมด 8 สี ประกอบด้วย สีแดง โซล เรด คริสตัล (Soul Red Crystal), สีเทา แมชชีน กเรย์ (Machine Gray), สีเทา โพลีเมทัล กเรย์ (Polymetal Gray), สีขาว สโนว์ฟเลก ไวท์ เพิร์ล (Snowflake White Pearl), สีน้ำตาล ไททาเนียม ฟแลช (Titanium Flash), สีดำ เจท บแลค (Jet Black), สีขาว เซรามิค เมทัลลิค (Ceramic Metallic), สีเงิน โซนิค ซิลเวอร์ (Sonic Silver) ราคาจำหน่าย New Mazda2 2021 Collection ทั้งรุ่นซีดาน และแฮทช์แบค 5 ประตู ราคาจำหน่ายเท่ากัน
- รุ่น 3 E (3 อี)/1.3 E Sports (1.3 อี สปอร์ทส์) 546,000 บาท
- รุ่น 3 C (3 ซ๊)/1.3 C Sports (1.3 ซี สปอร์ทส์) 596,000 บาท
- รุ่น 3 S (3 เอส)/1.3 S Sports (1.3 เอส สปอร์ทส์) 627,000 บาท
- รุ่น 3 S Leather (3 เอส ลีเธอร์)/1.3 Sports Leather (1.3 สปอร์ทส์ ลีเธอร์) 648,000 บาท
- รุ่น 3 SP (3 เอสพี)/1.3 SP Sports (1.3 เอสพี สปอร์ทส์) 690,000 บาท
- รุ่น XD (เอกซ์ดี)/XD Sports (เอกซ์ดี สปอร์ทส์) 782,000 บาท
- รุ่น XDL (เอกซ์ดีแอล)/XDL Sports (เอกซ์ดีแอล สปอร์ทส์) 799,000 บาท
ลูกค้าที่สนใจสามารถทดลองขับ และจอง New Mazda2 2021 Collection ได้ที่โชว์รูม Mazda ทั่วประเทศ พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษดอกเบี้ย 0 %1 ฟรีประกันภัยชั้น 1 Mazda Premium Insurance 1 ปี2 ยอดขายสะสม Mazda2 ทุกรุ่นในประเทศไทย รวม 280,000 คัน
| รุ่น | ยอดขายสะสม |
| All-New Mazda2 รุ่นปี 2009 เปิดตัวเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2552 | 95,000 คัน |
| All-New Mazda2 รุ่นปี 2015 เปิดตัวเมื่อเดือนมกราคม 2558 | 160,000 คัน |
| New Mazda2 รุ่นปี 2019 เปิดตัวเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2562 | 25,000 คัน |
หมายเหตุ : 1 ดาวน์ 25 %, ผ่อนนาน 48 เดือน เฉพาะ 1.3 C, 1.3 C Sports ราคา 596,000 บาท 2 บริษัทประกันภัยที่ร่วมโครงการ ได้แก่ (1) บมจ. วิริยะประกันภัย (2) บมจ. ธนชาตประกันภัย (3) บมจ. ประกันภัยไทยวิวัฒน์ เงื่อนไขเพิ่มเติม :
- เงื่อนไขการพิจารณาสินเชื่อเป็นไปตามข้อกำหนดของ บมจ. ธนาคารทิสโก้ และ บมจ. ธนาคารธนชาต เท่านั้น
- ข้อเสนอดังกล่าวสำหรับผู้เช่าซื้อที่ผ่านการอนุมัติตามเงื่อนไขของ บมจ.ธนาคารทิสโก้ และ บมจ.ธนาคารธนชาต
ที่จองซื้อ และออกรถตั้งแต่วันที่ 4-28 กุมภาพันธ์ 2564 เท่านั้น

ตลาดรถอเนกประสงค์เริ่มคึกคักเมื่อ Mazda เสริมทัพป่วนตลาดลุยเจาะฐานลูกค้ารถครอบครัวขนาดใหญ่ ทั้งกลุ่มเอสยูวี และปิกอัพดัดแปลง เปิดตัวแนะนำ NEW MAZDA CX-8 รถอเนกประสงค์เอสยูวีระดับพรีเมี่ยม แบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง และ 6 ที่นั่ง

พัฒนาขึ้นบนพื้นฐานของรถยนต์นั่งอย่างแท้จริง มาพร้อมแนวคิด “The Precious Moment for All” ทุกช่วงเวลา…มีคุณค่าไม่สิ้นสุด มอบความสะดวกสบาย และตอบโจทย์ความต้องการของทุกคนในครอบครัว พร้อมเพิ่มทางเลือกใหม่ที่หลากหลายยิ่งขึ้นกับรุ่นเครื่องยนต์เบนซินแบบ 6 ที่นั่ง Exclusive เบาะนั่งแบบ Captain Seat ทุกรุ่นมาพร้อม หน้าจอ Center Display แบบทัชสกรีนใหม่ ขนาด 8 นิ้ว ประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า และ เพิ่มเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยให้ครบยิ่งขึ้นกว่าเดิม

คุณชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การเปิดตัวรถอเนกประสงค์เอสยูวีสุดหรู CX-8 ในครั้งนี้ เป็นรุ่นที่สองต่อจาก CX-5 ภายใต้กลยุทธ์ทางด้านผลิตภัณฑ์ของมาสด้าที่ต้องการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในช่วงปลายปี ภายหลังจากสถานการณ์โควิด-19 เริ่มมีแนวโน้มที่ดีขึ้น ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาของปี 2564
ตลาดรถอเนกประสงค์ในกลุ่ม D-SUV แบบ 7 ที่นั่ง รวมกับรถกระบะดัดแปลง หรือรถประเภท PPV มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมียอดขายสะสมตั้งแต่เดือนมกราคม-กันยายน 2564 จำนวน 36,811 คัน เติบโตถึง 28% จากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2563 ที่มีจำนวน 28,857 คัน แสดงให้เห็นว่าตลาดในกลุ่มนี้ยังคงได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในประเทศไทย และมีศักยภาพที่จะเติบโตต่อไปได้ในอนาคต แต่ตัวเลือกในตลาดยังคงมีอยู่อย่างจำกัด ดังนั้นการปรับกลยุทธ์ CX-8 ในครั้งนี้ จะเรียกความสนใจจากลูกค้าที่กำลังมองหารถอเนกประสงค์แบบครอบครัว ที่พัฒนาขึ้นจากโครงสร้างรถยนต์นั่ง และส่งมอบความสะดวกสบายให้กับผู้โดยสารทุกคนในครอบครัว
การเปิดตัวในครั้งนี้ ได้รับการยกระดับให้โดดเด่นและครบครันยิ่งขึ้น พร้อมนำเสนอทางเลือกที่หลากหลายถึง 5 รุ่นย่อย ด้วย ที่นั่งทั้งแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง และแบบ 3 แถว 6 ที่นั่ง ทั้งในรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน และดีเซล เพื่อให้ตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าที่กำลังมองหารถอเนกประสงค์เอสยูวี มีห้องโดยสารสะดวกสบาย ตอบโจทย์ทั้งการโดยสารและการขนสัมภาระ ให้ทัศนวิสัยในการขับขี่ที่ดี มีสมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยม และครบครันในเรื่องเทคโนโลยีความสะดวกสบายและความปลอดภัย

Mazda CX-8 เป็นรถอเนกประสงค์ SUV ขนาดใหญ่ที่ถูกพัฒนาขึ้นจากโครงสร้างของรถยนต์นั่ง โดยไม่ได้มีโครงสร้างพื้นฐานมาจากรถกระบะเช่นเดียวกับ PPV จึงทำให้การขับขี่มีความนุ่มนวลมากกว่า หรือเทียบเท่ากับรถยนต์นั่ง แต่ยังคงมีความอเนกประสงค์ด้านการใช้งานตามที่ลูกค้ามองหา ซึ่งเชื่อว่ารถรุ่นนี้จะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี และส่งมอบความสุขให้กับสมาชิกทุกคนในครอบครัวได้อย่างลงตัวในทุกการเดินทาง พร้อมเติมเต็มการใช้ชีวิตให้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น


การปรับในครั้งนี้ เพื่อให้ Mazda CX-8 มีความครบครันตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของลูกค้ามากยิ่งขึ้นจึงมาพร้อมทางเลือกใหม่ที่ลูกค้าเรียกร้อง โดยเพิ่มเติมมาในรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 2.5 SP Exclusive แบบ 6 ที่นั่ง โดยมาพร้อมที่นั่งแถวที่สองแบบ Captain Seat แยกอิสระซ้าย-ขวา สามารถปรับเอน และเลื่อนหน้า-หลังได้ พร้อมคอนโซลกลาง ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกช่วงเวลาอันมีค่าของครอบครัว มีพื้นที่ห้องโดยสารกว้างขวางนั่งสบาย มอบความสบายแบบพรีเมี่ยมที่แตกต่างอย่างเหนือชั้น

นอกจากนี้ในทุกรุ่นย่อยยังได้รับการยกระดับความคุ้มค่า ด้วยการเสริมเทคโนโลยีด้านความสะดวกสบายและความปลอดภัยให้ครบครัน อาทิ หน้าจอสี Center Display แบบทัชสกรีน ขนาด 8 นิ้ว พร้อมปุ่มควบคุมอัจฉริยะ Center Commander ไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่เวลากลางวัน แบบ LED Signature ไฟท้ายแบบ LED Signature ระบบปรับองศาไฟหน้าตามการเลี้ยวของรถ AFS และเซ็นเซอร์กะระยะด้านหน้า 4 จุด และด้านหลัง 4 จุด เป็นต้น

สำหรับห้องโดยสารแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง ยังคงมาพร้อมเอกลักษณ์ที่โดดเด่น ด้วยเบาะที่นั่งแถวสองแบบ 3 ที่นั่ง กว้างขวาง สะดวกสบายในทุกอิริยาบถ และสามารถขึ้น-ลงรถได้สะดวก พร้อมตอบรับทุกรูปแบบของการใช้ชีวิต ด้วยความจุของห้องเก็บสัมภาระด้านหลังที่สามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่เก็บสัมภาระ ให้เหมาะสมกับการใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ เมื่อพับเบาะแถวที่สองและสาม เพื่อส่งมอบประสบการณ์ดีๆ และความเพลิดเพลินของทุกคนในครอบครัวได้อย่างลงตัวไปตลอดการเดินทาง


การออกแบบภายนอก และภายใน ยังคงพิถีพิถันในทุกรายละเอียดดุจงานศิลปะชิ้นเอก ภายใต้แนวคิด Kodo: Soul of Motion ถ่ายทอดความงามที่อยู่เหนือกาลเวลา มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว หรูหรา ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Less is More” ที่เน้นความเรียบง่ายแต่งดงาม

ห้องโดยสารตกแต่งด้วยโทนสีเข้ม ใช้วัสดุแบบ Real Wood และตกแต่งด้วยสีเงินซาตินโครม ผสานกับเบาะหนัง Nappa สีแดง Deep Red รองรับการเชื่อมต่อกับแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนผ่านระบบ Mazda Connect ที่มาพร้อม Apple CarPlay และ Android Auto โดยแสดงข้อมูลผ่านหน้าจอสี Center Display แบบทัชสกรีนใหม่ ขนาด 8 นิ้ว ควบคุมด้วยปุ่มควบคุมอัจฉริยะ Center Commander ที่หรูหราและสะดวกสบายต่อการใช้งาน พร้อมเพิ่มความสุนทรีย์ภายในห้องโดยสารด้วยระบบเสียงคุณภาพ Bose รอบทิศทาง พร้อมลำโพง 10 ตำแหน่ง

Mazda CX-8 มีให้เลือก 2 เครื่องยนต์ ประกอบด้วย
เครื่องยนต์ SKYACTIV-G เบนซินขนาด 2.5 ลิตร มีใน 3 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น 2.5 S (แบบ 7 ที่นั่ง) รุ่น 2.5 SP (แบบ 7 ที่นั่ง) และรุ่น 2.5 SP Exclusive (แบบ 6 ที่นั่ง) มาพร้อมระบบวาล์วแปรผันคู่อัจฉริยะ Dual S-VT ที่ถูกพัฒนาให้สามารถตอบสนองอัตราเร่งได้อย่างดีเยี่ยม ให้พละกำลังสูงถึง 194 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 258 นิวตัน-เมตร ประหยัดน้ำมันถึง 13.2 กิโลเมตร/ลิตร และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
เครื่องยนต์ SKYACTIV-D คลีนดีเซล ขนาด 2.2 ลิตร ในรุ่น XDL (แบบ 7 ที่นั่ง) และ XDL Exclusive (แบบ 6 ที่นั่ง) มาพร้อมระบบวาร์ลไอเสียแปรผันอัจฉริยะ VVT และระบบเทอร์โบแปรผัน 2 ขั้น ที่ได้รับการพัฒนาให้ตอบสนองรวดเร็วและแม่นยำยิ่งกว่าเดิมในทุกรอบความเร็ว
และในรุ่น XDL Exclusive ยังมาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัตโนมัติ i-ACTIV AWD ที่ช่วยปรับระบบการขับขี่ให้เหมาะสมกับสภาพถนน แรงม้าสูงสุด 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร ประหยัดน้ำมันสูงถึง 17.5 กิโลเมตร/ลิตร และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

อัดแน่นไปด้วยระบบความปลอดภัยระดับโลกกับ i-Activsense ประกอบด้วย
- ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (Lane-keep Assist System)
- ระบบเตือนเมื่อผู้ขับขี่เหนื่อยล้าขณะขับขี่ (Driver Attention Alert)
- ระบบเตือนเมื่อมีรถเบี่ยงออกนอกเลน (Lane Departure Warning System)
- ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Mazda Radar Cruise Control)
- ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาในขณะถอยหลัง (Rear Cross Traffic)
- ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Advanced Blind Spot Monitoring)
- ระบบเตือนการชนด้านหน้าและช่วยเบรกอัตโนมัติ (Smart Brake Support)
- ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติแบบ Advance (Advanced SCBS)
- ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติขณะถอยหลัง (Smart City Brake Support-Reverse)
- ระบบไฟหน้า LED อัจฉริยะ (Adaptive LED Headlamps)
- ระบบแสดงภาพ 360 องศา รอบทิศทาง (360o View Monitor)
- อีกทั้งยังปกป้องทันทีจากอุบัติเหตุด้วยถุงลมนิรภัยคู่หน้า ด้านข้าง และม่านถุงลมนิรภัยรวม 6 ตำแหน่ง เพื่อมอบความปลอดภัยสูงสุด

ราคาจำหน่าย Mazda CX-8 ดังนี้

มีให้เลือกทั้งหมด 6 สี ได้แก่
- สีแดง โซล เรด คริสตัล (Soul Red Crystal)
- สีเทา แมชชีน เกรย์ (Machine Gray)
- สีดำ เจ็ท แบล็ก (Jet Black)
- สีเงิน โซนิค ซิลเวอร์ (Sonic Silver)
- สีขาว สโนว์เฟลก ไวท์ เพิร์ล (Snowflake White Pearl)
- สีน้ำเงิน ดีพ คริสตัล บลู (Deep Crystal Blue)

