หน้าแรก- ยานยนต์
มาสด้า พร้อมรบ ปี 65 เปิดตัว มาสด้า 2 โมเดลปี 2022
By สินธุ์ชัย ภมรพล10 ม.ค. 2022 เวลา 12:43 น.

Mazda 2 รุ่นปัจจุบัน เปิดตัวครั้งแรกในโลก ณ งาน Geneva Motor Show 2014 ถือเป็นรถยนต์ Mazda รุ่นหนึ่งที่ขายดีและมีอายุตลาดยืนยาวมาก ใครก็ตามที่เฝ้ารอที่จะได้เห็นการมาถึงของ Mazda 2 รุ่นเปลี่ยนโฉม Full Modelchange อาจจะต้องผิดหวัง เมื่อล่าสุดมีภาพหลุดของ Mazda 2 รุ่นปรับโฉม Minorchange 2023 ที่เตรียมเผยโฉมในประเทศญี่ปุ่น ในวันที่ 27 มกราคม 2023 อีกทั้งยังมีแผนเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยช่วงกลางปี 2023 นี้ด้วยเช่นกัน
ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดในขึ้น Mazda 2 Minorchange 2023 ส่วนใหญ่จะอยู่ที่บริเวณด้านหน้ารถ กระจังหน้ายังมีรูปทรงเหมือนกันกับรุ่นเดิม แต่มีการปรับรายละเอียดภายใหม่ รุ่น Sport จะมาพรร้อมกระจังหน้าสีดำ ลายตารางหมากรุ มีความสปอร์ตดุดัน เสริมด้วยล้ออัลลอยสีทูโทนลายใหม่ ขนาด 16 นิ้ว ในขณะที่รุ่น Sunlit Citrus ซึ่งจะดูเน้นไปทางน่ารักตะมุตะมิ จะมาพร้อมกระจังหน้าดีไซน์เรียบๆ เสริมด้วยวัสดุสีเดียวกับตัวรถ พร้อมกับภายในห้องโดยสารที่มีการตกแต่งด้วยสีทองดังชื่อ Sunlit (แสงแดด)
Mazda 2 Minorchange เวอร์ชั่นญี่ปุ่น จะยังคงมีเครื่องยนต์ให้เลือก 2 รูปแบบ ได้แก่
เบนซิน 1.3 Skyactiv-G
เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 1,496 ซีซี กระบอกสูบ x ระยะช่วงชัก : 74.5 x 85.8 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด เพิ่มจาก 12.0 เป็น 14.0 : 1 กำลังสูงสุด 110 แรงม้า (PS) ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด เพิ่มจาก 141 เป็น 142 นิวตันเมตร ที่ 3,500 รอบ/นาที จับคู่เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ ขับเคลื่อนล้อหน้า หรือ ขับเคลื่อนสี่ล้อ
ดีเซล 1.5 Skyactiv-D
เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ ขนาด 1,498 ซีซี กระบอกสูบ x ระยะช่วงชัก : 76.0 x 82.6 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 14.8 : 1 พ่วงระบบอัดอากาศ Turbocharged กำลังสูงสุด 105 แรงม้า (PS) ที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร ที่ 1,500 – 2,500 รอบ/นาที จับคู่กับ เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ ส่งกำลังผ่านระบบขับเคลื่อนล้อคู่หน้า หรือ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ
ส่วน Mazda 2 Minorchange เวอร์ชั่นไทย ก็จะยังคงมาพร้อมกับเครื่องยนต์แบบเดิม ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน ดังนี้
เบนซิน 1.3 Skyactiv-G
เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ แถวเรียง 16 วาล์ว ขนาด 1.3 ลิตร 1,299 ซีซี. กระบอกสูบ x ระยะช่วงชัก : 71.0 x 82.0 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 12.0 : 1 กำลังสูงสุด 93 แรงม้า ที่ 5,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 123 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ รองรับน้ำมันสูงสุด E20 ขับเคลื่อนล้อหน้า
ดีเซล 1.5 Skyactiv-D
เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ แถวเรียง 16 วาล์ว ขนาด 1.5 ลิตร 1,499 ซีซี กระบอกสูบ x ระยะช่วงชัก : 76.0 x 82.5 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 14.8 : 1 พ่วงระบบอัดอากาศ Turbocharged กำลังสูงสุด 105 แรงม้า ที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร ที่ 1,500 – 2,500 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ ขับเคลื่อนล้อหน้า
อย่างที่ได้ระบุเอาไว้ในย่อหน้าแรก Mazda 2 Minorchange เวอร์ชั่นญี่ปุ่น คาดว่าจะเปิดตัวในวันที่ 27 มกราคม 2023 นี้ ในขณะที่ประเทศไทย จะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงกลางปี 2023 ต้องมารอติดตามต่อไปว่ารายละเอียดความเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นทางการ ตลอดจนราคาจำหน่ายจะอยู่ที่เท่าไหร่ หากมีข้อมูลเพิ่มเติม ทีมงาน Headightmag.com จะนำมาแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

รุ่นที่เรานำมาทดสอบกันในวันนี้ เน้นประหยัดน้ำมันก็ต้อง Mazda 2 ดีเซล ตัวเลขจากโรงงาน 26.3 กิโลเมตรต่อลิตร ต้องมาดูกันว่าสามารถทำได้ดีเพียงใด
เครื่องยนต์ดีเซล 1.5 Skyactiv-D

เครื่องยนต์ดีเซล Skyactiv-D 4 สูบ แถวเรียง 16 วาล์ว ขนาด 1.5 ลิตร 1,499 ซีซี. พ่วงเทอร์โบ กระบอกสูบ x ระยะช่วงชัก : 76.0 x 82.5 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 14.8 : 1 กำลังสูงสุด 105 แรงม้า ที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร ที่ 1,500 – 2,500 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ ขับเคลื่อนล้อหน้า ให้อัตราการประหยัดน้ำมันถึง 26.3 กิโลเมตรต่อลิตร

จุดเด่นอีกอย่างกับมาสด้า 2 นอกจากนี้คือ ระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะขั้นสูง หรือ G-Vectoring Control Plus (GVC Plus) เทคโนโลยีเฉพาะของมาสด้าที่ช่วยควบคุมสมรรถนะการขับขี่ให้แม่นยำและสมดุล เพิ่มความสะดวกสบายและความปลอดภัยให้ผู้โดยสารทุกตำแหน่ง มาพร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่ให้ทั้งความสะดวกสบายในการใช้งานที่เหนือกว่ารถในระดับเดียวกัน
การทดสอบ Mazda 2 XDL Sports
การทดสอบในครั้งนี้ทีมงานได้วิ่งทดสอบเดินทางไปพัทยา เพื่อให้เห็นการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน ไม่ได้เน้นหาอัตราการประหยัดน้ำมัน ข้อดีของเครื่องยนต์ดีเซล มีแรงบิดมหาศาล แต่ก็มีอาการรอรอบในช่วงต้น ทำให้ความเร็วในช่วงต้นอาจจะหายๆไปหน่อย แต่พอลอยตัวแล้วมาไม่หยุด

ใช้งานในเมือง มาสด้า 2 เป็นรถเล็กคล่องตัวไม่ต้องห่วงเรื่องขนาด แต่ถ้าคุณมีสัมภาระเยอะอาจจะต้องคิดมากขึ้นเพราะขนาดด้านท้ายค่อนข้างเล็กเสียเปรียบคู่แข่งในตลาด แต่ถ้าคุณเดินทางคนเดียวบ่อยครั้งไม่เน้นเพื่อนก็สบายๆ มาสด้า 2 ใหม่รุ่นท๊อป ดีเซล ออฟชั่นแบบจัดเต็ม เหนื่อคู่แข่งอีกเช่นกัน เบาะไฟฟ้า ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน ABSM Wireless Charger หน้าจอแสดงผลการขับขี่บนกระจกบังลมหน้า Head-up Display ที่คู่แข่งไม่มี



จุดเด่นที่ทำให้มาสด้าขับขี่ได้อย่างสนุกคือช่วงล่างที่ให้การเกาะถนนที่ดี และด้วยระบบ G-Vectoring Control Plus (GVC Plus) ที่จะแสดงผลในเวลาวิ่งทางไกลหรือใช้ความเร็วสูงแสดงออกมาชัดเจนมาก เข้าโค้งได้อย่างแม่นยำตัวรถโค้งน้อยมากถ้าเทียบกันกับรถในกลุ่มเดียวกัน แต่ก็ต้องแลกมากับช่วงล่างที่่แข็งถ้าคุณไม่ชินก็จะไม่ชอบแต่ถ้าสำหรับผู้ที่ชอบขับขี่ด้วยความเร็วจะถูกใจสิ่งนี้

เดินทางไกลถึงพัทยา ด้วยพละกำลังเครื่องดีเซล 1.5 Turbo แบบสบายๆ แรงบิดขนาด 250 นิวตันเมตร เร่งแซงแบบไม่ต้องลุ้น และเมื่อเราเดินทางไกลกด Cruise Control ตั้งความเร็ว 110 กิโเมตรต่อชัวโมง แบบสบายๆ ไปและกลับในวันเดียว แน่นอนช่วงล่างที่ดีทำให้ขับไปอย่างสบาย ให้อารมณ์เหมือนขับรถขนาดใหญ่

สุดท้ายกับอัตราการประหยัดน้ำมัน ไปกลับไม่ถึงครึ่งถัง กรุงเทพฯ-พัทยาแบบสบายๆ เหลือน้ำมันเอาไว้วิ่งในเมืองได้อีกครึ่งถัง (วิ่งแบบปกติไม่เน้นประหยัด) ต้องยอมรับเลยว่าประหยัดสุดแบบหน้าประทับใจ พร้อมมอบอัตราเร่งแบบทันใจทุกครั้งเมื่อต้องการ
ซื้อรถ Mazda มือสอง มั่นใจ ได้มาตรฐาน ต้อง CARSOME

สรุป Mazda 2 XDL Sports
ยอมรับเลยว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่เหมาะกับยุคน้ำมันแพงมากจริงๆ ขับแบบลืมเรืองการเติมน้ำมัน แถมด้วยน้ำมันดีเซล บ้านเรานั้นได้รับการสนับสนุนจากรัฐ ดังนั้น ก็จะอยู่ที่ประมาณ 30 กว่าบาท ซึ่งท่าเทียบกับเบนซิน เรียกว่าทะลุโลกไปแล้ว
เรื่องออฟชั่นก็ต้องยอมรับว่ามาสด้า 2 ใส่เต็มมาก ถ้าเทียบกับคู่แข่งในตลาดนั้นเรียกว่าเหนือกว่าทุกค่ายก็ว่าได้ แต่ในเมื่อดีทุกอย่างก็ต้องแลกกับค่าตัวที่สูงด้วยเช่นกัน น่าเสียดายที่ มาสด้าวางตำแหน่งเครื่องดีเซลแพงสุด ถ้ามีรุ่นที่ตัดออฟชั่นต่างๆออกและทำราคาให้ถูกกว่านี้คงจะดี
มาสด้า 2 ดีเซล เหมาะกับใคร คนโสด หรือ มีคู่กันแค่ 2 คน ถ้าเดินทางเยอะคงไม่เหมาะด้วยขนาดที่อาจจะทำให้รู้สึกอึดอัดกับผู้ร่วมทาง เครื่องดีเซลเหมาะกับการเดินทางไกลยิ่งความเร็วคงที่ยิ่งประหยัดวิ่งนิ่งๆทำตัวเลยได้ถึง 25 km/L กันเลย ขึ้นเขากำลังเหลือๆ




Mazda 2 ราคา แต่ละรุ่น
ราคาจำหน่าย New Mazda 2 ทั้งรุ่นซีดาน 4 ประตู และรุ่นแฮทช์แบค 5 ประตู ราคาจำหน่ายเท่ากัน
Mazda 2 รุ่น 1.3 E/1.3 E Sports ราคา 546,000 บาท
Mazda 2 รุ่น 1.3 C/ 1.3 C Sports ราคา 599,000 บาท
Mazda 2 รุ่น 1.3 S Leather/1.3 Sports Leather ราคา 659,000 บาท
Mazda 2 รุ่น 1.3 SP/1.3 SP Sports ราคา 690,000 บาท
Mazda 2 รุ่น XDL Sports ราคา 799,000 บาท
มาสด้า2 ใหม่ มีสีภายนอกให้เลือกถึง 8 สี โดยเฉพาะการแนะนำสีภายนอกใหม่เพิ่มเติม ได่แก่ สีบรอนซ์ แพลตทินั่ม ควอตซ์ ทั้งในตัวถังแบบซีดาน 4 ประตู และแฮทช์แบค 5 ประตู ซึ่งเป็นสีหลักสำหรับการเปิดตัวและสื่อสารทางการตลาดในครั้งนี้ นอกจากนี้ยังมีการแนะนำสีเทา โพลีเมทัล เกรย์ เพิ่มเติมสำหรับตัวถังแบบซีดาน 4 ประตู อีกด้วย โดยมีรายละเอียดของสีภายนอกทั้งหมดดังต่อไปนี้
Mazda 2 ยังมีเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยเชิงป้องกัน i-Activsense ที่ช่วยลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุรุนแรง และช่วยให้การขับขี่เป็นไปได้อย่างง่ายยิ่งขึ้น เพื่อความปลอดภัยตลอดทุกการเดินทาง อาทิ ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (ABSM) ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTA) และระบบแสดงภาพ 360 องศา รอบทิศทาง (360° View Monitor) เป็นต้น
Mazda 2 2022 ในทุกรุ่นย่อยยังมาพร้อมอุปกรณ์มาตรฐานด้านความปลอดภัยขั้นพื้นฐานที่ติดตั้งมาอย่างครบครัน อาทิ ระบบป้องกันล้อล็อค 4W-ABS และระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวของรถ DSC รวมถึงระบบช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน HLA ระบบสัญญาณไฟกระพริบอัตโนมัติเมื่อเบรกในภาวะฉุกเฉินและส่งสัญญาณเตือนรถคันหลัง ESS ระบบช่วยป้องกันรถลื่นไถล TCS

